Chipolo เปิดตัว Bluetooth Tracker รุ่นพิเศษที่ออกแบบร่วมกับ Mercedes-Benz ในราคา $39 (ประมาณ 1,400 บาท) โดยพัฒนาบนพื้นฐานของ Chipolo Loop รุ่นเรือธง ติดตั้งโลโก้ Three-Pointed Star แบบโครมบนตัวเครื่อง รองรับทั้ง Google Find Hub และ Apple Find My พร้อมวางจำหน่ายแล้วผ่านเว็บไซต์ทางการของ Chipolo และ Amazon
สเปกหลัก: ระยะ 400 ฟุต เสียงดัง 125 dB และกันน้ำ IP67
แม้จะเป็นรุ่น Limited Edition แต่สเปกของ Chipolo x Mercedes-Benz นั้นเหมือนกับ Chipolo Loop มาตรฐานทุกประการ ตามรายงานจาก Android Authority และ 9to5Google มีดังนี้
| รายการ | สเปก |
|---|---|
| ระยะการเชื่อมต่อ | สูงสุด 400 ฟุต (~122 เมตร) |
| ความดังสัญญาณเตือน | สูงสุด 125 dB |
| มาตรฐานกันน้ำ/ฝุ่น | IP67 |
| การชาร์จ | USB-C |
| อายุแบตเตอรี่ | สูงสุด 1 ปีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง |
| วัสดุ | รีไซเคิลพลาสติกอย่างน้อย 50% (Post-consumer) |
| การติดตั้ง | ตะขอโลหะสำหรับพวงกุญแจ |
ระยะ 400 ฟุตนั้นเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากรุ่นก่อนหน้าที่ทำได้เพียง 200 ฟุต ซึ่งเพียงพอสำหรับการค้นหาในลานจอดรถขนาดใหญ่หรือห้างสรรพสินค้า ส่วนความดัง 125 dB นั้นดังพอที่จะได้ยินแม้ตัวเครื่องจะอยู่ก้นกระเป๋า นอกจากนี้ การกดปุ่มโลโก้ Mercedes สองครั้งยังสามารถสั่งให้สมาร์ตโฟนส่งเสียงเพื่อช่วยค้นหาโทรศัพท์ได้อีกด้วย
รองรับทั้ง Find Hub และ Find My แต่เลือกได้เพียงระบบเดียว
ที่น่าจับตาคือ Chipolo Loop รุ่น Mercedes-Benz Edition รองรับทั้ง Google Find Hub และ Apple Find My ทำให้ผู้ใช้ทั้ง Android และ iPhone สามารถตั้งค่าใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองระบบไม่สามารถเปิดใช้งานพร้อมกันได้ ผู้ใช้ต้องเลือกเพียงระบบเดียวตั้งแต่ขั้นตอนการตั้งค่าครั้งแรก
ข้อจำกัดนี้ไม่ได้เกิดจากตัว Chipolo เอง แต่เป็นผลมาจากนโยบายและความไม่เข้ากันระหว่างระบบของ Apple และ Google ดังนั้น ผู้ที่ใช้ iPhone เป็นหลักควรเลือก Find My ส่วนผู้ที่ใช้ Android เป็นหลักควรเลือก Find Hub
ข้อควรระวังเพิ่มเติมสำหรับผู้ใช้ Android คือ Chipolo Loop ยังไม่รองรับ Find Hub เวอร์ชันเว็บบราวเซอร์ หมายความว่าไม่สามารถตรวจสอบตำแหน่งผ่าน PC ได้
ราคาและช่องทางจำหน่าย: ซื้อตรงจาก Chipolo ถูกกว่า Amazon
ราคาของ Chipolo x Mercedes-Benz Edition อยู่ที่ $39 (ประมาณ 1,400 บาท) เมื่อซื้อผ่านเว็บไซต์ทางการของ Chipolo โดยตรง ขณะที่ Amazon และร้านค้าปลีกอื่นจำหน่ายในราคา $45 (ประมาณ 1,620 บาท) และในยุโรปวางจำหน่ายที่ €45 (ประมาณ 1,755 บาท) ตามรายงานของ Digital Trends
มีตัวเลือกแพ็กหลายชิ้นด้วย ได้แก่ แพ็ก 2, 4 และ 6 ชิ้น แม้ยังไม่มีการเปิดเผยส่วนลดที่ชัดเจนสำหรับแต่ละแพ็ก
ด้านการผลิต Chipolo เป็นบริษัทสัญชาติสโลวีเนีย และตัวเครื่องผลิตในยุโรป วัสดุที่ใช้เป็นพลาสติกรีไซเคิลจากผู้บริโภค (Post-consumer) อย่างน้อย 50% ตัวเครื่องมีสีดำแบบ Matte พร้อมตะขอโลหะแบบ Brushed Metal
เทียบกับ AirTag: ข้อได้เปรียบและจุดอ่อน
เมื่อเปรียบเทียบกับ Apple AirTag ซึ่งเป็นคู่แข่งหลักในตลาด Chipolo Loop มีทั้งจุดแข็งและจุดที่ยังด้อยกว่า
| หัวข้อ | Chipolo Loop | Apple AirTag |
|---|---|---|
| การชาร์จ | USB-C (ชาร์จซ้ำได้) | เปลี่ยนถ่านกระดุม CR2032 |
| ระยะเชื่อมต่อ | 400 ฟุต | ไม่ระบุชัดเจน |
| อายุแบตเตอรี่ | สูงสุด 1 ปี | ประมาณ 1 ปี |
| Precision Finding | ไม่รองรับ | รองรับ (iPhone เท่านั้น) |
| ระบบเครือข่าย | Find Hub + Find My (เลือกได้ 1 ระบบ) | Find My เท่านั้น |
จุดเด่นของ Chipolo Loop คือการชาร์จผ่าน USB-C ซึ่งสะดวกกว่าการเปลี่ยนถ่านของ AirTag และรองรับทั้ง Android และ iOS แต่ยังขาดฟีเจอร์ Precision Finding ที่ช่วยนำทางแบบเรียลไทม์ไปยังตำแหน่งของอุปกรณ์ได้อย่างแม่นยำ
สำหรับผู้บริโภคในไทย
ข้อมูลการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยยังไม่ได้รับการประกาศ แต่สามารถสั่งซื้อได้ผ่าน Chipolo.net โดยตรงหรือ Amazon ในราคา $39–$45 (ประมาณ 1,400–1,620 บาท) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับราคาเดียวกับ AirTag ที่วางจำหน่ายในไทยอยู่แล้ว
สำหรับผู้ที่ใช้รถ Mercedes-Benz หรือเป็นแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์ ตัวเครื่องนี้ให้ความรู้สึกพรีเมียมในราคาเท่ากับรุ่นปกติ ส่วนผู้ที่ต้องการ Bluetooth Tracker ที่ใช้งานได้ดีโดยไม่สนใจโลโก้ Chipolo Loop มาตรฐานก็ให้ประสบการณ์เดียวกันในราคาเท่ากัน
