Fujifilm ปรับลดราคา X Half กล้องดิจิทัลสไตล์ฮาล์ฟเฟรมฟิล์มลงอย่างมีนัยสำคัญ จากราคาเปิดตัวเดิมที่ $850 (ประมาณ 30,600 บาท) เหลือเพียง $549.99 (ประมาณ 19,800 บาท) ในช่วงโปรโมชันพิเศษที่มีผลถึงวันที่ 28 มิถุนายน 2026 ตามรายงานของ The Verge ซึ่งหมายความว่าผู้ที่สนใจสามารถประหยัดได้รวมกว่า $300 (ประมาณ 10,800 บาท) เมื่อเทียบกับราคาเปิดตัว

โครงสร้างราคาที่เปลี่ยนไป: ลดสองชั้นรวมกว่า $300

การลดราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในสองขั้นตอน กล่าวคือ Fujifilm ได้ปรับ MSRP อย่างเป็นทางการลงก่อนจาก $850 เหลือ $649.99 (ประมาณ 23,400 บาท) จากนั้นจึงมีส่วนลดเพิ่มเติมอีก $100 (ประมาณ 3,600 บาท) สำหรับช่วงโปรโมชันจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน

รายการราคา (USD)ราคาโดยประมาณ (THB)
ราคาเปิดตัวเดิม$850ประมาณ 30,600 บาท
MSRP ที่ปรับใหม่$649.99ประมาณ 23,400 บาท
ราคาโปรโมชัน (ถึง 28 มิ.ย.)$549.99ประมาณ 19,800 บาท
ส่วนลดรวม~$300ประมาณ 10,800 บาท

ราคาโปรโมชันนี้มีให้ที่ Amazon, B&H Photo และ Best Buy ส่วน Adorama จำหน่ายในราคาเดียวกันแต่แถมชุดอุปกรณ์เสริมฟรี ได้แก่ SD Card SanDisk ขนาด 64GB และกระเป๋ากล้อง ซึ่งถือเป็นจุดต่างที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าสูงสุด

X Half คืออะไร: กล้องที่ออกแบบมาเพื่อ "ความสนุก" โดยเฉพาะ

X Half ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแข่งขันกับกล้องมิเรอร์เลสหรือ DSLR ทั่วไป แต่มีจุดยืนชัดเจนในฐานะกล้องดิจิทัลที่จำลองประสบการณ์ของกล้องฟิล์มฮาล์ฟเฟรม โดยมีสเปกหลักดังนี้

  • เซนเซอร์แนวตั้งขนาด 1 นิ้ว ความละเอียด 18 ล้านพิกเซล
  • เลนส์ fixed 32mm เทียบเท่า f/2.8
  • รองรับ Film Simulation, ฟิลเตอร์สร้างสรรค์ และ Grain Effect
  • ฟีเจอร์ "Digital Diptych" สำหรับรวมสองภาพเข้าด้วยกัน
  • ตัวเลือกประทับวันที่ลงบนภาพ
  • Film Camera Mode พร้อมตัวเลือกความยาวม้วนฟิล์ม 36/54/72 เฟรม
  • ฟิลเตอร์สร้างสรรค์ 12 แบบ รวมถึง Double Exposure, Light Leak และ Grain
  • Film Simulation 13 โหมด

ขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวก เหมาะสำหรับการถ่ายภาพสแนปช็อตในชีวิตประจำวัน Vjeran Pavic อดีต Supervising Producer ของ The Verge ได้บรรยาย X Half ว่าเป็นกล้องที่ "whimsical" และ "refreshing" เหมาะกับการถ่ายภาพแบบ "scrappy, quick photos" อย่างไรก็ตาม Antonio Di Bennedeto จาก The Verge ระบุว่าแม้จะสนุกกับตัวกล้อง แต่รู้สึกว่าราคาเปิดตัวเดิมนั้นสูงเกินไป

สิ่งที่ X Half ไม่มี: ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

เพื่อให้ได้ประสบการณ์การใช้งานที่เรียบง่ายและเน้นความสนุก Fujifilm ตัดฟีเจอร์บางอย่างออกไปอย่างตั้งใจ

