Anker SOLIX C1000 Gen 2 คือแบตสำรองพกพาที่พยายามตอบโจทย์ช่องว่างระหว่าง "เบาแต่อ่อนแรง" กับ "ทรงพลังแต่หนักอึ้ง" ด้วยความจุ 1,024Wh และกำลังไฟ 2,000W บรรจุอยู่ในตัวเครื่องหนักเพียง 11.3 กิโลกรัม ราคา MSRP อยู่ที่ $799.99 (ประมาณ 28,800 บาท) ตามรายงานรีวิวจาก Android Authority โดย Edgar Cervantes ที่ให้คะแนนถึง 9 เต็ม 10
ขนาดและน้ำหนัก: พกพาได้จริงแม้ความจุสูง
ตัวเครื่องมีขนาด 38.4 x 20.8 x 24.4 เซนติเมตร น้ำหนัก 11.3 กิโลกรัม ซึ่ง Cervantes เปรียบเทียบว่าใกล้เคียงกับน้ำหนักน้ำประมาณ 11 ลิตร มาพร้อมหูหิ้ว 2 จุด สามารถยกคนเดียวได้สบาย หรือจะให้ 2 คนช่วยกันก็ได้
ด้วยความจุ 1,024Wh และกำลังไฟ 2,000W (พีค 3,000W) ครอบคลุมการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นกาต้มน้ำ เครื่องชงกาแฟ ไมโครเวฟ หม้อทอดไร้น้ำมัน (1,000–1,800W) เครื่องมือไฟฟ้า หรือแม้แต่แอร์พกพาที่ใช้ไฟราว 800–1,200W
สำหรับผู้ที่ต้องการรุ่นเล็กกว่า Anker SOLIX C300 ราคา $169.99 (ประมาณ 6,100 บาท) มีกำลังไฟเพียง 300W และความจุ 288Wh เหมาะสำหรับชาร์จอุปกรณ์มือถือเท่านั้น ไม่รองรับเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูง
ทดสอบจริง: ใช้ได้นานแค่ไหนในชีวิตประจำวัน
รีวิวนำเสนอตัวเลขการใช้งานจริงที่น่าสนใจหลายกรณี
- MacBook Pro (แบตเตอรี่ 72.4Wh): ชาร์จเต็มได้มากกว่า 12 ครั้ง โดยแต่ละครั้งแทบไม่กระทบระดับแบตของ SOLIX
- สมาร์ตโฟน: ชาร์จเต็มได้ประมาณ 50 ครั้ง แต่ละครั้งใช้พลังงานเพียง 1–2%
- ตู้เย็นขนาดเล็ก: ทำงานได้เกือบ 24 ชั่วโมงเต็ม
- กาต้มน้ำ: ต้มน้ำที่อุณหภูมิ 95.5°C ใช้เวลา 5 นาที และสามารถต้มได้ต่อเนื่องกว่า 30 นาที
- ทริปแคมปิ้ง: ใช้งานร่วมกับ Anker SOLIX Everfrost 2 40L ($699.99 / ประมาณ 25,200 บาท) ตลอดสุดสัปดาห์ โดยชาร์จเสริมผ่านช่องซิการ์ในรถระหว่างเดินทาง ระดับแบตไม่ต่ำกว่า 35% ตลอดทริป
ที่น่าสนใจคือ Cervantes ยังนำ SOLIX C1000 Gen 2 ไปใช้เป็นแหล่งจ่ายไฟในการแสดงดนตรีกลางแจ้ง ต่อแอมป์ขนาดเล็ก 2 ตัว คีย์บอร์ดไฟฟ้า และ MIDI controller ใช้งานต่อเนื่อง 45 นาที เหลือแบตถึง 84% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเหมาะกับงาน event ขนาดเล็กได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน UPS ที่ตอบสนองภายใน 10 มิลลิวินาที เหมาะสำหรับต่อพ่วงกับตู้เย็นหรือเราเตอร์เพื่อรองรับไฟดับฉุกเฉิน
การชาร์จ: เต็มใน 49 นาทีด้วย AC และรองรับโซลาร์ 600W
| วิธีชาร์จ | กำลังไฟสูงสุด | เวลาชาร์จเต็ม (โดยประมาณ) |
|---|---|---|
