Google เปิดตัวแล็ปท็อปสายใหม่ในชื่อ "Googlebook" อย่างเป็นทางการในงาน Android Show: I/O Edition เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 โดยรองรับชิปจากทั้ง Intel, MediaTek และ Qualcomm พร้อมฟีเจอร์ AI ที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini และมีแผนวางจำหน่ายในช่วงปลายปีนี้ผ่านพาร์ตเนอร์ OEM ชั้นนำ 5 ราย

รองรับ 3 ชิปเซ็ต: Intel, MediaTek และ Qualcomm

ตามรายงานจาก Android Authority ที่อ้างอิงการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร Google กับ Chrome Unboxed ได้รับการยืนยันแล้วว่า Googlebook จะรองรับโปรเซสเซอร์จาก 3 ค่ายหลัก ได้แก่ Intel (สถาปัตยกรรม x86), MediaTek และ Qualcomm (ทั้งสองฝั่ง Arm) ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่ Chromebook เคยทำมาก่อน

  • Intel — ตัวเลือกสาย x86 สำหรับความเข้ากันได้กับซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย
  • MediaTek — สถาปัตยกรรม Arm เน้นประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
  • Qualcomm — สถาปัตยกรรม Arm มีประสบการณ์จากตลาดมือถือ

สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับอายุแบตเตอรี่ ชิปสาย Arm อย่าง MediaTek และ Qualcomm ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงกว่า x86 ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ตลาดให้ความสนใจมากขึ้นนับตั้งแต่ Apple Silicon พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า Arm สามารถทำงานได้ยาวนานกว่าในรูปแบบแล็ปท็อป

ทั้งนี้ Google ยังไม่ได้ยืนยันว่า Googlebook จะรันบน "Aluminium OS" ซึ่งเป็นโปรเจกต์ OS ใหม่ที่มีข่าวลือมาก่อนหน้านี้ แต่ยืนยันแล้วว่าแพลตฟอร์มนี้สร้างบนเทคโนโลยีสแตกของ Android

ฟีเจอร์ Chrome OS ที่จะยังคงอยู่ — แต่ปรับดีไซน์ใหม่

หนึ่งในคำถามสำคัญของผู้ใช้ Chromebook คือฟีเจอร์ที่คุ้นเคยจะยังอยู่หรือไม่ ผู้บริหาร Google ระบุว่าฟีเจอร์ "core" ของ Chrome OS จะถูกนำมาใช้ใน Googlebook ด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • Virtual Desks (เดสก์ท็อปเสมือน), Screen Recording (บันทึกหน้าจอ), Multi-Paste (ประวัติคลิปบอร์ด) และ Quick Insert ล้วนอยู่ในรายการที่กำลังพิจารณา
  • ฟีเจอร์เหล่านี้มีผู้ใช้งานจริงมากกว่าที่ Google คาดไว้ในตอนแรก
  • ตำแหน่งของปุ่มและลิงก์อาจเปลี่ยนไปจากเดิม เนื่องจากมีการ "rethinking" การออกแบบใหม่ในหลายส่วน
  • ฟีเจอร์หลักจะยังคงอยู่ และบางส่วนจะถูกออกแบบใหม่ให้ดีกว่าเดิม

ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่วางแผนย้ายจาก Chromebook คือ ไม่ใช่ทุกฟีเจอร์จะพร้อมใช้งานตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่าย จึงควรตรวจสอบว่าฟีเจอร์ที่ใช้เป็นประจำรองรับแล้วหรือยังก่อนตัดสินใจซื้อ

Gemini คือหัวใจหลัก: Magic Pointer, Widget และ Quick Access

สิ่งที่ทำให้ Googlebook แตกต่างจาก Chromebook อย่างชัดเจนคือการผสาน Gemini เข้ากับการใช้งานในระดับระบบ โดยฟีเจอร์ที่ประกาศออกมามีดังนี้

Magic Pointer — เพียงแค่ขยับเมาส์เล็กน้อย (wiggle) Gemini จะเปิดใช้งานและให้คำแนะนำตามบริบทของสิ่งที่เคอร์เซอร์ชี้อยู่ เช่น ชี้ไปที่วันที่ในอีเมลก็สามารถตั้งการประชุมได้ทันที หรือเลือก 2 ภาพเพื่อเปรียบเทียบหรือรวมกัน โดยมีเครื่องมือ ask, compare และ combine ให้ใช้

Create your Widget — สร้างวิดเจ็ตแบบกำหนดเองผ่านการพิมพ์คำสั่งให้ Gemini โดย Gemini จะดึงข้อมูลจากเว็บ, Gmail และ Google Calendar มาสร้างแดชบอร์ดส่วนตัวให้อัตโนมัติ

Quick Access / Cast My Apps — เข้าถึงไฟล์ในสมาร์ตโฟนได้โดยตรงจาก File Browser ของ Googlebook โดยไม่ต้องโอนไฟล์ และเปิดแอป Android บนหน้าจอแล็ปท็อปได้เลย อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้ต้องการสมาร์ตโฟนที่ใช้ Android 17 ขึ้นไป

พาร์ตเนอร์ 5 ราย, Glowbar และราคาระดับ Premium

รายละเอียดข้อมูล
OEM พาร์ตเนอร์Acer, ASUS, Dell, HP, Lenovo
กำหนดวางจำหน่ายปลายปี 2026
ดีไซน์ร่วมแถบไฟ "Glowbar" บนตัวเครื่องที่จะสว่างขึ้นเมื่อเปิดเครื่อง
Google รุ่นตัวเองยังไม่ยืนยัน (ไม่มีแล็ปท็อปของตัวเองนับตั้งแต่ Pixelbook Go ปี 2019)

ด้านราคา Google ยังไม่เปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่ใช้คำว่า "premium" ซึ่งบ่งชี้ว่าจะอยู่ในระดับราคาสูง โดย Tom's Hardware ได้อ้างถึง MacBook Neo ที่ใช้ชิป A18 Pro ราคา $599 (ประมาณ 21,500 บาท) เป็นจุดเปรียบเทียบ ซึ่งหมายความว่า Googlebook อาจมีราคาสูงกว่านั้น

นี่ถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางครั้งใหญ่ของ Google เนื่องจาก Chromebook เดิมเน้นตลาดการศึกษาและราคาประหยัด แต่ Googlebook ชัดเจนว่ามุ่งเป้าไปที่ตลาดระดับบนและผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูง

สำหรับผู้บริโภคในไทย ข้อมูลการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในภูมิภาคยังไม่ได้รับการประกาศ แต่เมื่อพิจารณาว่าพาร์ตเนอร์อย่าง Acer, ASUS, HP และ Lenovo ล้วนมีช่องทางจำหน่ายในไทยอยู่แล้ว จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ Googlebook จะเข้าถึงตลาดไทยได้ไม่นานหลังจากเปิดตัวในตลาดหลัก ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศจากผู้จัดจำหน่ายอย่าง Power Buy หรือ JIB ในช่วงปลายปี 2026

แหล่งที่มา