Google AI Overviews กำลังเผชิญกับบั๊กที่ทำให้ระบบแปลความหมายของคำค้นหาภาษาอังกฤษบางคำผิดพลาด โดยตีความว่าเป็น "คำสั่ง" ให้ AI ทำงาน แทนที่จะแสดงนิยามของคำนั้น ตามรายงานของ Android Authority เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 Google ยืนยันรับทราบปัญหาดังกล่าวแล้วและอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการแก้ไข

บั๊ก "disregard" คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร

ฟีเจอร์แสดงนิยามคำศัพท์ในหน้าผลการค้นหาของ Google มีมาอย่างยาวนาน และปัจจุบัน AI Overviews เข้ามารับหน้าที่นี้แทน อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ X รายหนึ่งในชื่อ @ariadotwav รายงานว่าเมื่อพิมพ์คำว่า "disregard" เพื่อค้นหานิยาม ระบบกลับตอบสนองด้วยข้อความว่า

"Understood! I'll ignore the previous prompt and start fresh." (รับทราบแล้ว ฉันจะละเว้นคำสั่งก่อนหน้าและเริ่มต้นใหม่)

กล่าวคือ AI Overviews ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าผู้ใช้กำลัง ค้นหาความหมายของคำ หรือ สั่งงาน AI โดยตรง ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดในระดับการตีความเจตนาของผู้ใช้ (intent detection)

6 คำที่ทำให้ AI Overviews ทำงานผิดปกติ

จากการตรวจสอบของ Android Authority พบว่าปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คำว่า "disregard" เพียงคำเดียว แต่ยังครอบคลุมคำอื่นอีก 5 คำ ได้แก่

  • remember (จำไว้)
  • start (เริ่มต้น)
  • finished (เสร็จสิ้น)
  • ignore (เพิกเฉย)
  • forget (ลืม)

คำเหล่านี้ล้วนเป็นคำกริยาที่มักปรากฏในคำสั่งที่ผู้ใช้พิมพ์ให้ chatbot ทำงาน ทำให้ระบบตีความผิดทิศทาง ที่น่าสังเกตคือแม้จะเพิ่มคำว่า "definition" ต่อท้ายในช่องค้นหา ปัญหาก็ยังคงเกิดขึ้น ซึ่งชี้ให้เห็นว่าจุดบกพร่องอยู่ที่กระบวนการวิเคราะห์ความตั้งใจของ query ก่อนที่ระบบจะประมวลผล

Google ยืนยันรับทราบ — แต่ยังไม่มีกำหนดแก้ไขชัดเจน

โฆษกของ Google ให้คำชี้แจงกับ Android Authority ว่า

"We're aware that AI Overviews are misinterpreting some action-related queries, and we're working on a fix, which will roll out soon." (เราทราบว่า AI Overviews กำลังตีความ query ที่เกี่ยวกับการกระทำบางรายการผิดพลาด และกำลังดำเนินการแก้ไขซึ่งจะเผยแพร่ในเร็วๆ นี้)

การที่ Google ใช้คำว่า "action-related queries" สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทเข้าใจดีว่าต้นเหตุมาจากคำกริยาที่ฟังดูเหมือนคำสั่ง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการระบุกำหนดเวลาที่แน่ชัดสำหรับการอัปเดต และยังไม่ชัดเจนว่าการแก้ไขจะเป็นการปรับ logic การตีความ query ในระดับลึกหรือไม่

ในระหว่างนี้ หากต้องการค้นหานิยามคำศัพท์ภาษาอังกฤษ แนะนำให้ใช้บริการพจนานุกรมโดยตรง เช่น Merriam-Webster หรือ Cambridge Dictionary แทนการพึ่งพา AI Overviews เพียงอย่างเดียว

Prompt Injection — ช่องโหว่เชิงโครงสร้างของ AI ค้นหา

บั๊กครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการโจมตีที่มีเจตนาร้าย แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงช่องโหว่ที่เรียกว่า Prompt Injection ซึ่งเป็นปัญหาที่ข้อมูลภายนอกหรือ input ของผู้ใช้ถูกระบบ AI ตีความเป็นคำสั่งโดยไม่ตั้งใจ

ข้อมูลที่น่าจับตาในประเด็นนี้มีดังนี้

  • Google รายงานว่าความพยายาม prompt injection ที่มีเจตนาร้ายเพิ่มขึ้น 32% ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2025 ถึงกุมภาพันธ์ 2026
  • OWASP จัดให้ prompt injection เป็นความเสี่ยงอันดับ 1 ด้านความปลอดภัย AI ในปี 2026 ภายใต้รหัส "LLM01"
  • NCSC ของสหราชอาณาจักร เตือนในเดือนธันวาคม 2025 ว่าปัญหานี้ "ไม่สามารถแก้ได้อย่างสมบูรณ์" เนื่องจากเป็นผลมาจากวิธีที่ LLM ตีความภาษาโดยธรรมชาติ

กรณีของ "disregard" จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าแม้แต่การค้นหาคำศัพท์ธรรมดาก็อาจกลายเป็น trigger ของพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ได้

Hallucination ยังคงเป็นปัญหาคู่ขนาน

นอกเหนือจากบั๊กการตีความคำสั่ง ปัญหา hallucination หรือการที่ AI ให้ข้อมูลที่ผิดพลาดด้วยความมั่นใจยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องติดตาม ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า

โมเดลอัตรา Hallucination
Gemini 3 Pro (รุ่นก่อนหน้า)88%
Gemini 3.1 Pro Preview (กุมภาพันธ์ 2026)50%

แม้ Gemini 3.1 Pro Preview จะปรับปรุงได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่อัตรา 50% ยังถือว่าสูง งานวิจัยที่วิเคราะห์รีวิวแอปพลิเคชันมือถือกว่า 3 ล้านรายการพบว่าประมาณ 1.75% ของคำร้องเรียนเกี่ยวข้องกับข้อผิดพลาดจาก hallucination โดยตรง

สำหรับผู้ใช้ในไทย ที่ใช้ Google Search ในการค้นหาข้อมูลหรือนิยามคำศัพท์ภาษาอังกฤษเป็นประจำ ควรระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งอื่นควบคู่กันไปเสมอ โดยเฉพาะในบริบทการทำงานหรือการเรียนที่ต้องการความแม่นยำสูง การพึ่งพา AI Overviews เพียงแหล่งเดียวในช่วงนี้ยังมีความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม

แหล่งที่มา