เอกสารภายในของ Disney ที่รั่วไหลออกมาเผยให้เห็นแผนการรวม Hulu เข้ากับ Disney+ ภายใต้รหัสลับ "Project Gemini" โดยมีเป้าหมายสุดท้ายคือการปิดตัวแอป Hulu อย่างถาวร หลังจากผู้ใช้ทั้งหมดย้ายไปยัง Disney+ เรียบร้อยแล้ว รายงานนี้อ้างอิงจากการสืบสวนของ Business Insider และถูกนำเสนอต่อโดย 9to5Mac

"Project Gemini" คืออะไร และแผนหลายขั้นตอนทำงานอย่างไร

James Faris นักข่าวจาก Business Insider ได้รับภาพหน้าจอของเอกสารภายใน Disney ที่ระบุถึงแผนการรวมเนื้อหาและฟีเจอร์ทั้งหมดของ Hulu เข้าสู่ Disney+ แบบหลายขั้นตอน ภายใต้ชื่อโครงการ "Project Gemini" โดยคาดว่าประสบการณ์การใช้งานแบบรวมศูนย์จะเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2026

ข้อความสำคัญในเอกสารดังกล่าวระบุว่า:

"The Hulu tech stack and app will be decommissioned after all users have transitioned"

หมายความว่า แอป Hulu และโครงสร้างเทคโนโลยีเบื้องหลังจะถูกปิดตัวลง หลังจากผู้ใช้ทุกคนย้ายมายัง Disney+ แล้ว Business Insider ยังได้สัมภาษณ์พนักงานในแผนกสตรีมมิ่งอีก 2 ราย ซึ่งให้การยืนยันสอดคล้องกับเนื้อหาในเอกสาร

พนักงานในบริษัทเผย Hulu "อยู่ในสภาพยื้อชีวิต" ไม่มีการพัฒนาใหม่

นอกจากเอกสารที่รั่วไหล พนักงานระดับสูงในฝ่ายเทคโนโลยีของ Disney อีก 3 รายยังให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทได้ถอนทรัพยากรทั้งบุคลากรและเทคโนโลยีออกจาก Hulu แล้ว และไม่มีการเพิ่มฟีเจอร์ขนาดใหญ่ใดๆ อีกต่อไป

พนักงานเก่าแก่รายหนึ่งที่ทำงานกับผลิตภัณฑ์ Hulu มาอย่างยาวนานกล่าวตรงๆ ว่า:

"Hulu is on life support at this point, with no active development"

สถานการณ์นี้ตัดกันอย่างชัดเจนกับ Disney+ ที่ยังคงเดินหน้าเพิ่มฟีเจอร์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่เอกสารภายในระบุไว้

Disney ตอบว่า "ไม่มีแผน" — แต่อ่านระหว่างบรรทัดได้อีกมาก

Disney ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า ขณะนี้ "ไม่มีแผน" (no current plans) ที่จะปิดแอป Hulu อย่างไรก็ตาม การใช้คำว่า "ขณะนี้" ถือเป็นการปฏิเสธที่มีเงื่อนไข ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ในอนาคตออกไป

ความแตกต่างระหว่างจุดยืนทางการและเนื้อหาในเอกสารภายในสะท้อนให้เห็นว่า Disney อาจยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนและพิจารณาจังหวะการประกาศที่เหมาะสม เนื่องจาก Hulu ยังมีสมาชิกที่ชำระเงินจำนวนมาก การประกาศแผนปิดตัวก่อนเวลาอันควรอาจกระตุ้นให้เกิดการยกเลิกสมาชิกจำนวนมากได้

ไม่มีการบังคับย้าย — Disney หวังให้ผู้ใช้ "ย้ายเองตามธรรมชาติ"

ตามรายงาน Disney ไม่มีแผนบังคับให้ผู้ใช้ Hulu ย้ายไปยัง Disney+ ในทันที แต่ใช้กลยุทธ์ที่พนักงานในบริษัทอธิบายว่าต้องการ "get folks to migrate organically" หรือให้ผู้ใช้ย้ายเองโดยสมัครใจ ผ่านการ "offering a better experience" บน Disney+

