นักพัฒนาอิสระเปิดตัวแอปโอเพนซอร์สชื่อ "Bada" ที่ช่วยให้อุปกรณ์ Android ซึ่งไม่มี Google Play Services สามารถรับ-ส่งไฟล์กับอุปกรณ์ที่รองรับ Quick Share ได้โดยตรง ถือเป็นการปิดช่องว่างที่ Google ยังไม่ได้แก้ไข และมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ใช้สมาร์ตโฟนในไทยที่ใช้งานอุปกรณ์ Android หลากหลายแบรนด์

Quick Share คืออะไร และทำไมบาง Android ถึงใช้ไม่ได้

Quick Share คือฟีเจอร์แชร์ไฟล์ระยะใกล้ของ Google ที่ทำงานคล้าย AirDrop บน iPhone รองรับการส่งไฟล์ระหว่าง Android, Chromebook, iPhone (ผ่าน QR Code) และ Windows PC ที่ติดตั้งแอป Quick Share ไว้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้ต้องอาศัย Google Play Services (GMS) ซึ่งเป็นชุดบริการพื้นฐานของ Google ที่ฝังอยู่ในอุปกรณ์ Android ส่วนใหญ่ในตลาด แต่อุปกรณ์บางกลุ่มกลับไม่มี GMS เช่น สมาร์ตโฟน Huawei รุ่นใหม่ที่ถูกตัดออกจากระบบนิเวศ Google ตั้งแต่ปี 2019 รวมถึงอุปกรณ์ที่ติดตั้ง Android แบบ custom ROM หรืออุปกรณ์ในบางตลาดที่ไม่ได้รับการรับรอง GMS

สำหรับผู้ใช้ในไทย กลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือผู้ที่ใช้ Huawei รุ่นที่วางจำหน่ายหลังปี 2019 ซึ่งยังคงมีฐานผู้ใช้อยู่ในประเทศ

Bada ทำงานอย่างไร และใครต้องติดตั้ง

Bada พัฒนาโดย Kyujin-cho บน GitHub โดยใช้แนวทางสร้าง Quick Share Protocol ขึ้นมาใหม่ทั้งหมดโดยไม่พึ่ง GMS ทำให้อุปกรณ์ที่ไม่มี Google สามารถ "พูดภาษาเดียวกัน" กับอุปกรณ์ Quick Share ได้

จุดสำคัญคือ ติดตั้ง Bada เฉพาะฝั่งที่ไม่มี Quick Share เท่านั้น ส่วนอุปกรณ์ที่มี Quick Share อยู่แล้ว เช่น Samsung Galaxy, Google Pixel หรือ Oppo ที่ใช้ GMS ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม

ความสามารถที่รองรับในปัจจุบัน:

  • ส่งไฟล์ผ่าน Wi-Fi เครือข่ายเดียวกัน (ทำงานได้เสถียรที่สุด)
  • ส่งไฟล์ผ่าน Wi-Fi Direct (เชื่อมต่อโดยตรงระหว่างอุปกรณ์)
  • ส่งผ่าน QR Code (รองรับการส่ง แต่ยังไม่รองรับการรับ)
  • ส่งไฟล์จากแอปอื่นผ่าน System Share Sheet ของ Android
  • รองรับการส่ง โฟลเดอร์ พร้อมรักษาโครงสร้างไดเรกทอรีไว้ครบถ้วน
  • มี Quick Settings Tile เฉพาะของ Bada เองสำหรับเปิด-ปิดการมองเห็น

ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนใช้งาน

ทีมงาน Android Authority ที่ทดสอบจริงพบปัญหาหลายจุดที่ควรทราบ:

Wi-Fi Direct ยังไม่เสถียร — การทดสอบจริงพบว่าโหมดนี้ไม่ทำงาน และมีรายงานว่าการใช้งานร่วมกันระหว่าง vivo X300 Ultra กับ Galaxy S23 Ultra/S25 Ultra ก็ล้มเหลวในโหมดนี้เช่นกัน

ส่งไปยัง Windows PC ไม่สำเร็จ — แม้ PC ฝั่งรับจะยืนยันการรับไฟล์ได้ แต่การโอนไม่สมบูรณ์ ขณะที่แอปบนสมาร์ตโฟนแสดงว่าส่งสำเร็จ ทำให้เกิดความสับสน

ยังไม่รองรับ AirDrop — ไม่สามารถส่งไฟล์ไปยัง iPhone โดยตรงได้ในขณะนี้

การรับจากฝั่ง Quick Share ไม่เสถียร — การส่งจากอุปกรณ์ Quick Share มายัง Bada อาจมีปัญหาได้เป็นครั้งคราว

ด้านความปลอดภัย Bada เป็นแอปที่ต้องติดตั้งแบบ Sideload (ไม่ผ่าน Play Store) ซึ่งต้องระมัดระวังตามปกติ อย่างไรก็ตาม การเป็นโอเพนซอร์สทำให้ผู้ที่มีความรู้ด้านเทคนิคสามารถตรวจสอบโค้ดได้โดยตรง สิทธิ์ที่แอปขอมีเพียง Bluetooth advertising, การเชื่อมต่อ Bluetooth/Wi-Fi ใกล้เคียง และการแจ้งเตือน ซึ่งถือว่าสมเหตุสมผล

บริบทที่ใหญ่กว่า: Quick Share กำลังขยายตัว แต่ทิ้งบางกลุ่มไว้ข้างหลัง

Google กำลังผลักดัน Quick Share ให้กลายเป็นมาตรฐานการแชร์ไฟล์ข้ามแพลตฟอร์มอย่างจริงจัง โดยฟีเจอร์ AirDrop-compatible เปิดตัวบน Pixel 10 ก่อน จากนั้นขยายไปยัง Pixel 9 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และมีแผนขยายไปยังพาร์ตเนอร์อย่าง Samsung, OPPO, OnePlus, Xiaomi, vivo และ HONOR ภายในปี 2026

Google ยังประกาศแผนนำ Quick Share ไปรวมกับแอปของบุคคลที่สาม โดยเริ่มจาก WhatsApp — แอปที่มีผู้ใช้จำนวนมากในไทย อย่างไรก็ตาม Google ยืนยันชัดเจนว่า การทำงานร่วมกันในฝั่ง Android ยังคงต้องการ GMS ไม่ว่าจะเป็นการรวมกับแอปใดก็ตาม

นั่นหมายความว่า ยิ่ง Quick Share ขยายตัวมากขึ้น ช่องว่างสำหรับอุปกรณ์ที่ไม่มี GMS ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น และนี่คือเหตุผลที่ Bada มีความสำคัญในระยะยาว

สำหรับผู้ใช้ในไทยที่ยังถือ Huawei รุ่นที่ไม่มี GMS หรืออุปกรณ์ Android ที่ไม่ได้รับการรับรองจาก Google — Bada อาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าแก่การทดลอง โดยเฉพาะสำหรับการส่งไฟล์ในเครือข่าย Wi-Fi เดียวกัน แนะนำให้ใช้ควบคู่กับ LocalSend ซึ่งเป็นแอปโอเพนซอร์สอีกตัวที่เสถียรกว่าในหลายสถานการณ์ จนกว่า Bada จะพัฒนาเพิ่มเติมในอัปเดตถัดไป

แหล่งที่มา