Google กำลังพา Android 17 ไปในทิศทางที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือการใช้เอฟเฟกต์ "Blur" หรือการเบลอพื้นหลังอย่างแพร่หลายทั่ว UI พร้อมกันนั้น บริษัทยังปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าลอกเลียนแบบ Liquid Glass ของ Apple ขณะที่ Android Show I/O Edition 2026 เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 ได้เผยภาพรวมของระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่นี้อย่างเป็นทางการครั้งแรก
Google ปฏิเสธ Liquid Glass แต่ความคล้ายคลึงยังอยู่ที่นั่น
ก่อนหน้าการเปิดตัว Android Show ไม่กี่วัน ภาพทีเซอร์ของ Android 17 ที่ Google ปล่อยออกมาจุดกระแสถกเถียงในหมู่ผู้ใช้ว่า ดีไซน์ใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก Liquid Glass ของ Apple หรือไม่ Google ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม Android Authority ชี้ว่าแม้ทั้งสองจะไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่ก็มีจุดร่วมที่ทำให้ผู้คนเชื่อมโยงกันได้ไม่ยาก นั่นคือแนวคิดที่ว่า UI ชั้นบนสุดส่งผลต่อการมองเห็นชั้นที่อยู่ด้านล่าง สร้างความรู้สึกของความลึกและลำดับชั้น ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่ Liquid Glass ใช้ เพียงแต่เทคนิคในการนำไปใช้งานแตกต่างกัน
ภาพหลุดเผย Blur ครอบคลุมทุกส่วนของ UI
ภาพสกรีนช็อตที่หลุดออกมาก่อนงาน Android Show ซึ่ง Android Authority รายงาน แสดงให้เห็นว่า Google นำเอฟเฟกต์ Blur ไปใช้ในหลายจุดของระบบ ได้แก่
- แถบควบคุมระดับเสียง — พื้นหลังถูกเบลอแทนที่จะโปร่งใสหรือทึบ
- เมนูตัวเลือกบนหน้าจอหลัก — กรอบโดยรอบมีเอฟเฟกต์ Blur
- การแจ้งเตือนบนล็อกสกรีน — มี Blur แม้จะดูเบาบางกว่าในพื้นหลังสีเข้ม
- เมนูปิดเครื่อง — เปลี่ยนจากการทำให้พื้นหลังมืดลงแบบเดิม มาเป็นการเบลอพื้นหลังจนจำไม่ได้ว่ามีอะไรอยู่ด้านหลัง
การเปลี่ยนแปลงที่เมนูปิดเครื่องถือว่าเด่นชัดที่สุด เพราะเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมพื้นฐานของ UI ที่ผู้ใช้ Android คุ้นเคยมานาน
Custom Color Picker และ Blur เพิ่มเติมจากข้อมูลหลุดล่าสุด
9to5Google รายงานว่า Mystic Leaks ได้รับ Build ต้นแบบของ Android 17 และพบฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกสองอย่างซึ่งยังไม่ปรากฏใน Build ปัจจุบัน
Custom Color Picker สำหรับ Material You — ฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ร้องขอมานานหลายปี ช่วยให้สามารถเลือกสีของ UI ได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องผูกกับสีที่ดึงมาจากวอลเปเปอร์อีกต่อไป
Blur เพิ่มเติมทั่ว UI — นอกเหนือจากที่พบในภาพหลุดก่อนหน้า ยังมีการใช้ Blur ในจุดอื่น ๆ ของระบบอีกด้วย
ทั้งสองฟีเจอร์นี้ยังไม่อยู่ใน Build ที่เผยแพร่ในปัจจุบัน และเนื่องจาก Android 17 เวอร์ชันเสถียรคาดว่าจะออกในเดือนมิถุนายน 2026 จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าฟีเจอร์เหล่านี้จะมาพร้อม Android 17 QPR1 ซึ่งอาจตรงกับช่วงเปิดตัว Pixel รุ่นใหม่ในปลายปีนี้แทน
Android Show I/O Edition 2026 เผยภาพรวมอย่างเป็นทางการ
งาน The Android Show I/O Edition 2026 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 เวลา 10:00 น. ตามเวลาฝั่งแปซิฟิก (เที่ยงคืนของวันที่ 13 พฤษภาคม ตามเวลาไทย) โดย Google เปิดเผยทิศทางของ Android 17 อย่างเป็นทางการ ก่อนที่ Google I/O 2026 จะตามมาในวันที่ 19–20 พฤษภาคม
ไฮไลต์สำคัญจากงาน ได้แก่
- Gemini Intelligence — การผสาน Gemini เข้ากับ Android และ ChromeOS อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมความสามารถแบบ Agentic AI ที่ครอบคลุมอุปกรณ์หลากหลายรุ่น
- Noto 3D — อีโมจิแบบ 3D ที่จะมาพร้อม Android 17 โดย Pixel สมาร์ตโฟนจะได้ใช้ก่อน
- Rambler — ฟีเจอร์ป้อนข้อความด้วยเสียงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยตัดคำฟุ่มเฟือยและจัดระเบียบความคิดก่อนแปลงเป็นข้อความ
- Android Auto รุ่นใหม่ — รองรับการแสดงผลแบบ Edge-to-Edge, วิดเจ็ต และการออกแบบใหม่ของ YouTube Music และ Spotify
Android 17 เวอร์ชันเสถียรคาดว่าจะเริ่ม Rollout ในเดือนมิถุนายน 2026 หลังจากการประกาศอย่างเป็นทางการที่ Google I/O
สิ่งที่ผู้ใช้ Android ในไทยควรรู้
สำหรับผู้ใช้ Android ในไทย ไม่ว่าจะเป็น Samsung, Oppo, Xiaomi, Vivo หรือ Realme การเปลี่ยนแปลงด้าน UI ระดับ OS อย่าง Blur และ Custom Color Picker จะมาถึงผู้ใช้ในรูปแบบและเวลาที่แตกต่างกันไปตามนโยบายอัปเดตของแต่ละแบรนด์ ผู้ที่ใช้ Pixel โดยตรงจะได้รับฟีเจอร์เหล่านี้เร็วที่สุด ส่วนผู้ใช้แบรนด์อื่นอาจต้องรอการอัปเดต One UI, ColorOS หรือ MIUI ที่ผสาน Android 17 เข้ามาก่อน ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาหลายเดือนหลังจาก Google ปล่อย Build เสถียร
