ตลาดหุ่นยนต์ทำความสะอาดสระว่ายน้ำเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมูลค่าตลาดโลกคาดว่าจะแตะ $1.26 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 14.1% ต่อปี ปีนี้มีรุ่นใหม่ที่น่าสนใจหลายตัว ตั้งแต่กล้อง AI ตรวจจับขยะไปจนถึงรีโมตควบคุมด้วยแสง LiFi ที่ใช้งานได้ใต้น้ำ บทความนี้รวบรวม 6 รุ่นเด่นจาก Android Authority พร้อมเปรียบเทียบสเปกและราคาเพื่อช่วยในการตัดสินใจ

ภาพรวม 6 รุ่นแนะนำ: จากงบประหยัดถึงระดับพรีเมียม

ทั้ง 6 รุ่นถูกคัดเลือกตามการใช้งานและงบประมาณที่แตกต่างกันชัดเจน ดังนี้

หมวดรุ่นราคา (USD)ราคาโดยประมาณ (THB)
โปรโมชันAiper Scuba V3ลดราคาช่วงกำหนด (เริ่ม 10 มิ.ย.)ยังไม่ประกาศราคาปกติ
สมาร์ทฟีเจอร์ดีที่สุดDreame Z1 Pro$1,299ประมาณ 46,800 บาท
คุ้มค่าที่สุดWYBOT C2 Vision$799.99ประมาณ 28,800 บาท
ไร้สายดีที่สุดBeatbot AquaSense 2$1,559ประมาณ 56,100 บาท
ทำความสะอาดครบถ้วนที่สุดBeatbot Sora 70$1,499ประมาณ 54,000 บาท
พรีเมียมสูงสุดBeatbot AquaSense 2 Ultra$3,450ประมาณ 124,200 บาท

สำหรับ Aiper นั้น Euromonitor International ระบุว่าเป็นแบรนด์ที่มียอดขายหุ่นยนต์ทำความสะอาดสระอัจฉริยะสูงสุดในโลกประจำปี 2025 โดยผลการสำรวจเสร็จสิ้นในเดือนมีนาคม 2026

WYBOT C2 Vision และ Dreame Z1 Pro: AI ราคาเข้าถึงได้ กับ LiFi ใต้น้ำ

WYBOT C2 Vision ที่ราคา $799.99 (ประมาณ 28,800 บาท) ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในกลุ่ม แม้แรงดูด 3,592 GPH (ประมาณ 13,600 ลิตร/ชั่วโมง) จะต่ำกว่ารุ่นอื่น แต่มาพร้อมกล้อง AI ตรวจจับขยะในตัว แบตเตอรี่ทำงานได้นานสูงสุด 300 นาที และครอบคลุมพื้นที่ได้ถึง 2,152 ตารางฟุต (ประมาณ 200 ตารางเมตร) ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก เหมาะกับสระขนาดกลาง

Dreame Z1 Pro ที่ราคา $1,299 (ประมาณ 46,800 บาท) โดดเด่นด้วยแรงดูดสูงถึง 8,000 GPH (ประมาณ 30,280 ลิตร/ชั่วโมง) และรีโมตควบคุมด้วยเทคโนโลยี LiFi (การสื่อสารด้วยแสง) ที่ใช้งานได้แม้อยู่ใต้น้ำ ทำความสะอาดได้ทั้งพื้น ผนัง และขอบสระ ทำงานต่อเนื่องได้ประมาณ 3 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ครอบคลุมพื้นที่ 2,160 ตารางฟุต (ประมาณ 201 ตารางเมตร) ข้อควรระวังคือใช้เวลาชาร์จ 4–6 ชั่วโมง และไม่เหมาะกับสระขนาดใหญ่มาก

Beatbot Sora 70 และ AquaSense 2 Ultra: ครอบคลุมทุกพื้นผิว รวมถึงผิวน้ำ

Beatbot Sora 70 ราคา $1,499 (ประมาณ 54,000 บาท) เป็นหนึ่งในไม่กี่รุ่นที่ทำความสะอาดได้ครบทุกพื้นผิว ทั้งพื้นสระ ผนัง ขอบน้ำ และผิวน้ำ แรงดูด 6,800 GPH (ประมาณ 25,740 ลิตร/ชั่วโมง) อยู่ในระดับเดียวกับ Beatbot AquaSense X รุ่นท็อป ถังเก็บขยะจุได้ 6 ลิตร ทำงานได้ 7 ชั่วโมงบนผิวน้ำ และ 5 ชั่วโมงใต้น้ำ ชาร์จเต็มใน 4.5 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ตัวเครื่องไม่มีปุ่มควบคุม ต้องใช้งานผ่านแอปหรือสวิตช์เท่านั้น และฟังก์ชันแอปบางส่วนถูกจำกัดขณะทำงานใต้น้ำ

