ข้อมูลจาก Mercury Research สำหรับไตรมาสแรกของปี 2026 เผยให้เห็นภาพการแข่งขันในตลาด x86 CPU ที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดย AMD สามารถดันส่วนแบ่งรายได้ในตลาดเซิร์ฟเวอร์ขึ้นสู่ระดับ 46.2% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเท่าที่เคยบันทึกมา ขณะที่ Intel ยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาด PC สำหรับผู้บริโภคด้วยส่วนแบ่ง 70.4% สะท้อนให้เห็นว่าสมรภูมิ CPU โลกในปีนี้ไม่ได้เป็นการพลิกขั้วอย่างสมบูรณ์ แต่เป็นการแบ่งอาณาเขตใหม่ตามเซกเมนต์ตลาด

AMD ทำสถิติใหม่ในตลาดเซิร์ฟเวอร์ — EPYC เฉียด 50% ของรายได้

การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นที่สุดเกิดขึ้นในตลาดเซิร์ฟเวอร์ ตามรายงานของ Tom's Hardware ส่วนแบ่งจำนวนหน่วยจัดส่ง (unit shipment share) ของ AMD ในเซกเมนต์นี้ทะลุ 33% ในขณะที่ส่วนแบ่งรายได้พุ่งขึ้นสู่ 46.2% ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท

ช่องว่างระหว่างส่วนแบ่งจำนวนหน่วย (33%) กับส่วนแบ่งรายได้ (46.2%) นั้นมีความหมายชัดเจน นั่นคือ EPYC ของ AMD สามารถทำรายได้ต่อหน่วยสูงกว่า Intel Xeon อย่างเห็นได้ชัด Intel ยังคงนำในแง่จำนวนหน่วยที่จัดส่ง แต่ในแง่มูลค่าตลาด ความได้เปรียบนั้นกำลังถูกบีบให้แคบลงอย่างต่อเนื่อง

ตลาด PC และโน้ตบุ๊ก — Intel ยังแข็งแกร่ง แต่ AMD ขยับทุกแนวรบ

ตลาด Client PC (ผู้บริโภค) ส่วนแบ่งจำนวนหน่วยของ AMD ในตลาด Client PC อยู่ที่ 29.6% เพิ่มขึ้นจาก 29.2% ในไตรมาส 4/2025 และ 24.1% ในไตรมาส 1/2025 ส่วนแบ่งรายได้อยู่ที่ 31.4% สูงกว่าส่วนแบ่งจำนวนหน่วย สะท้อนว่า Ryzen ระดับพรีเมียมมีน้ำหนักในตลาดมากกว่าที่ตัวเลขหน่วยจะบอก Intel ยังคงครองส่วนแบ่งรายได้ราว 69% ในเซกเมนต์นี้

ตลาดเดสก์ท็อป AMD มีส่วนแบ่งจำนวนหน่วย 33.2% ลดลงจากจุดสูงสุดที่ 36.4% ในไตรมาส 4/2025 แต่ยังสูงกว่า 28% ในไตรมาส 1/2025 อย่างมีนัยสำคัญ Tom's Hardware ระบุว่าการลดลงนี้เป็นเพียง "การปรับฐาน" (correction) ไม่ใช่การพลิกกลับของเทรนด์ Intel ฟื้นตัวกลับมาที่ 66.8% เพิ่มขึ้น 3.2 จุดจากไตรมาสก่อน ส่วนแบ่งรายได้ของ AMD ในเดสก์ท็อปอยู่ที่ 37.6% สูงกว่าส่วนแบ่งจำนวนหน่วย และเพิ่มขึ้น 3.2 จุดเมื่อเทียบกับปีก่อน

ตลาดโน้ตบุ๊ก AMD ทำสถิติใหม่ในตลาดโน้ตบุ๊กด้วยส่วนแบ่งจำนวนหน่วย 28.3% เพิ่มขึ้นจาก 26% ในไตรมาส 4/2025 และ 22.5% ในไตรมาส 1/2025 ส่วนแบ่งรายได้อยู่ที่ 28.9% เพิ่มขึ้นจาก 24.9% ในไตรมาสก่อน Intel ยังครองส่วนแบ่งรายได้โน้ตบุ๊กที่ 71.7% แต่ลดลงจาก 77.5% ในปีก่อน ซึ่งบ่งชี้ว่า AMD กำลังขยายฐานในกลุ่มโน้ตบุ๊กระดับองค์กรและเชิงพาณิชย์ที่เคยเป็นพื้นที่ของ Intel

