Ferrari เปิดตัว Luce รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ออกแบบทั้งภายนอกและภายในโดย Jony Ive อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Apple ผ่านสตูดิโอ LoveFrom ตัวรถเป็น SUV 4 ประตู 5 ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วย 4 มอเตอร์รวม 1,035 แรงม้า ตั้งราคาไว้ที่ 550,000 ยูโร (ประมาณ 21.4 ล้านบาท หรือเทียบเท่า US$640,000) พร้อมส่งมอบในไตรมาสที่ 4 ปี 2026
LoveFrom กับงานออกแบบรถยนต์ครั้งแรก — ประตูบานพับหลังและ 5 ที่นั่ง
Luce ถือเป็นผลงานออกแบบรถยนต์ชิ้นแรกของ LoveFrom สตูดิโอที่ Jony Ive ก่อตั้งร่วมกับ Marc Newson ในปี 2019 สำหรับ Newson เองนั้น นับเป็นงานออกแบบรถยนต์ชิ้นที่สองในชีวิต ต่อจาก Ford 021C Concept เมื่อปี 1999 และเช่นเดียวกับ 021C รถคันนั้น Luce ก็เลือกใช้ประตูบานพับหลัง (suicide door) ซึ่งเปิดออกในทิศทางตรงข้ามกับประตูทั่วไป พร้อมระบบปิดประตูอัตโนมัติด้วยปุ่มกด — รายละเอียดที่สะท้อนให้เห็นว่าทีมออกแบบให้ความสำคัญกับ "พิธีกรรม" ของการขึ้น-ลงรถในฐานะประสบการณ์ที่ออกแบบได้
ตัวถังมีขนาดใกล้เคียง SUV บรรทุก 5 ผู้โดยสาร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ Ferrari ที่รถรุ่นใดรุ่นหนึ่งรองรับผู้โดยสารได้ถึง 5 คน (Purosangue ก่อนหน้านี้เป็น 4 ประตูแต่รองรับ 4 ที่นั่ง) ผู้โดยสารแถวหลังอาจรู้สึกว่าพื้นที่เหนือศีรษะค่อนข้างจำกัด แต่โดยรวมแล้วความสะดวกสบายอยู่ในระดับดี และที่นั่งแถวหลังยังมีแผงควบคุมพร้อมปุ่มและหมุนปรับแบบเดียวกับที่นั่งหน้า
Enrico Galliera ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Ferrari ระบุว่า Luce คือ "โอกาสในการขยายชุมชน Ferrari" — นั่นหมายความว่ารถคันนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่แฟนพันธุ์แท้เดิม แต่ต้องการดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ต้องการรถหรูสำหรับครอบครัวด้วย
4 มอเตอร์ Halbach Array และระบบควบคุมทุก 5 มิลลิวินาที
ด้านสมรรถนะ Luce ติดตั้งมอเตอร์ที่ล้อแต่ละข้าง รวม 4 ตัว โดยมอเตอร์หลัง 2 ตัวให้กำลังตัวละ 416 แรงม้า ส่วนมอเตอร์หน้า 2 ตัวให้กำลังตัวละ 141 แรงม้า รวมกำลังสูงสุด 1,035 แรงม้า ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 193 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 311 กม./ชม.)
