Amazon ประกาศรวม AI assistant "Alexa Plus" เข้ากับช่องค้นหาบน Amazon.com และแอปมือถือโดยตรง ภายใต้ชื่อ "Alexa for Shopping" พร้อมกันนั้นยังประกาศยุติ Rufus chatbot ที่เคยให้บริการแยกต่างหาก โดยนำฟีเจอร์ทั้งหมดมารวมไว้ในประสบการณ์เดียว ตามรายงานของ Android Authority และ CNBC การเปิดตัวครั้งนี้เริ่มต้นในสหรัฐอเมริกาก่อน และยังไม่มีกำหนดการสำหรับภูมิภาคอื่น

ช่องค้นหากลายเป็น AI Shopping Assistant

ตามรายงาน Alexa for Shopping เปลี่ยนช่องค้นหาแบบเดิมให้กลายเป็นหน้าต่างสนทนา AI ที่รองรับภาษาธรรมชาติ ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำถามหรือข้อความอธิบายความต้องการได้โดยตรง แทนที่จะต้องใช้คีย์เวิร์ดสั้นๆ เหมือนแต่ก่อน

ฟีเจอร์ที่รายงานว่าจะรองรับ ได้แก่

  • การแนะนำสินค้า ตามบริบทของคำถาม
  • การสร้าง Shopping Guide เปรียบเทียบสินค้าในหมวดเดียวกัน
  • การเปรียบเทียบสินค้า แบบเคียงข้างกัน
  • สรุปรายละเอียดสินค้า และรีวิว
  • ประวัติการเปลี่ยนแปลงราคา ย้อนหลัง

จุดเด่นสำคัญคือระบบสามารถจดจำบริบทข้ามอุปกรณ์ได้ ไม่ว่าจะเริ่มค้นหาบนสมาร์ทโฟน ต่อบน PC หรือสั่งงานผ่าน Echo device ก็สามารถสานต่อการสนทนาได้อย่างต่อเนื่อง

ยกเลิก Rufus — รวมทุกอย่างไว้ใน Alexa for Shopping

การเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ Amazon ประกาศยุติ Rufus chatbot ซึ่งเคยให้บริการในรูปแบบแยกต่างหาก โดยนำฟีเจอร์การแนะนำสินค้าและข้อมูลประวัติการซื้อจาก Rufus มาผนวกรวมไว้ใน Alexa for Shopping แทน

ตัวเลขที่ Amazon เปิดเผยสะท้อนให้เห็นว่าทั้งสองแพลตฟอร์มเติบโตอย่างรวดเร็วจนการแยกดูแลแยกกันไม่คุ้มค่า

  • Rufus มีผู้ใช้งานสะสมถึง 300 ล้านคน ในปี 2025
  • Monthly Active Users ของ Rufus เพิ่มขึ้น 115% เมื่อเทียบปีต่อปี
  • Engagement เพิ่มขึ้น 400%
  • ผู้ใช้ Alexa Plus มีการโต้ตอบกับ voice assistant เพิ่มขึ้น 2 เท่า และมีอัตราการซื้อสินค้าสำเร็จสูงกว่า Alexa รุ่นเดิม 3 เท่า

ด้วยตัวเลขเหล่านี้ Amazon จึงเลือกรวมสองประสบการณ์เข้าด้วยกัน แทนที่จะพัฒนาแยกกันต่อไป

Echo Show ได้รับ Amazon.com เต็มรูปแบบ

นอกจากการรวม Alexa Plus เข้าช่องค้นหาแล้ว Amazon ยังประกาศว่า Echo Show series จะรองรับการเข้าถึง Amazon.com แบบเต็มรูปแบบด้วย ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จะสามารถเรียกดูสินค้า ค้นหา และสั่งซื้อผ่านหน้าจอของ Echo Show ได้เหมือนกับการใช้งานบนเว็บไซต์ปกติ จากเดิมที่ฟีเจอร์ช้อปปิ้งบน Echo Show มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก

เงื่อนไขการใช้งานและการขยายตลาด

Alexa for Shopping ไม่ต้องการการสมัครสมาชิกหรืออุปกรณ์พิเศษ เพียงมีบัญชี Amazon ก็สามารถใช้งานได้ ส่วน Alexa Plus ซึ่งเป็นระดับบริการที่สูงกว่ามีโครงสร้างราคาดังนี้

กลุ่มผู้ใช้ราคา
สมาชิก Prime ในสหรัฐฯฟรี (เริ่ม 4 กุมภาพันธ์ 2026)
ผู้ใช้ทั่วไปในสหรัฐฯ$19.99/เดือน (ประมาณ 720 บาท)

ปัจจุบัน Alexa Plus ให้บริการใน 8 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน เยอรมนี และออสเตรีย โดยเยอรมนีเพิ่งเปิด Early Access เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2026 ด้านเทคโนโลยีพื้นฐาน Amazon ใช้สถาปัตยกรรมใหม่ที่ผสมผสานระหว่าง Amazon Nova และ Large Language Model ของ Anthropic

วิธีเข้าถึง Alexa for Shopping มีดังนี้

แพลตฟอร์มวิธีการ
แอปมือถือแตะไอคอน Alexa ที่ Navigation Bar ด้านล่าง
เว็บไซต์คลิกไอคอน Alexa ที่ด้านบนของหน้า

สำหรับผู้ใช้งานในไทย

ข้อมูลการวางจำหน่ายหรือการให้บริการ Alexa for Shopping ในไทยยังไม่ได้รับการประกาศ เนื่องจากการเปิดตัวครั้งนี้จำกัดเฉพาะสหรัฐอเมริกาในระยะแรก และ Alexa Plus ยังไม่ได้ขยายมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อย่างไรก็ตาม ทิศทางนี้สะท้อนให้เห็นแนวโน้มที่แพลตฟอร์ม e-commerce รายใหญ่กำลังเร่งนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การช้อปปิ้ง ซึ่งอาจส่งผลให้คู่แข่งในตลาดไทยอย่าง Shopee และ Lazada เร่งพัฒนาฟีเจอร์ AI ที่คล้ายกันในอนาคตอันใกล้ ผู้ที่มีบัญชี Amazon และอยู่ในสหรัฐฯ สามารถอัปเดตแอปเป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อตรวจสอบว่าฟีเจอร์ดังกล่าวพร้อมใช้งานแล้วหรือยัง

แหล่งที่มา