THQ Nordic ประกาศเปิดตัว Expeditions: Samurai ภาคใหม่ล่าสุดของซีรีส์เกม RPG อิงประวัติศาสตร์ที่จะพาผู้เล่นย้อนเวลาไปสู่ญี่ปุ่นยุคเซ็นโกกุ ก่อนการรบที่เซกิงาฮาระเพียงไม่นาน จุดที่น่าสนใจคือผู้เล่นจะไม่ได้สวมบทเป็น William Adams ซามูไรชาวอังกฤษในตำนาน แต่กลับเป็นกัปตันกองเรือโจรสลัด (Privateer) ชาวดัตช์ที่เดินทางมาถึงญี่ปุ่นก่อนหน้า Adams ตามรายงานของ Wccftech
Campfire Cabal สตูดิโอเบื้องหลังกับยอดขายสะสมทะลุ 1.3 ล้านชุด
ผู้พัฒนาเกมนี้คือ Campfire Cabal สตูดิโอจากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2022 โดยทีมงานส่วนใหญ่มาจาก Logic Artists สตูดิโอเดิมที่ปิดตัวลง ทำให้พวกเขายืนยันว่าเป็น "ผู้ให้กำเนิด" ซีรีส์ Expeditions อย่างแท้จริง สตูดิโอเคยเผชิญวิกฤตในปี 2023 ก่อนที่ THQ Nordic จะเข้ามาสนับสนุนให้ฟื้นคืนชีพ โดยปัจจุบันซีรีส์มียอดขายสะสมรวมแล้วกว่า 1.3 ล้านชุด
ทีมผู้พัฒนาระบุว่ากลุ่มเป้าหมายของเกมคือผู้เล่นอายุ 20 ปีขึ้นไป ที่ชื่นชอบเนื้อเรื่องเข้มข้น การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และผลลัพธ์ระยะยาวที่ส่งผลต่อโลกของเกม ฉากของเรื่องตั้งอยู่ในปี 1600 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ William Adams ตัวจริงเดินทางถึงญี่ปุ่นและกลายเป็นชาวยุโรปคนแรกที่ได้รับยศ "ซามูไร" ในเวลาต่อมา
ทำไมตัวเอกถึงไม่ใช่ William Adams
แม้จะเป็นช่วงเวลาเดียวกับเรื่องราวของ Adams แต่ Campfire Cabal เลือกให้ผู้เล่นรับบทเป็นหัวหน้ากองเรือโจรสลัดดัตช์ที่เดินทางมากับเรือฟริเกต De Albatros โดยข้อความต้นฉบับระบุว่าตัวเอก "เดินทางมาถึงญี่ปุ่นก่อน (first)" Adams เนื่องจากญี่ปุ่นได้รับการติดต่อจากชาวยุโรปครั้งแรกราว 50 ปีก่อนหน้านั้นแล้ว ตัวเอกจึงไม่ใช่ "ชาวต่างชาติคนแรก" แต่จุดสำคัญที่จะขับเคลื่อนเนื้อเรื่องคือการเป็น "โปรเตสแตนต์กลุ่มแรก" ที่เข้ามาในดินแดนซึ่งครอบงำโดยมิชชันนารีคาทอลิกชาวโปรตุเกสและสเปน
ทีมผู้พัฒนาเผยว่าการเลือกญี่ปุ่นเป็นฉากครั้งนี้มาจากเสียงเรียกร้องของแฟน ๆ และยืนยันว่าจะคงกรอบประวัติศาสตร์ของยุคเซ็นโกกุไว้ โดยไม่เปลี่ยนให้กลายเป็นแฟนตาซีเกินจริง เรื่องราวจะเริ่มต้นก่อนการรบที่เซกิงาฮาระ จุดเปลี่ยนสำคัญที่ปิดฉากยุคเซ็นโกกุและเปิดทางสู่ยุคแห่งสันติภาพใหม่ ในด้านงานภาพ ทีมระบุว่าได้ปรับแนวทางให้กลับมามีบุคลิกและการแสดงสีหน้าที่ชัดเจนกว่า Expeditions: Rome ภาคก่อนหน้า โดยพัฒนาบน Unreal Engine 5 ภายใต้แนวคิด "Detailed Realism"
Stealth กลายเป็น "เสาหลักที่สาม" เคียงข้างการต่อสู้และการทูต
