ASML ผู้ผลิตเครื่องลิโทกราฟีรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับ Tata Electronics เพื่อจัดหาอุปกรณ์สำหรับโรงงานเซมิคอนดักเตอร์เชิงพาณิชย์แห่งแรกของอินเดีย ณ เมือง Dholera รัฐ Gujarat ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า $11,000 ล้าน (ประมาณ 396,000 ล้านบาท) โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างห่วงโซ่อุปทานชิปของเอเชียที่ไม่พึ่งพาไต้หวันและเกาหลีใต้เพียงอย่างเดียว

ความตกลงครอบคลุมทั้งอุปกรณ์ บุคลากร และห่วงโซ่อุปทาน

การลงนามเกิดขึ้นระหว่างการเยือนเนเธอร์แลนด์ของนายกรัฐมนตรีอินเดีย Narendra Modi โดยมีนายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ Rob Jetten ร่วมเป็นสักขีพยาน ขอบเขตของข้อตกลงไม่ได้จำกัดเพียงการจัดหาเครื่องลิโทกราฟี แต่ยังครอบคลุมการพัฒนาบุคลากรและการสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานในวงกว้าง

Randhir Thakur ซีอีโอและกรรมการผู้จัดการของ Tata Electronics ระบุว่า ความเชี่ยวชาญเชิงลึกของ ASML ในด้านโซลูชันลิโทกราฟีจะช่วยให้การเปิดตัวโรงงาน Dholera เป็นไปอย่างมั่นคง พร้อมสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้สำหรับลูกค้าทั่วโลก

ด้าน Christophe Fouquet ซีอีโอของ ASML ประเมินว่าภาคเซมิคอนดักเตอร์ของอินเดียมี "โอกาสที่น่าสนใจอีกมาก" และยืนยันว่า ASML พร้อมถ่ายทอดความเชี่ยวชาญทางเทคนิคและมีส่วนร่วมในการพัฒนาบุคลากรในประเทศ

กระบวนการผลิต 28nm–110nm โดย PSMC จากไต้หวัน

เทคโนโลยีกระบวนการผลิตสำหรับโรงงาน Dholera จะได้รับการถ่ายทอดลิขสิทธิ์จาก Powerchip Semiconductor Manufacturing Corporation (PSMC) ของไต้หวัน ครอบคลุมโหนด 5 ระดับ ได้แก่ 28nm, 40nm, 55nm, 90nm และ 110nm

PSMC ได้ลงนามสัญญาขั้นสุดท้ายกับ Tata Electronics ในปี 2567 และจะรับผิดชอบด้านการออกแบบและการก่อสร้างด้วย เมื่อโรงงานเดินเครื่องเต็มกำลัง เป้าหมายคือผลิตเวเฟอร์ขนาด 300 มม. ได้ 50,000 แผ่นต่อเดือน ครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้ง Power Management IC, Display Driver, Microcontroller และ High-Performance Computing Logic สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ โมบาย AI และโทรคมนาคม

ความคืบหน้าการก่อสร้างและแรงหนุนจากภาครัฐ

ปัจจุบันงานโยธาที่ Dholera คืบหน้าแล้วประมาณ 50% แม้ก่อนหน้านี้จะพบปัญหาดินอ่อนและมีความเค็มสูงกว่าที่ออกแบบไว้ จนต้องปรับแบบโครงสร้างใหม่ แต่ทางโครงการยืนยันว่าไม่กระทบต่อกรอบเวลาโดยรวม โดยตั้งเป้าเริ่มการผลิตทดลอง (pilot production) ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ด้านการสนับสนุนทางการเงิน รัฐบาลอินเดียผ่าน India Semiconductor Mission (ISM) จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายโครงการที่มีคุณสมบัติ 50% ตามสัญญาสนับสนุนทางการเงินที่ลงนามในเดือนมีนาคมปีที่แล้ว รัฐบาลรัฐ Gujarat ยังเพิ่มแรงจูงใจเพิ่มเติม ทั้งการอุดหนุนที่ดิน ส่วนลดค่าไฟฟ้า และการยกเว้นอากรแสตมป์ โดยพื้นที่ Dholera Special Investment Region ได้รับการกำหนดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) อย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2569

ความสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานชิปในเอเชีย

ปัจจุบันอินเดียยังไม่มีความสามารถด้าน front-end wafer fabrication เลย Micron มีโรงงานประกอบและทดสอบที่ Sanand รัฐ Gujarat และมีโครงการ packaging และ testing อื่น ๆ อีกหลายโครงการ แต่ Dholera คือโครงการ foundry เชิงพาณิชย์เพียงแห่งเดียวในประเทศ

นอกจากนี้ อินเดียยังเข้าร่วมพันธมิตรห่วงโซ่อุปทานที่นำโดยสหรัฐฯ ชื่อ "Pax Silica" ในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ซึ่งครอบคลุมเซมิคอนดักเตอร์ โครงสร้างพื้นฐาน AI และแร่ธาตุสำคัญ โครงการ Dholera จึงเป็นชิ้นส่วนสำคัญในยุทธศาสตร์การพึ่งพาตนเองด้านชิปของอินเดีย

สำหรับผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมในไทย โครงการนี้มีนัยสำคัญในระยะกลาง หากอินเดียสามารถผลิต Power Management IC และ Display Driver ได้ในปริมาณมาก อาจเพิ่มทางเลือกในห่วงโซ่อุปทานให้กับผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิตในระยะยาว จุดที่ต้องติดตามต่อไปคือผลการผลิตทดลองในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าโครงการจะเดินหน้าตามแผนหรือไม่

แหล่งที่มา