Apple ขยายฟีเจอร์ด้านสุขภาพสำคัญสองรายการไปยังอินเดียอย่างเป็นทางการ ได้แก่ การแจ้งเตือนภาวะหยุดหายใจขณะหลับบน Apple Watch และการทดสอบการได้ยินผ่าน AirPods Pro ซึ่งก่อนหน้านี้เปิดให้บริการในกว่า 150 ประเทศทั่วโลกแล้ว ตามรายงานจาก MacRumors ฟีเจอร์เหล่านี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้าสู่อุปกรณ์สวมใส่สำหรับผู้บริโภคทั่วไป
Apple Watch ตรวจจับการหยุดหายใจขณะหลับด้วยเซ็นเซอร์วัดความเร่ง
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) คือภาวะที่การหายใจหยุดและกลับมาซ้ำ ๆ ระหว่างนอนหลับ ส่งผลให้คุณภาพการพักผ่อนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ Apple Watch ใช้เซ็นเซอร์วัดความเร่ง (Accelerometer) ตรวจจับการเคลื่อนไหวเล็กน้อยของข้อมือ จากนั้นวิเคราะห์รูปแบบการหายใจที่ผิดปกติในหลายคืนต่อเนื่องกัน หากพบความผิดปกติซ้ำ ๆ ระบบจะส่งการแจ้งเตือนถึงความเป็นไปได้ของภาวะดังกล่าว
รุ่นที่รองรับฟีเจอร์นี้มีดังนี้
- Apple Watch Series 9
- Apple Watch Series 10
- Apple Watch Series 11
- Apple Watch Ultra 2
- Apple Watch Ultra 3
ผู้ใช้จำเป็นต้องสวมใส่ Apple Watch ขณะนอนหลับต่อเนื่องหลายคืนเพื่อให้ระบบประมวลผลได้ครบถ้วน โดยข้อมูลการหายใจในแต่ละคืนจะถูกบันทึกไว้ในแอป Health บน iPhone โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ Apple Watch รุ่นก่อน Series 9 ไม่รองรับฟีเจอร์นี้
AirPods Pro ทดสอบการได้ยิน 4 ความถี่ ผลลัพธ์เทียบเท่าคลินิก
ฟีเจอร์ทดสอบการได้ยินต้องใช้ AirPods Pro 2 หรือ AirPods Pro 3 ร่วมกับ iPhone ที่ใช้ iOS 18.1 ขึ้นไป หรือ iPad ที่ใช้ iPadOS 18.1 ขึ้นไป กระบวนการทดสอบออกแบบมาให้คล้ายกับการตรวจการได้ยินในคลินิกหรือสำนักงานผู้เชี่ยวชาญด้านโสตวิทยา โดยระบบจะเล่นเสียงโทนที่ความถี่และระดับเสียงต่าง ๆ เข้าหูซ้ายและขวาแยกกัน ผู้ใช้เพียงแตะหน้าจอ iPhone เมื่อได้ยินเสียง
ความถี่ที่ใช้ในการทดสอบมีทั้งหมด 4 ระดับ ได้แก่
- 500 Hz
- 1 kHz
- 2 kHz
- 4 kHz
ผลการทดสอบจะถูกบันทึกในรูปแบบ Audiogram (แผนภูมิการได้ยิน) ในแอป Health และสามารถแชร์ให้บุคลากรทางการแพทย์เพื่อประกอบการปรึกษาได้โดยตรง
เกณฑ์ 5 ระดับตาม dBHL — ค่าใดที่ควรพบแพทย์
ผลการทดสอบแสดงเป็นหน่วย dBHL (Decibels Hearing Level) แบ่งออกเป็น 5 ระดับดังนี้
| dBHL | การประเมิน |
|---|---|
| 25 dBHL หรือต่ำกว่า | การได้ยินปกติ |
| 26–40 dBHL | สูญเสียการได้ยินระดับเล็กน้อย |
| 41–60 dBHL | สูญเสียการได้ยินระดับปานกลาง |
| 61–80 dBHL | สูญเสียการได้ยินระดับรุนแรง |
| มากกว่า 80 dBHL | สูญเสียการได้ยินระดับรุนแรงมาก |
ควรทราบว่าผลที่ได้เป็นเพียงการคัดกรองเบื้องต้น (Screening) ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากผลออกมาในระดับ 26 dBHL ขึ้นไป แนะนำให้นำ Audiogram ที่บันทึกไว้ในแอป Health ไปปรึกษาแพทย์หรือนักโสตสัมผัสวิทยาเพื่อการประเมินที่ละเอียดยิ่งขึ้น
ขยายฟีเจอร์ต่อเนื่อง — อิตาลีและไต้หวันก็ได้รับฟีเจอร์ใหม่เช่นกัน
ปัจจุบัน Apple ให้บริการฟีเจอร์ด้านสุขภาพครอบคลุมกว่า 160 ประเทศทั่วโลก โดย Greg Joswiak รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดโลกของ Apple ได้โพสต์บน X ระบุว่า นอกจากอินเดียแล้ว Apple ยังได้เปิดใช้งานฟีเจอร์เครื่องช่วยฟัง (Hearing Aid) ในอิตาลี และฟีเจอร์แจ้งเตือนความดันโลหิตสูงในไต้หวันด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Apple กำลังขยายฟีเจอร์ด้านสุขภาพไปยังแต่ละตลาดตามการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละประเทศอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ใช้ Apple Watch และ AirPods Pro ในไทย ข้อมูลการเปิดให้บริการฟีเจอร์เหล่านี้อย่างเป็นทางการในประเทศไทยยังไม่ได้รับการประกาศ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับฟีเจอร์ Apple Health หลายรายการแล้ว จึงเป็นที่น่าจับตาว่าการขยายครั้งนี้จะมาถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อใด ผู้ที่มีอุปกรณ์รองรับสามารถตรวจสอบความพร้อมใช้งานได้ในแอป Health บน iPhone