มอเตอร์ทั้งหมดใช้การจัดเรียงแบบ Halbach array ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในระบบส่งกำลัง F1 ช่วยให้สนามแม่เหล็กกระจุกตัวที่ฝั่งสเตเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบ Torque Vectoring กระจายแรงบิดไปยังล้อด้านนอกในโค้งเพื่อเพิ่มความคล่องตัว ขณะที่ระบบควบคุมกลาง (Vehicle Control Unit หรือ VCU) ประมวลผลสภาพถนนและปรับการกระจายแรงขับทุก 5 มิลลิวินาที
ระบบกันสะเทือนเป็นแบบ Active Suspension ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ปรับทั้งความหน่วงและความสูงของตัวรถแบบเรียลไทม์ ในโหมดขับทางหลวงตัวรถจะลดความสูงลง 10 มม. เพื่อลดแรงต้านอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับค่า Cd เพียง 0.254 — ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ Ferrari นอกจากนี้ยังมีระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อ (Four-Wheel Steering) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการซอกซอน
แบตเตอรี่ 122 kWh ชาร์จเร็ว 350 kW และระบบเสียงแบบ Acoustic Pickup
แบตเตอรี่ขนาด 122 kWh (gross) ติดตั้งแบบแบนราบใต้พื้นรถในลักษณะ skateboard platform รองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 350 kW ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTP ของยุโรปอยู่ที่ 329 ไมล์ (ประมาณ 530 กม.) ส่วนมาตรฐาน EPA ของสหรัฐฯ ที่เข้มงวดกว่า คาดว่าจะต่ำกว่า 300 ไมล์ (ประมาณ 480 กม.) ในโหมดขับทางหลวง ระบบจะตัดการทำงานของมอเตอร์หน้าทั้งสองเพื่อเพิ่มระยะทางวิ่งให้สูงสุด
ในส่วนของระบบเสียง Luce ไม่ได้สร้างเสียงสังเคราะห์แบบเต็มรูปแบบเหมือน Hyundai Ioniq 5 N แต่ใช้ "Acoustic Pickup" ที่เพลาหลังเพื่อสุ่มตัวอย่างการสั่นสะเทือนจริงของรถ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดว่าการสั่นสะเทือนดังกล่าวถูกแปลงและส่งเข้าห้องโดยสารอย่างไรนั้นยังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างครบถ้วน
จอ OLED 2 ชั้นจาก Samsung Display และซอฟต์แวร์ที่ยังไม่สมบูรณ์
ภายในห้องโดยสาร Luce ใช้จอแสดงผลแบบ OLED 2 ชั้นที่พัฒนาร่วมกับ Samsung Display โดยแผงด้านบนมีช่องเปิดขนาดใหญ่ 3 จุด เพื่อให้จอชั้นล่างแสดงข้อมูลผ่านออกมา — Ferrari อ้างว่าเป็นการออกแบบ "ครั้งแรกในโลก" ในแบบนี้
อย่างไรก็ตาม รถที่นำมาให้สื่อทดลองนั่งยังเป็นรุ่น Pre-production ซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ยังไม่ทำงาน ทั้งนาฬิกาจับเวลา โหมดขับขี่ และระบบระบายอากาศเบาะนั่ง ล้วนยังไม่ตอบสนอง ทีมงานที่ได้สัมผัสรถจริงระบุว่าบรรยากาศของห้องโดยสารดูกลมกลืนกว่าเมื่อครั้งที่เห็นชิ้นส่วนภายในแยกต่างหาก ความรู้สึก "เย็นชา" ที่เคยมีในตอนแรกลดลงเมื่อเห็นทุกอย่างประกอบเข้าด้วยกัน
ราคา 550,000 ยูโร และการเดิมพันในตลาดที่คู่แข่งถอยหลัง
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ราคาในอิตาลี | 550,000 ยูโร (ประมาณ 21.4 ล้านบาท / US$640,000) |
| กำหนดส่งมอบ | ไตรมาสที่ 4 ปี 2026 |
| เปรียบเทียบ | Purosangue ราคาประมาณ US$430,000 — Luce แพงกว่าและเป็นรุ่นสูงสุดของแบรนด์ |
| ความจุท้ายรถ | 600 ลิตร |
ที่น่าสังเกตคือ Ferrari เลือกเปิดตัว Luce ในช่วงที่ตลาดรถ EV หรูหราทั่วโลกกำลังชะลอตัว ทั้ง Porsche และ Lamborghini ต่างเลื่อนหรือลดขนาดแผน EV ของตนเอง แต่ Ferrari กลับเดินหน้าเต็มกำลังด้วยรุ่นที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ความจุท้ายรถ 600 ลิตรและที่นั่ง 5 คนบ่งชี้ชัดว่าเป้าหมายคือครอบครัวผู้มีฐานะสูง ไม่ใช่นักสะสมรถสปอร์ตแบบดั้งเดิม
สำหรับผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงไทย ข้อมูลการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการยังไม่ได้รับการประกาศ แต่ด้วยราคาระดับนี้ กลุ่มเป้าหมายหลักคือนักสะสมและผู้มีความมั่งคั่งสูงที่สั่งซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย Ferrari อย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลเพิ่มเติมหลังจากซอฟต์แวร์ของรถสมบูรณ์และมีการทดสอบขับจริงบนถนนสาธารณะ ก่อนตัดสินใจใดๆ
แหล่งที่มา
- Engadget — Ferrari Luce unveiled: Here's the first car from Jony Ive's design house
- Reuters / Global Banking & Finance — Ferrari bets on generational tech shift with Luce five-seat EV
