แผนการขยายตัวของ Apple TV+ ในตลาด F1 ยุโรปต้องสะดุดอย่างน้อย 6 ปี หลัง Sky ประกาศต่อสัญญาถ่ายทอดสดการแข่งขัน Formula 1 ในอังกฤษ ไอร์แลนด์ และอิตาลีก่อนสัญญาเดิมจะหมดอายุ ปิดประตูไม่ให้ Apple หรือคู่แข่งรายใดเข้าประมูลได้จนถึงปี 2032–2034 ตามรายงานของ GSMArena

Sky ล็อกสัญญาก่อนเวลา — ปิดทาง Apple ในตลาดหลักยุโรป

Sky ซึ่งเป็นผู้ถ่ายทอดสด F1 รายหลักในยุโรปมาอย่างยาวนาน ได้ต่อสัญญาครอบคลุม 3 ตลาดสำคัญก่อนที่สัญญาเดิม (ซึ่งกำหนดสิ้นสุดปลายปี 2029) จะหมดอายุ โดยขยายออกไปอีก 5 ปี รายละเอียดสัญญาใหม่มีดังนี้

ตลาดสิ้นสุดสัญญา
อิตาลีปี 2032
อังกฤษ และไอร์แลนด์ปี 2034

สัญญาในส่วนของอังกฤษและไอร์แลนด์มีมูลค่าประมาณ 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 97,200 ล้านบาท) ตลอดอายุสัญญา หรือเฉลี่ยราว 270 ล้านดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 9,720 ล้านบาท) ส่วนมูลค่าสัญญาอิตาลียังไม่มีการเปิดเผย

เหตุผลเบื้องหลังการต่อสัญญาก่อนกำหนดนี้ชัดเจน — Sky ต้องการหลีกเลี่ยงการประมูลแข่งขันกับ Apple และผู้เล่นรายอื่น ซึ่งอาจผลักดันราคาให้สูงขึ้นอีกมาก

Apple TV+ ในสหรัฐฯ ไปได้ดี แต่ยุโรปยังไกล

Apple เริ่มถ่ายทอดสด F1 ในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ฤดูกาล 2026 ผ่าน Apple TV+ และสัญญาณเริ่มต้นดูน่าพอใจ ตามรายงานของ Motorsport.com ยอดผู้ชมในช่วงเปิดฤดูกาลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยไม่ใช่แค่การแข่งขันวันอาทิตย์เท่านั้น แต่ยอดผู้ชมตลอดสุดสัปดาห์ก็เติบโตด้วย Derek Chang CEO ของ Liberty Media ระบุว่า "ผลลัพธ์เบื้องต้นน่าพึงพอใจ" พร้อมชื่นชมฟีเจอร์ใหม่อย่าง Multi-view และ Data Feed

ด้านเทคนิค Apple TV+ นำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่างจากการถ่ายทอดแบบดั้งเดิม ได้แก่

  • ถ่ายทอดทุก Grand Prix ด้วย 4K Dolby Vision และเสียง 5.1
  • รวม F1 TV Premium (กล้อง Onboard, วิทยุทีม, Live Telemetry) ไว้ในแพ็กเกจ Apple TV+ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • ร่วมมือกับ Netflix ให้ผู้ชมดู Canadian GP ได้ทุก Session ผ่าน Cross-platform

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในสหรัฐฯ ยังไม่อาจแปลงเป็นการขยายตัวในยุโรปได้ในเร็ววัน นับจากปี 2026 เป็นต้นไป Apple จะไม่สามารถเข้าถึงตลาดอังกฤษ-ไอร์แลนด์ได้อีกราว 8 ปี และอิตาลีอีกราว 6 ปี

Sky มีตัวเลขหนุนหลัง — ทำไมการต่อสัญญาครั้งนี้จึงสมเหตุสมผล

Sky ไม่ได้ต่อสัญญาด้วยความกลัวเพียงอย่างเดียว แต่มีตัวเลขผู้ชมที่แข็งแกร่งรองรับ ในฤดูกาล 2025 ตลาดอังกฤษและไอร์แลนด์บันทึกยอดชม 162 ล้านชั่วโมง ซึ่งถือเป็นฤดูกาล F1 ที่มีผู้ชมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Sky

การเติบโตของฐานผู้ชมในช่วงปี 2019–2025 ยิ่งน่าสนใจกว่า

ตัวชี้วัด (อังกฤษ-ไอร์แลนด์)การเติบโต
ยอดชมรวม+90%
ผู้ชมอายุต่ำกว่า 35 ปี+120%
ผู้ชมผู้หญิงเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า

ในอิตาลี ยอดชมเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบปีต่อปี และเมื่อ Kimi Antonelli คว้าชัยใน Chinese GP มีผู้ชมผ่าน Sky กว่า 1.2 ล้านคน และอีก 1.4 ล้านคนผ่านช่องฟรีทีวี TV8 สัญญาใหม่ยังครอบคลุมซีรีส์ย่อยอย่าง F2, F3, F1 ACADEMY, Porsche Supercup และ F1 Kids อีกด้วย

ผลกระทบต่อผู้ชม F1 ในไทย

สำหรับแฟน F1 ในประเทศไทย สถานการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อการรับชมในระยะสั้น เนื่องจากสิทธิ์ถ่ายทอดสด F1 ในไทยอยู่ภายใต้ข้อตกลงแยกต่างหาก ปัจจุบันผู้ชมในไทยสามารถติดตาม F1 ได้ผ่านช่องทางที่มีอยู่ตามปกติ

ประเด็นที่น่าจับตาคือ หาก Apple TV+ ไม่สามารถขยายสิทธิ์ F1 ไปยังตลาดยุโรปหลักได้ในช่วง 6–8 ปีข้างหน้า กลยุทธ์การสร้าง Apple TV+ ให้เป็นแพลตฟอร์มกีฬาระดับโลกก็จะยังคงมีข้อจำกัดอยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของ Apple ในการขยายสิทธิ์ไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงไทยด้วย ข้อมูลการวางแผนใดๆ ในส่วนนี้ยังไม่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มา