| AC + UltraFast Charging + สายเดิม | 1,600W | ~49 นาที |
| AC (ปิด UltraFast) | 1,200W | — |
| ช่องซิการ์ในรถ | 100W | (เหมาะสำหรับชาร์จเสริม) |
| โซลาร์แพนเนล | สูงสุด 600W | ~1.8 ชั่วโมง (แสงแดดเต็มที่) |
ข้อควรระวัง: การชาร์จด้วยกำลังสูงสุด 1,600W จำเป็นต้องใช้สายชาร์จที่มาพร้อมกล่องเท่านั้น สายของแบรนด์อื่นไม่รองรับ และต้องเปิดใช้งาน "UltraFast Charging" ในแอปพลิเคชันก่อน แบตเตอรี่ใช้เซลล์ LFP (Lithium Iron Phosphate) ซึ่งมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าเซลล์ทั่วไป
พอร์ตและจุดด้อย: AC 5 ช่องคือไฮไลต์ แต่ USB น้อยเกินไป
พอร์ตเอาต์พุตประกอบด้วย:
- AC 5 ช่อง (รวมกันไม่เกิน 2,000W)
- USB-C 3 ช่อง (2 ช่อง 140W, 1 ช่อง 15W)
- USB-A 1 ช่อง (12W)
- ช่องซิการ์ 1 ช่อง (120W)
จุดเด่นคือ AC 5 ช่องซึ่งถือว่ามากสำหรับรุ่นนี้ Cervantes ระบุว่าเป็นการแลกที่คุ้มค่า อย่างไรก็ตาม จุดที่ถูกวิจารณ์คือ USB รวมเพียง 4 ช่อง ซึ่งหากต่อพร้อมกันทั้งโน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต สมาร์ตโฟน และ mobile router ก็เต็มทันที รวมถึงการไม่มีไฟ ambient light ทั้งที่รุ่นเล็กอย่าง C300 มีให้ และที่สำคัญ ไม่รองรับการต่อขยายความจุแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในระยะยาว
เปรียบเทียบคู่แข่ง และความคุ้มค่าในราคา
ก่อนหน้านี้ Cervantes ใช้ Ampace Andes 1500 (MSRP $1,399 / ประมาณ 50,400 บาท) ที่มีความจุ 1,462Wh กำลัง 2,400W แต่หนักถึง 16.7 กิโลกรัม ซึ่งเขาสรุปว่า "หนักเกินไปสำหรับการพกพา" จึงเปลี่ยนมาใช้ C1000 Gen 2 แทน
ในแง่ราคา MSRP ของ SOLIX C1000 Gen 2 อยู่ที่ $799.99 (ประมาณ 28,800 บาท) แต่เคยลดราคาเหลือ $349 (ประมาณ 12,600 บาท) ในช่วงโปรโมชัน ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากหากจับจังหวะได้ถูกต้อง
สำหรับผู้บริโภคในไทย ข้อมูลการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยยังไม่ได้รับการประกาศ แต่สินค้า Anker หลายรุ่นหาซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง Shopee และ Lazada รวมถึงตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจควรติดตามราคาในช่วงแคมเปญ 11.11 หรือ 12.12 ซึ่งมักมีส่วนลดสูง
โดยสรุป SOLIX C1000 Gen 2 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแหล่งพลังงานสำรองที่พกพาได้จริงและรองรับเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานนอกสถานที่ แคมปิ้ง หรือสำรองไฟฉุกเฉินที่บ้าน แต่หากคุณพึ่งพา USB เป็นหลักหรือต้องการขยายความจุในอนาคต อาจต้องพิจารณารุ่นอื่นแทน