Beatbot AquaSense 2 Ultra ราคา $3,450 (ประมาณ 124,200 บาท) คือรุ่นพรีเมียมสูงสุดในกลุ่ม ติดตั้งเซ็นเซอร์ถึง 27 ตัวสำหรับการทำแผนที่สระ ระบบ HybridSense AI ทำความสะอาดแบบ 5-in-1 และมีกลไกปล่อยสารทำความสะอาดน้ำในตัว ทำงานได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมงบนผิวน้ำ และ 5 ชั่วโมงใต้น้ำ รองรับสระขนาดใหญ่ถึง 3,875 ตารางฟุต (ประมาณ 360 ตารางเมตร) พร้อมการรับประกัน 3 ปี

สำหรับผู้ที่ต้องการรุ่นไร้สายในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า Beatbot AquaSense 2 ที่ $1,559 (ประมาณ 56,100 บาท) ให้แรงดูด 5,500 GPH (ประมาณ 20,810 ลิตร/ชั่วโมง) พร้อมเซ็นเซอร์ 16 ตัว ทำงานได้ 4 ชั่วโมง และรองรับสระขนาดถึง 3,230 ตารางฟุต (ประมาณ 300 ตารางเมตร) โดยในช่วงเซลอาจพบราคาต่ำกว่า $900 (ประมาณ 32,400 บาท)

Beatbot AquaSense X: รุ่นใหม่ล่าสุดจาก CES 2026

ที่งาน CES 2026 เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2026 Beatbot เปิดตัว AquaSense X ซึ่งคว้ารางวัล CES 2026 Innovation Awards สาขา Home Appliances มาครอง จุดเด่นสำคัญได้แก่

  • ระบบ Beatbot AI 2.0 และ HybridSense AI Vision รุ่นใหม่ ตรวจจับขยะได้เพิ่มจาก 20 ประเภทเป็น 40 ประเภท
  • สถานีชาร์จ AstroRinse Cleaning Station ที่ล้างฟิลเตอร์อัตโนมัติ — เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม
  • รองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Home, Alexa และ Siri
  • ราคา MSRP อยู่ที่ $4,250 (ประมาณ 153,000 บาท) เริ่มวางจำหน่ายในสหรัฐฯ วันที่ 13 เมษายน 2026

นอกจากนี้ รุ่น Sora 30 ในซีรีส์เดียวกันยังได้รับรางวัล iF DESIGN AWARD 2026 มาพร้อมแรงดูด 6,800 GPH ในราคา MSRP $999 (ประมาณ 35,960 บาท)

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อ

  • แรงดูด (GPH): แนะนำขั้นต่ำ 3,500 GPH (ประมาณ 13,250 ลิตร/ชั่วโมง) เพื่อรับมือกับขยะชิ้นใหญ่และกรวดเล็กได้
  • ระยะเวลาแบตเตอรี่และพื้นที่ครอบคลุม: เลือกให้มีระยะเผื่อจากขนาดสระจริง
  • เวลาชาร์จ: หลายรุ่นใช้เวลา 4–6 ชั่วโมง ควรวางแผนตารางการใช้งาน
  • การทำความสะอาดผิวน้ำ: มีเฉพาะบางรุ่นและราคาสูงกว่า
  • ฟีเจอร์อัจฉริยะ: AI วางแผนเส้นทาง, รีโมตควบคุม, การทำแผนที่สระ
  • น้ำหนักและขนาด: สำคัญหากต้องยกเข้า-ออกสระบ่อยครั้ง

มุมมองสำหรับผู้บริโภคในไทย

ข้อมูลราคาและสต็อกที่อ้างอิงในบทความนี้เป็นของตลาดสหรัฐอเมริกา ข้อมูลการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยยังไม่ได้รับการประกาศสำหรับทุกรุ่น ผู้ที่สนใจสั่งซื้อผ่านช่องทางนำเข้าควรตรวจสอบความพร้อมของอะไหล่และบริการหลังการขายก่อนตัดสินใจ

ที่น่าจับตาคือตลาดสระว่ายน้ำในไทยกำลังขยายตัว โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมระดับกลาง-บน หากแบรนด์เหล่านี้เริ่มขยายช่องทางจำหน่ายมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างจริงจัง ราคาในไทยอาจสูงกว่าราคา MSRP ของสหรัฐฯ เนื่องจากภาษีนำเข้าและค่าขนส่ง ผู้ที่มีสระขนาดไม่เกิน 200 ตารางเมตรอาจพิจารณา WYBOT C2 Vision เป็นจุดเริ่มต้นที่คุ้มค่าที่สุดในกลุ่มนี้

แหล่งที่มา