Apple กำลังเตรียมการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท โดยมีรายงานว่าในช่วงปลายปี 2026 จะมีสินค้าใหม่ไม่ต่ำกว่า 15 รายการออกสู่ตลาดพร้อมกัน ครอบคลุมทุกหมวดหมู่หลัก ตั้งแต่ iPhone, Mac, อุปกรณ์สวมใส่ ไปจนถึงสมาร์ทโฮมและแว่นตา AI รายงานนี้รวบรวมโดย 9to5Mac จากข้อมูลลือและข้อมูลซัพพลายเชนหลายแหล่ง ซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยันจาก Apple อย่างเป็นทางการ

iPhone 18 Pro และ iPhone Ultra แบบพับได้ — ไฮไลต์ที่ทุกคนจับตา

ในปีนี้ Apple อาจเปลี่ยนกลยุทธ์การเปิดตัว iPhone โดยเลื่อน iPhone 18 รุ่นมาตรฐานออกไปเป็นต้นปี 2027 และเน้นเปิดตัวเฉพาะรุ่นพรีเมียมก่อน ได้แก่

  • iPhone 18 Pro — กล้องรูรับแสงแปรผัน (Variable Aperture), สีใหม่, Dynamic Island ขนาดเล็กลง
  • iPhone 18 Pro Max — สเปกเดียวกับ Pro บวกแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น
  • iPhone Ultra — iPhone แบบพับได้รุ่นแรกของ Apple วางตำแหน่งเหนือ Pro Max
  • iPhone Air 2 — ชิป A20 Pro, การเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ไม่มากนัก (ยังไม่ชัดเจนเรื่องวันวางจำหน่าย)

ที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือ iPhone Ultra ซึ่งเป็น iPhone แบบพับได้รุ่นแรกของ Apple โดยมีข้อมูลจากซัพพลายเชนระบุว่า Foxconn เริ่มการผลิตต้นแบบในเดือนเมษายน 2026 และคาดว่าจะเข้าสู่การผลิตจำนวนมากในเดือนกรกฎาคม ก่อนเปิดตัวพร้อม iPhone 18 Pro ในเดือนกันยายน 2026 ส่วนจอ OLED แบบพับได้ใช้เทคโนโลยี CoE จาก Samsung Display ภายใต้สัญญาจัดหาแบบผูกขาด 3 ปี

ราคา iPhone Ultra — แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ iPhone

ข้อมูลราคาในตลาดจีนระบุว่า iPhone Ultra จะเริ่มต้นที่ 14,000–15,000 หยวน (ประมาณ 72,000–77,000 บาท หรือเทียบเท่า US$1,960–2,100) และรุ่นท็อปอาจแตะ 20,000 หยวนขึ้นไป (ประมาณ 103,000 บาท หรือเทียบเท่า US$2,800) ซึ่งจะทำให้เป็น iPhone ที่แพงที่สุดเท่าที่ Apple เคยผลิตมา

นักวิเคราะห์ Ming-Chi Kuo คาดการณ์ว่ายอดจัดส่งในปี 2026 จะอยู่ที่ 3–5 ล้านเครื่อง และจะเพิ่มเป็น 20 ล้านเครื่องในปี 2027 เมื่อรวมกับรุ่นที่สอง อย่างไรก็ตาม Barclays ประเมินว่าสินค้าจะถึงมือผู้บริโภคจริงในเดือนธันวาคม ไม่ใช่ทันทีหลังเปิดตัวในเดือนกันยายน

สำหรับผู้บริโภคในไทย ราคาระดับนี้สูงกว่า Samsung Galaxy Z Fold 7 ที่คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และถือเป็นการลงทุนที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ข้อมูลการวางจำหน่ายในไทยยังไม่ได้รับการประกาศ

AirPods Ultra, Apple Watch และ Mac รุ่น M5 — อัปเกรดรอบด้าน

นอกจาก iPhone แล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดียวกัน ได้แก่

ผลิตภัณฑ์สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ
AirPods Ultraชิป H3, กล้อง IR สำหรับฟีเจอร์ AI, พัฒนาจาก AirPods Pro 3
Apple Watch Ultra 4เซนเซอร์สุขภาพใหม่, ดีไซน์เปลี่ยน
Apple Watch Series 12ข้อมูลยังน้อย

