BOOX เปิดตัวอีบุ๊กรีดเดอร์รุ่นใหม่ในซีรีส์ Poke 7 อย่างเป็นทางการ โดยกำหนดวางจำหน่ายในตลาดจีนวันที่ 21 พฤษภาคม 2026 ก่อนขยายสู่ตลาดสากลในเวลาต่อมา จุดเด่นสำคัญคือการรัน Android แบบเปิดที่รองรับแอปของบุคคลที่สามได้อย่างอิสระ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Kindle ทำไม่ได้

ราคาและกำหนดวางจำหน่าย

BOOX Poke 7 มีราคา MSRP อยู่ที่ประมาณ $176 (ประมาณ 6,340 บาท) ซึ่งสูงกว่า Poke 6 รุ่นก่อนหน้าที่เปิดตัวที่ราคาเทียบเท่า $161 เล็กน้อย และสูงกว่า Kindle Paperwhite ที่วางขายอยู่ที่ $159.99 (ประมาณ 5,760 บาท) ด้วยเช่นกัน

สำหรับผู้ที่สั่งซื้อในช่วงเปิดตัว มีสิทธิพิเศษดังนี้

  • ส่วนลด 10% สำหรับผู้สั่งซื้อ 200 คนแรก
  • เคสซิลิโคนมูลค่าประมาณ $10 ฟรี สำหรับผู้สั่งซื้อภายใน 4 ชั่วโมงแรกหลังเปิดตัว
  • วันวางจำหน่าย: 21 พฤษภาคม 2026 เริ่มต้นในตลาดจีน

ส่วนการเปิดตัวในตลาดสากลนั้น คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่เดือนหลังจากนั้น โดยอาจใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างออกไปจากเวอร์ชันจีน

ดีไซน์และสเปกที่เปิดเผย

ด้านการออกแบบ Poke 7 ได้รับการปรับโฉมให้ทันสมัยขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน โดยมีรายละเอียดที่ยืนยันแล้วดังนี้

รายละเอียดข้อมูล
จอแสดงผลE-Ink ขาวดำ (ไม่มีรุ่นสี)
หน้าจอแบบ Flush (ไม่มีขอบนูน)
ฝาหลังลายนูน Ribbed Texture เพิ่มการจับถือ
สีที่มีจำหน่ายBlue, White, Sand

แม้ตลาดอีบุ๊กรีดเดอร์โดยรวมจะเริ่มหันมาใช้จอสีมากขึ้น แต่ BOOX ยังคงเลือกใช้ E-Ink ขาวดำในซีรีส์ Poke เพื่อรักษาจุดยืนในฐานะอีบุ๊กรีดเดอร์ขนาดกะทัดรัดที่เน้นการอ่านเป็นหลัก รายละเอียดอื่น เช่น ขนาดหน้าจอ น้ำหนัก และความจุแบตเตอรี่ ยังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ ณ ขณะนี้

Android เปิด vs. Kindle ปิด — ความแตกต่างที่สำคัญ

สิ่งที่ทำให้ BOOX Poke 7 โดดเด่นเหนือ Kindle คือการรัน Android แบบเต็มรูปแบบ ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้สามารถติดตั้งแอปอีบุ๊กจากหลายแพลตฟอร์มได้พร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น Kindle, Kobo, Google Play Books หรือแอปอ่านหนังสืออื่น ๆ รวมถึงแอปจดบันทึกและแอปฟังเสียงได้อีกด้วย

ในทางตรงกันข้าม Kindle ของ Amazon ผูกผู้ใช้ไว้กับระบบนิเวศของ Amazon เป็นหลัก ทำให้การข้ามไปใช้ร้านหนังสือหรือแอปอื่นทำได้ยาก

อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังสำหรับผู้ที่สนใจเวอร์ชันจีน กล่าวคือ แม้ตัวเครื่องจะรัน Android แต่เวอร์ชันจีนไม่รองรับ Google Play Store ผู้ที่ต้องการใช้งานแอปจาก Play Store อย่างเต็มที่จะต้องรอเวอร์ชันสากลเท่านั้น

สิ่งที่ผู้บริโภคในไทยควรรู้

ข้อมูลการวางจำหน่ายในไทยยังไม่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์ BOOX มักเข้าถึงได้ผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง Shopee หรือ Lazada ในราคาที่อาจสูงกว่าราคา MSRP เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการนำเข้า

สำหรับนักอ่านในไทยที่ใช้หนังสือหลายแพลตฟอร์มหรืออ่านทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความสามารถในการติดตั้งแอปได้อย่างอิสระของ BOOX ถือเป็นข้อได้เปรียบที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับ Kindle ที่ยังมีข้อจำกัดด้านร้านหนังสือภาษาไทย ผู้ที่สนใจควรติดตามการประกาศเวอร์ชันสากลในช่วงกลางปี 2026 เพื่อรอดูราคาและชื่อผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มา