Fitbit Air อุปกรณ์สวมใส่ไร้หน้าจอรุ่นใหม่ของ Google กำลังเผชิญกระแสวิจารณ์เรื่องความแม่นยำตั้งแต่เปิดจำหน่ายในวันแรก โดยมีผู้ใช้รายหนึ่งรายงานว่าอุปกรณ์บันทึกช่วงเวลาที่ตนนอนหลับราว 1 ชั่วโมงเป็น "422 ก้าว" แทนที่จะตรวจจับเป็นการพักผ่อน ตามรายงานของ Android Authority ที่อ้างอิงเสียงสะท้อนบนแพลตฟอร์ม X และ Reddit

บันทึก "นอน 1 ชั่วโมง = 422 ก้าว" — จุดอ่อนของอุปกรณ์ไร้หน้าจอ

จุดขายของ Fitbit Air คือการทำงานเงียบ ๆ อยู่เบื้องหลังเพื่อบันทึกกิจกรรมและการนอน เนื่องจากตัวเครื่องไม่มีหน้าจอแสดงผล ความแม่นยำของเซ็นเซอร์จึงเป็นทั้งหมดของคุณค่าผลิตภัณฑ์ แต่ผู้ใช้รายหนึ่งโพสต์บน X ระบุว่าช่วงเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงที่ตนเข้านอน กลับถูกบันทึกเป็นการเดิน 422 ก้าว และเรียกประสบการณ์วันแรกกับสายรัดข้อมือรุ่นใหม่ของ Google ว่าเป็น "ความผิดหวังครั้งใหญ่"

รายงานในลักษณะใกล้เคียงกันยังปรากฏใน Reddit อีกหลายกระทู้ มีผู้ใช้รายหนึ่งระบุว่าตนเล่นสมาร์ตโฟนอยู่จนถึงเวลา 00:45 น. แต่ Fitbit Air กลับบันทึกว่าเข้านอนตั้งแต่เวลา 23:00 น. ซึ่งเร็วกว่าความจริงเกือบสองชั่วโมง พร้อมระบุว่าฟีเจอร์ติดตามการนอน "ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง"

นั่งโต๊ะแต่ขึ้น 1,600 ก้าว — เซ็นเซอร์ก้าวเดินสับสนกับการขยับข้อมือ

ปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตรวจจับการนอน ผู้ใช้ Reddit อีกรายรายงานว่าจำนวนก้าวเพิ่มขึ้นผิดปกติแม้นั่งทำงานอยู่กับโต๊ะ โดยมีรายละเอียดที่ถูกหยิบยกขึ้นมาดังนี้

  • ขยับแขนเพียงไม่กี่ครั้ง ตัวเครื่องนับเป็นประมาณ 10 ก้าว
  • กรณีร้ายแรงที่สุดคือ นั่งอยู่กับที่ประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ถูกบันทึกเป็น 1,600 ก้าว
  • การรีเซ็ตกลับเป็นค่าโรงงาน (factory reset) ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น

มีผู้ใช้บางส่วนทดลองหาทางแก้เอง โดยระบุว่าหากย้าย Fitbit Air ไปสวมที่ข้อเท้าแทนข้อมือ ความแม่นยำของการนับก้าวและการวัดอัตราการเต้นของหัวใจดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะไม่ใช่วิธีสวมใส่ตามคู่มือ แต่ก็สะท้อนว่าผู้บริโภคต้องดิ้นรนหาทางออกด้วยตัวเองในขณะที่รอการแก้ไขจากผู้ผลิต

ผู้ใช้ Fitbit รุ่นเก่าก็บ่นเรื่องความแม่นยำ — แต่อาจมีต้นตอต่างกัน

เสียงร้องเรียนไม่ได้มาจากผู้ใช้ Fitbit Air เพียงอย่างเดียว ผู้ใช้อุปกรณ์ Fitbit รุ่นก่อนหน้าก็รายงานเช่นกันว่าการตรวจจับการนอนและการตื่นกลางดึกผิดเพี้ยนไปจากเดิม

ความคิดเห็นหนึ่งระบุว่าอุปกรณ์เคยทำงานได้ดี แต่เมื่อ Google ย้ายระบบไปสู่ Google Health ความแม่นยำกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น อุปกรณ์ไม่ตรวจจับการลุกออกจากเตียงในเวลากลางคืน อย่างไรก็ตาม กรณีเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดกับอุปกรณ์รุ่นเก่า ขณะที่ Fitbit Air ออกสู่ตลาดโดยเชื่อมต่อกับ Google Health เป็นพื้นฐานตั้งแต่ต้น จึงอาจไม่ใช่ปัญหาเดียวกันเสียทีเดียว แต่ความกังวลด้านความแม่นยำที่ขยายวงในชุมชนผู้ใช้กำลังกลายเป็นประเด็นที่ Google ละเลยได้ยาก