  • ไม่รองรับ RAW: ความยืดหยุ่นในการแต่งภาพหลังถ่ายมีจำกัด
  • ไม่มี Hot Shoe: ไม่สามารถติดตั้งแฟลชภายนอกหรืออุปกรณ์เสริมได้
  • ไม่มี EVF (Electronic Viewfinder)

ข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้ X Half ไม่เหมาะสำหรับการใช้งานเป็นกล้องหลัก แต่สำหรับผู้ที่ต้องการกล้องสำรองหรือกล้องสำหรับถ่ายภาพเพื่อความสนุก ข้อจำกัดเหล่านี้อาจไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด

Firmware Ver.1.30: อัปเดตสำคัญที่ทำให้ X Half ดีขึ้นมาก

ควบคู่กับการปรับราคา Fujifilm ยังได้ปล่อย Firmware Ver.1.30 เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2026 ซึ่งเพิ่มความสามารถและแก้ไขปัญหาหลายประการ

ฟีเจอร์ใหม่:

  • รองรับการเชื่อมต่อและพิมพ์ภาพโดยตรงกับ instax Evo Series และ instax LiPlay Series
  • ปรับปรุงการใช้งาน AF Mode และ Film Camera Mode
  • รองรับการเลื่อน Focus Frame บนหน้าจอ LCD ด้วยการสไวป์เมื่อตั้ง AF เป็น AREA

บั๊กที่แก้ไขแล้ว:

  • แก้ปัญหาภาพ Preview กระพริบตามความสว่างของสภาพแวดล้อม
  • แก้ปัญหากล้องค้างเมื่อเริ่มบันทึกวิดีโอขณะใช้ Face/Eye Detection
  • แก้ปัญหา Shutter Count นับผิดพลาด
  • แก้ปัญหาไฟแสดงการชาร์จ NP-W126S ยังติดอยู่หลังชาร์จเต็มแล้ว

การอัปเดตนี้ถือว่าสำคัญมาก เนื่องจากแก้ไขปัญหาที่ผู้ใช้รายงานตั้งแต่ช่วงเปิดตัว ทำให้ประสบการณ์การใช้งานโดยรวมดีขึ้นอย่างชัดเจน

X Half เหมาะกับใคร ณ ราคา $549.99

ที่ราคา $549.99 (ประมาณ 19,800 บาท) X Half เริ่มเข้าสู่ช่วงราคาที่น่าพิจารณามากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ Pentax 17 กล้องฟิล์ม 35mm ที่ราคาใกล้เคียงกันที่ประมาณ $500 (ประมาณ 18,000 บาท) แต่ไม่รองรับวิดีโอหรือการรวมเฟรม

  • ผู้ที่ชื่นชอบสไตล์ฟิล์ม: Film Simulation, Grain Effect และ Diptych คือหัวใจของกล้องนี้ ราคาปัจจุบันถือว่าสมเหตุสมผลสำหรับการทดลองประสบการณ์เหล่านี้
  • ผู้ที่ต้องการกล้องสำรองขนาดเล็ก: เซนเซอร์แนวตั้ง 1 นิ้ว เลนส์ fixed 32mm f/2.8 และขนาดพกพาได้ เหมาะสำหรับเป็นคู่กับกล้องหลัก หากไม่ต้องการ RAW หรือ EVF
  • ผู้ที่ต้องการกล้องหลักเพียงเครื่องเดียว: ด้วยข้อจำกัดด้าน RAW, EVF และ Hot Shoe กล้องนี้ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการใช้งานในฐานะกล้องหลัก ควรพิจารณาตัวเลือกอื่น

สำหรับผู้บริโภคในไทยที่สนใจ ข้อมูลการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยยังไม่ได้รับการประกาศ การสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ระหว่างประเทศอย่าง Amazon หรือ B&H Photo ยังคงเป็นทางเลือกหลัก โดยควรคำนึงถึงค่าจัดส่งและภาษีนำเข้าเพิ่มเติมด้วย โปรโมชันนี้มีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 28 มิถุนายน 2026 ผู้ที่สนใจควรตัดสินใจก่อนหมดเวลา

แหล่งที่มา