EPYC Venice รุ่นถัดไป — 256 คอร์บน TSMC 2nm พร้อม PCIe 6.0

ความสำเร็จของ AMD ในไตรมาสนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนการที่ใหญ่กว่า โดย AMD กำลังเตรียม EPYC รุ่นถัดไปในชื่อรหัส "Venice" ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม Zen 6 บนกระบวนการผลิต TSMC 2nm

รายการEPYC Venice
สถาปัตยกรรมZen 6 (TSMC 2nm)
จำนวนคอร์สูงสุด256
แบนด์วิดท์หน่วยความจำ1.6 TB/s
อินเทอร์คอนเนกต์PCIe 6.0
ซ็อกเก็ตSP7 (ใหม่)

AMD ระบุว่า Venice จะมีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นปัจจุบันราว 70% ที่งาน CES 2026 มีการเปิดตัวซิลิคอนจริงของ Venice เป็นครั้งแรก พร้อมยืนยันการใช้ซ็อกเก็ต SP7 รูปแบบใหม่ AMD ตั้งเป้าหมายระยะกลางที่ส่วนแบ่งตลาดเซิร์ฟเวอร์เกิน 50% และตัวเลข 46.2% ในไตรมาสนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในทิศทางนั้น

Intel เตรียมไพ่สองใบ — Clearwater Forest และ Diamond Rapids

Intel ไม่ได้นิ่งเฉยต่อการรุกคืบของ AMD โดยเตรียมผลิตภัณฑ์ตอบโต้สองแนวทางในตลาดดาต้าเซ็นเตอร์

Clearwater Forest (Xeon 6+) ใช้สถาปัตยกรรม Darkmont ประกอบด้วย E-core ล้วน รองรับสูงสุด 288 คอร์ ผลิตบนกระบวนการ Intel 18A คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงครึ่งแรกของปี 2026

Diamond Rapids เป็นผลิตภัณฑ์ฝั่ง P-core ที่มีความไม่แน่นอนมากกว่า ข้อมูลที่รั่วไหลระบุว่าอาจล่าช้าไปถึงกลางปี 2027 แม้ Intel จะยืนยันอย่างเป็นทางการว่ายังอยู่ในแผนปี 2026 Intel ยังวางแผนนำ SMT (Simultaneous Multi-Threading) กลับมาใช้ใน Diamond Rapids เพื่อลดช่องว่างด้านประสิทธิภาพกับ AMD

กรอบเวลาที่แท้จริงของ Diamond Rapids จะเป็นตัวกำหนดว่า Intel จะสามารถหยุดยั้งการขยายส่วนแบ่งรายได้ของ AMD ในตลาดเซิร์ฟเวอร์ได้หรือไม่

มุมมองสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไทย

ภาพรวมตลาด x86 CPU ในไตรมาสนี้สะท้อนแนวโน้มที่มีผลต่อผู้ใช้และองค์กรในไทยหลายประการ สำหรับผู้บริโภคที่กำลังพิจารณาซื้อโน้ตบุ๊กหรือพีซีในปีนี้ แพลตฟอร์ม AMD Ryzen กำลังได้รับการยอมรับในกลุ่มพรีเมียมมากขึ้น ขณะที่ Intel ยังคงเป็นตัวเลือกหลักในแง่ปริมาณสินค้าในตลาด

สำหรับองค์กรและผู้ให้บริการคลาวด์ในไทยที่กำลังวางแผนจัดซื้อโครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์ ตัวเลข 46.2% ของ AMD บ่งชี้ว่า EPYC ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างกว้างขวาง และ EPYC Venice ที่จะมาพร้อม 256 คอร์และ PCIe 6.0 อาจเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจจัดซื้อในช่วงปลายปี 2026 ถึงต้นปี 2027

แหล่งที่มา