Google ยังไม่ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ

แม้รายงานบน X และ Reddit จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ Android Authority ระบุว่า Google ยังไม่ยอมรับปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นทางการ และยังไม่ประกาศกำหนดการแก้ไขใด ๆ Fitbit Air ถูกออกแบบมาให้ไม่มีหน้าจอ ผู้ใช้จึงไม่สามารถตรวจสอบและปรับค่าได้ทันท่วงที จุดขายของอุปกรณ์อยู่ที่การบันทึกข้อมูลเบื้องหลังให้แม่นยำ หากความผิดพลาดประเภท "นอนหลับถูกนับเป็นก้าวเดิน" ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ความเชื่อมั่นต่อข้อมูลทั้งระบบอาจพังทลายในเวลาอันสั้น

ผู้บริโภคในไทยที่กำลังพิจารณาซื้อ Fitbit Air ควรรอติดตามว่า Google จะออกอัปเดตซอฟต์แวร์เพื่อแก้ไขหรือไม่ก่อนตัดสินใจ ส่วนผู้ที่ซื้อไปแล้วและพบอาการคล้ายกัน เนื่องจากการรีเซ็ตค่าโรงงานไม่ช่วยแก้ปัญหา ทางเลือกในขณะนี้คือการรอแพตช์อัปเดตจากผู้ผลิต

ราคาเดียวจบ 99.99 ดอลลาร์ — โครงสร้างต่างจาก WHOOP ที่ต้องสมัครสมาชิกรายปี

Fitbit Air เปิดตัวเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2026 ด้วยราคา 99.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,600 บาท) เปิดให้พรีออร์เดอร์และเริ่มจัดส่งวันที่ 26 พฤษภาคม ส่วนรุ่น Special Edition ราคา 129.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 4,700 บาท) โดยทั้งสองรุ่นแถม Google Health Premium ฟรี 3 เดือน และใช้งาน Google Health Coach ที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini ได้ทันที

ผลิตภัณฑ์รูปแบบราคา
Fitbit Air99.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,600 บาท) ซื้อขาด
WHOOPสมัครสมาชิกรายปี 199–359 ดอลลาร์ (ประมาณ 7,200–12,900 บาท)
Oura Ringซื้อตัวเครื่อง + สมัครสมาชิกรายเดือน

WHOOP มีเงื่อนไขว่าหากยกเลิกการสมัครสมาชิก ตัวอุปกรณ์จะหยุดทำงาน การที่ Fitbit Air เข้าตลาดสายรัดไร้หน้าจอด้วยราคาซื้อขาดประมาณ 3,600 บาท จึงลดกำแพงราคาเข้าตลาดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตลาดอุปกรณ์ไร้หน้าจอยังมีตัวเลือกอื่นในกลุ่มสมาร์ตริงที่ไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิก เช่น Luna Band, RingConn และ Ultrahuman ทำให้ตัวเลือกสำหรับผู้บริโภคในปี 2026 ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

Double Tap และ Smart Wake — ระบบควบคุมของอุปกรณ์ไร้หน้าจอ

Fitbit Air มีความหนา 8.3 มม. น้ำหนักตัวเครื่องเปล่า 5.2 กรัม รองรับแบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 1 สัปดาห์ และชาร์จเร็วเพียง 5 นาทีก็ใช้งานได้ 1 วัน ในเมื่อไม่มีหน้าจอ ระบบควบคุมจึงพึ่งพาไฟสถานะและท่าทาง Double Tap เป็นหลัก

ฟังก์ชันที่ใช้งานผ่าน Double Tap

  • ตรวจสอบแบตเตอรี่: สีขาวแทน 20–100%, แดงคือเหลือต่ำกว่า 20%, ไม่ติดไฟคือแบตหมด
  • ปิดเสียงปลุก: ตัวเครื่องสั่นที่ข้อมือ และผู้ใช้สามารถแตะสองครั้งเพื่อปิดได้

ระบบปลุกมีสองรูปแบบ ได้แก่ Repeat Alarm ที่จะเตือนซ้ำอัตโนมัติหลังจากครั้งแรกผ่านไป 9 นาทีหากผู้ใช้ไม่ Double Tap และ Smart Wake ที่จะตรวจวงจรการนอนล่วงหน้าได้สูงสุด 30 นาทีก่อนถึงเวลาที่ตั้งไว้ เพื่อปลุกในช่วงที่ผู้ใช้ตื่นง่ายที่สุด ถือเป็นความพยายามของ Google ในการปรับประสบการณ์การตื่นนอนแม้บนอุปกรณ์ที่ไม่มีจอ

สำหรับผู้บริโภคในไทย แม้ Fitbit Air จะยังไม่ประกาศวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศ แต่ราคา 99.99 ดอลลาร์ถือว่าน่าสนใจเทียบกับสายรัดในระดับเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ปัญหาความแม่นยำที่ปรากฏตั้งแต่สัปดาห์แรกของการขายควรเป็นสัญญาณให้ผู้สนใจรอดูอัปเดตจาก Google ก่อนตัดสินใจซื้อ

แหล่งที่มา