ในฝั่ง Mac ทั้งไลน์อัปจะย้ายไปใช้ชิปรุ่น M5 พร้อมกัน

  • M5 Mac mini — ชิป M5 และ M5 Pro
  • M5 Mac Studio — ชิป M5 Max และ M5 Ultra ใหม่
  • M5 iMac — สีใหม่
  • MacBook Ultra — จอ OLED, รองรับการสัมผัส (Touch) — นี่คือทิศทางที่ Apple ไม่เคยทำมาก่อน

หาก MacBook Ultra ที่รองรับการสัมผัสเปิดตัวจริง จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ Mac เนื่องจาก Apple ปฏิเสธแนวคิดนี้มาหลายปี

Apple Home และ iPad — Apple บุกตลาดสมาร์ทโฮมเต็มตัว

ในหมวด iPad มีการคาดการณ์ว่าจะมี iPad mini รุ่นใหม่พร้อมจอ OLED และ iPad รุ่นมาตรฐานพร้อมชิป A18 ที่รองรับ Apple Intelligence

ส่วนที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการขยายไลน์ Apple Home อย่างจริงจัง

  • Apple TV 4K รุ่นใหม่ — ชิป A17 Pro, รองรับ Apple Intelligence, อาจมีกล้องในตัว
  • HomePad / HomePod Touch — หน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว, ระบบแม่เหล็กสำหรับติดตั้ง
  • HomePod 3 — ชิปใหม่รองรับ Apple Intelligence
  • HomePod mini 2 — ชิปใหม่, เสียงดีขึ้น
  • Apple Security Camera — กล้องวงจรปิดอัจฉริยะรองรับ HomeKit Secure Video
  • Apple Video Doorbell — กริ่งประตูอัจฉริยะ อาจเชื่อมกับ Face ID และสมาร์ทล็อก

การที่ Apple เข้าสู่ตลาดกล้องวงจรปิดและกริ่งประตูอัจฉริยะโดยตรง ถือเป็นการท้าทายแบรนด์อย่าง Google Nest และ Amazon Ring อย่างชัดเจน สำหรับตลาดไทย ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้อาจน่าสนใจสำหรับผู้ที่ใช้ระบบนิเวศ Apple อยู่แล้ว แม้ว่าการวางจำหน่ายในไทยยังไม่ได้รับการยืนยัน

Apple Glasses — เปิดตัวปี 2026 แต่ซื้อได้ปี 2027

Mark Gurman จาก Bloomberg รายงานว่า Apple กำลังหารือภายในเกี่ยวกับการ "เปิดตัว" Apple Glasses (อาจใช้ชื่อว่า Apple Vision) ในปี 2026 แต่การจัดส่งจริงถึงมือผู้บริโภคคาดว่าจะเป็นปี 2027 — รูปแบบเดียวกับที่ Apple เคยทำกับ Apple Watch และ HomePod

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ Apple Glasses ไม่ใช่ Vision Pro รุ่นต่อไป แต่เป็นอุปกรณ์คนละประเภท โดยคาดว่าจะเป็นแว่นตา AI น้ำหนักเบาที่ไม่มีจอแสดงผล คล้ายกับ Ray-Ban Meta ทำงานร่วมกับ iPhone และใช้ Siri เป็นศูนย์กลาง

เบื้องหลังของการเปลี่ยนทิศทางนี้คือผลประกอบการของ Vision Pro ที่ไม่เป็นไปตามเป้า โดยมียอดขายสะสมเพียงประมาณ 600,000 เครื่อง และรายงานระบุว่า Apple ลดงบโฆษณาดิจิทัลสำหรับ Vision Pro ลงกว่า 95% ในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร Apple จึงโยกทีมงานบางส่วนมาทำงานด้านสมาร์ทกลาสแทน

ตามรายงาน นี่คือสัญญาณว่า Apple กำลังปรับยุทธศาสตร์ Spatial Computing จากหมวกครอบหัวราคาแพงมาสู่แว่นตาที่ใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างได้มากกว่า

แหล่งที่มา