Ferrari Luce รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของ Ferrari ที่ออกแบบโดย Sir Jony Ive แห่ง LoveFrom เปิดเผยรายละเอียดระบบแสดงผลภายในห้องโดยสาร โดยใช้จอ OLED จาก Samsung Display ถึง 4 ขนาด ครอบคลุม 3 โซนแสดงผล จุดเด่นอยู่ที่แผงหน้าปัดที่ใช้โครงสร้างซ้อนสองชั้นร่วมกับเทคโนโลยี HIAA ให้เข็มวัดแบบกลไกจริงทะลุผ่านหน้าจอ OLED ได้ ตามรายงานของ GSMArena

Samsung Display ส่ง OLED 4 ขนาดสำหรับ 3 โซนในห้องโดยสาร

ระบบแสดงผลของ Ferrari Luce ประกอบด้วยจอ OLED จาก Samsung Display ทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ 12.9 นิ้ว, 12 นิ้ว, 10.1 นิ้ว และ 6.3 นิ้ว โดยแต่ละจอถูกจัดวางในตำแหน่งที่แตกต่างกันดังนี้

ตำแหน่งขนาดจอหน้าที่
แผงหน้าปัด (ชั้นล่าง)12 นิ้วแสดงพื้นหลัง สเกลเกจ
แผงหน้าปัด (ชั้นบน)12.9 นิ้วมีช่องเจาะ 3 วง สำหรับเข็มจริง
คอนโซลกลาง10.1 นิ้วแสดงนาฬิกา สต็อปวอตช์ เข็มทิศ
ที่นั่งด้านหลัง6.3 นิ้วควบคุมแอร์และข้อมูลการขับขี่

แนวคิดนี้สะท้อนปรัชญาการออกแบบของ Ive ที่เคยนำมาใช้ที่ Apple นั่นคือการผสานวัสดุ รายละเอียดทางกายภาพ และ UI เข้าเป็นหนึ่งเดียวอย่างไร้รอยต่อ

เทคโนโลยี HIAA: จากรูกล้องสมาร์ตโฟน สู่เข็มวัดขนาดใหญ่กว่า 20 เท่า

หัวใจของระบบนี้คือเทคโนโลยี HIAA (Hole In Active Area) ของ Samsung ซึ่งเดิมพัฒนาขึ้นสำหรับกล้องหน้าแบบ punch-hole ในสมาร์ตโฟน โดยปกติรูดังกล่าวมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 5 มม. แต่ใน Ferrari Luce รูที่เจาะบนจอ OLED ชั้นบนขนาด 12.9 นิ้ว มีขนาดใหญ่กว่านั้นราว 20 เท่า เพื่อให้เข็มวัดแบบกลไกจริงสามารถยื่นออกมาได้

โครงสร้างซ้อนสองชั้นทำงานร่วมกันดังนี้: จอชั้นล่าง (12 นิ้ว) แสดงพื้นหลังและสเกลเกจ ขณะที่จอชั้นบน (12.9 นิ้ว) มีช่องเจาะทรงกลม 3 จุด ให้เข็มจริงโผล่ขึ้นมา ผลลัพธ์คือความรู้สึกสามมิติที่ต่างจากหน้าจอแบน 2D ทั่วไปในรถยนต์ทั่วไป ใกล้เคียงกับความรู้สึกของนาฬิกากลไกระดับหรู

ความท้าทายทางวิศวกรรมอยู่ที่การรักษาคุณภาพการเปล่งแสงของพื้นที่ active area รอบรูขนาดใหญ่ ซึ่ง Samsung ระบุว่ามีสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับ HIAA มากกว่า 500 รายการ นับตั้งแต่เปิดตัว hole display รายแรกของอุตสาหกรรมในปี 2019

คอนโซลกลางและที่นั่งหลัง: เข็มเดิม ฟังก์ชันเปลี่ยนได้

จอ 10.1 นิ้ว ที่คอนโซลกลางใช้เทคโนโลยี HIAA เช่นกัน โดยมีเข็มจริง 3 เส้นยื่นออกมาจากหน้าจอ ผู้ใช้สามารถสลับฟังก์ชันของเข็มชุดเดิมได้ระหว่างนาฬิกา สต็อปวอตช์ และเข็มทิศ ผ่านซอฟต์แวร์ แนวคิดนี้คือการคงความเป็นกลไกทางกายภาพไว้ แต่ให้ซอฟต์แวร์กำหนดบทบาท ซึ่งเป็นคำตอบหนึ่งของการผสาน analog กับ digital

ส่วนที่นั่งด้านหลังได้รับจอ 6.3 นิ้ว สำหรับควบคุมระบบปรับอากาศและดูข้อมูลการขับขี่ ขนาดใกล้เคียงกับสมาร์ตโฟนทั่วไป

Ernesto Lasalandra หัวหน้าฝ่าย R&D ของ Ferrari กล่าวว่า "Samsung Display สามารถรองรับปรัชญาการออกแบบของ Ferrari Luce ในการผสานซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ได้อย่างสมบูรณ์ ระบบแสดงผลใหม่นี้มอบประสบการณ์ห้องนักบินที่ประเพณีของ Ferrari และเทคโนโลยีแห่งอนาคตอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน"

สเปก Ferrari Luce และสถานการณ์ตลาด EV หรู

Ferrari Luce มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว กำลังรวม 1,035 แรงม้า แบตเตอรี่ 122 kWh อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 2.5 วินาที และสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.254 ซึ่งต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ Ferrari พิสัยการขับขี่สูงสุด 530 กม. ต่อการชาร์จเต็ม แบตเตอรี่ใช้เซลล์จาก SK (เกาหลี) แต่โมดูลผลิตโดย Ferrari เอง เพื่อรองรับการเปลี่ยนเซลล์ในอนาคต

ราคาตั้งต้นอยู่ที่ €550,000 หรือประมาณ 21.4 ล้านบาท (เทียบเท่า US$600,000) การผลิตจะเริ่มในช่วงปลายปี 2026 และวางจำหน่ายในตลาดสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 2 ปี 2027

อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาของตลาดทุนหลังการเปิดตัวไม่เป็นไปในทางบวก หุ้น Ferrari ร่วงลงกว่า 5% ในวันถัดจากการประกาศ นักวิเคราะห์จาก Evercore ISI ระบุว่า "ความต้องการ Luce จากลูกค้า Ferrari เดิมแทบไม่มี" สอดคล้องกับที่ Ferrari เองเคยระบุว่าตั้งเป้ากลุ่มลูกค้าใหม่ถึง 80% สำหรับรุ่นนี้ ขณะที่คู่แข่งอย่าง Lamborghini ยกเลิกแผน EV และ Bentley เลื่อนการเปิดตัว EV คันแรกออกไปหลายครั้ง สะท้อนแรงกดดันในตลาด EV ระดับหรูโดยรวม

สำหรับผู้บริโภคและนักลงทุนในไทย Ferrari Luce อาจไม่ใช่สินค้าที่เข้าถึงได้โดยตรง แต่กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีจอแสดงผลจากสมาร์ตโฟน โดยเฉพาะจาก Samsung Display กำลังขยายตัวสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ระดับสูง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของทิศทางที่จอ OLED จะปรากฏในยานพาหนะกระแสหลักในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แหล่งที่มา