ในทางปฏิบัติ หมายความว่า Hulu จะค่อยๆ ด้อยลงในแง่ประสบการณ์การใช้งาน เนื่องจากไม่มีการลงทุนพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ขณะที่ Disney+ ยังคงพัฒนาต่อเนื่อง ผู้ใช้จึงจะเลือกย้ายเองในที่สุด โดยไม่ต้องถูกบังคับ แนวทางนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ "super app" ที่ Disney เคยพูดถึงมาก่อน

ฟีเจอร์ใหม่เดือนพฤษภาคม 2026 — สัญญาณการรวมที่เป็นรูปธรรม

ก่อนที่ข่าวรั่วไหลจะออกมา เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2026 Disney ได้เปิดตัวฟีเจอร์เชื่อมโยงระหว่าง Disney+ และ Hulu อย่างเป็นทางการ ได้แก่:

  • การเชื่อมโยงโปรไฟล์ — ผู้ใช้สามารถเชื่อมโปรไฟล์ Hulu เข้ากับ Disney+ ได้
  • การสตรีมเนื้อหา Hulu ผ่านแอป Disney+ — สมาชิก Hulu สามารถดูเนื้อหา Hulu ทั้งหมดผ่านแอป Disney+ โดยใช้ MyDisney login

Disney+ ยังอยู่ระหว่างทดสอบฟีเจอร์ "Live Guide" ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Hulu สำหรับแสดงเนื้อหาไลฟ์สตรีมอย่าง ABC News Live และ ESPN ส่วนฟีเจอร์เฉพาะของ Hulu อย่าง Hulu + Live TV ยังคงอยู่ในแอป Hulu ก่อน และจะถูกรวมเข้า Disney+ ในภายหลัง

ราคาบันเดิลและการขยายสู่ตลาดโลก

ปัจจุบันโครงสร้างราคาบันเดิลในสหรัฐอเมริกาเป็นดังนี้:

แผนราคาต่อเดือน (สหรัฐฯ)เทียบเท่าโดยประมาณ
Disney+/Hulu บันเดิล (มีโฆษณา)$9.99ประมาณ 360 บาท
Disney+/Hulu บันเดิล (ไม่มีโฆษณา)$19.99ประมาณ 720 บาท

Bob Iger CEO ของ Disney แจ้งต่อผู้ถือหุ้นในการประชุม Q1 2026 ว่าประสบการณ์แอปแบบรวมจะพร้อมใช้งาน "ภายในสิ้นปีปฏิทิน" นี้ อย่างไรก็ตาม มีความกังวลว่าอาจมีการปรับราคาเพิ่มเติมพร้อมกับการเปิดตัวแอปรวม เนื่องจาก Disney เคยขึ้นราคาในเดือนตุลาคมมาแล้วสองปีติดต่อกัน

ในระดับนานาชาติ Disney ได้เปลี่ยนแท็บ "Star" บน Disney+ เวอร์ชันต่างประเทศให้กลายเป็นแบรนด์ Hulu ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 แล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณว่า Disney ต้องการผลักดัน Hulu ให้เป็นแบรนด์เอนเตอร์เทนเมนต์ระดับโลก ไม่ใช่แค่ตลาดสหรัฐฯ อีกต่อไป

สำหรับผู้ใช้ Disney+ ในไทย แม้ว่า Hulu จะยังไม่ได้วางจำหน่ายในประเทศไทยโดยตรง แต่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครั้งนี้อาจส่งผลต่อเนื้อหาและฟีเจอร์ที่จะปรากฏบน Disney+ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต รวมถึงโอกาสที่ราคาสมาชิกอาจมีการปรับเปลี่ยนตามมา ผู้ที่ใช้ Disney+ อยู่ในขณะนี้ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก Disney อย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มา