ระบบเกมยังคงเอกลักษณ์ของซีรีส์ คือการผสมผสานการสำรวจแบบ Real-time กับการต่อสู้แบบ Turn-based ที่เน้นการคิดเชิงกลยุทธ์มากกว่าการพึ่งดวงจากการทอยลูกเต๋า โดยคลาสที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อแนวทางการเล่นอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยเพิ่มคุณค่าในการเล่นซ้ำ
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในภาคนี้คือการยก Stealth ขึ้นมาเป็นเสาหลักที่สามของการแก้ปัญหาในเกม เคียงข้างความรุนแรงและการทูต โดยมีฟีเจอร์ที่น่าจับตา ได้แก่:
- ระบบ Dynamic Combat Initiation ที่ให้ผู้เล่นแทรกซึม แบ่งทีม และจัดวางตำแหน่งก่อนเปิดฉากโจมตีแบบจู่โจม
- เครื่องมือเบี่ยงเบนความสนใจ เช่น ม่านควันและกลลวง สามารถใช้นอกการต่อสู้
- หากเชี่ยวชาญ Stealth ผู้เล่นอาจหลีกเลี่ยงการต่อสู้ได้ในหลายสถานการณ์
AI ของศัตรูที่รองรับระบบ Stealth นี้พัฒนาโดยทีมผู้มากประสบการณ์จากซีรีส์ Hitman ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทีมเคลมว่าระบบจะมีความแน่นหนาและท้าทาย นอกจากนี้เกมยังเน้นการบริหารทรัพยากร อาการบาดเจ็บ อาวุธ ชุดเกราะ และการอยู่รอดของเพื่อนร่วมทีมอย่างลึกซึ้ง
World Map เปิดกว้างกับ Companion 8 ตัว — รายละเอียดที่ยังไม่เปิดเผย
เกมนำเสนอ World Map ขนาดใหญ่ที่ผู้เล่นสามารถเดินทางได้อย่างอิสระ และเลือกลำดับการทำเควสต์ได้ตามต้องการ ส่วน Companion หรือตัวละครเพื่อนร่วมทีม Wccftech ระบุว่ามีทั้งหมด 8 ตัว อย่างไรก็ตาม รายละเอียดอื่น ๆ เช่น ระบบ Romance, สเปกตัวละครรายตัว, กำหนดวางจำหน่าย, แพลตฟอร์มที่รองรับ และโหมด Co-op ยังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ
ในส่วนของรายละเอียดเกมเพลย์เชิงลึก เช่น สถานะการเป็นไดเมียวซามูไรที่รับใช้ Tokugawa Ieyasu, ระบบบริหารหมู่บ้าน และการมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์อย่างการรบที่เซกิงาฮาระ ยังไม่มีรายงานยืนยันจาก Wccftech ในขณะนี้
สำหรับเกมเมอร์ชาวไทยที่ชื่นชอบเกม RPG อิงประวัติศาสตร์ในแนวทางเดียวกับ Pillars of Eternity หรือ Pathfinder Expeditions: Samurai ดูจะเป็นอีกหนึ่งชื่อที่ควรจับตา โดยเฉพาะการเลือกมุมมองที่ไม่ซ้ำกับ Ghost of Tsushima หรือ Rise of the Ronin ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลและกด Wishlist บน Steam เพื่อรอข่าวสารราคาจำหน่ายในภูมิภาคที่คาดว่าจะอยู่ในช่วงมาตรฐานของเกม AA จาก THQ Nordic หรือราว 1,400–1,800 บาท (ประมาณ US$40–50) เมื่อมีการประกาศอย่างเป็นทางการ
