Google เตรียมเปิดตัวการตั้งค่าใหม่ 2 รายการที่ช่วยให้ผู้ใช้แยกการจัดการประวัติการค้นหาและการแนะนำเนื้อหาแบบส่วนตัวออกจากกันได้เป็นครั้งแรก พร้อมเพิ่มตัวเลือก "Save Media" สำหรับควบคุมการบันทึกภาพจาก Google Lens และเสียงจาก Search Live โดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงด้านความเป็นส่วนตัวที่ผู้ใช้ทั่วโลก รวมถึงในไทย ควรติดตาม

การตั้งค่าใหม่ 2 รายการ: แยกประวัติออกจาก Personalization ได้แล้ว

ตามรายงานจาก Android Authority และ 9to5Google ระบุว่า Google กำลังทยอยเปิดตัวการตั้งค่า 2 รายการใหม่ ได้แก่ "Search Services History" และ "Personalized Recommendations" โดยทั้งสองรายการนี้จะทำงานแยกกันอย่างสมบูรณ์

  • Search Services History — ควบคุมการบันทึกข้อมูลกิจกรรมจากบริการหลักของ Google เช่น Search, Maps, Shopping และ Flights
  • Personalized Recommendations — ควบคุมการแสดงผลลัพธ์และฟีดเนื้อหาที่ปรับให้ตรงกับความสนใจของผู้ใช้แต่ละคน

ก่อนหน้านี้ การตั้งค่าทั้งสองฝั่งถูกรวมอยู่ภายใต้ "Web & App Activity" และ "Search Personalization" ซึ่งทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเลือกเปิดประวัติโดยไม่เปิด Personalization หรือในทางกลับกันได้อย่างอิสระ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงเพิ่มความยืดหยุ่นในการควบคุมข้อมูลส่วนตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับผู้ที่ใช้งานอยู่แล้ว Google ระบุว่าจะโอนการตั้งค่าเดิมไปยังระบบใหม่โดยอัตโนมัติ เช่น หากเปิด Web & App Activity แต่ปิด Search Personalization ไว้ ระบบใหม่จะเปิดเฉพาะ Search Services History ให้โดยอัตโนมัติ

"Save Media" — ตัวเลือกใหม่สำหรับภาพ Lens และเสียง Search Live

จุดที่น่าจับตามองที่สุดในการอัปเดตครั้งนี้คือตัวเลือก "Save Media" ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมการบันทึกสื่อที่เกิดขึ้นระหว่างการค้นหาได้แยกต่างหาก ได้แก่

  • ภาพที่อัปโหลดผ่าน Google Lens เช่น ภาพสินค้า, ข้อความ, หรือสถานที่ที่ถ่ายเพื่อค้นหา
  • การบันทึกเสียงจาก Search Live ซึ่งเป็นฟีเจอร์โต้ตอบแบบเรียลไทม์ที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini 3.1 Flash Live

หากเปิด Save Media ไว้ ข้อมูลสื่อเหล่านี้จะถูกบันทึกและนำไปใช้ในการพัฒนาโมเดล AI และมาตรการความปลอดภัยของ Google ด้วย ในทางกลับกัน หากปิด Save Media ข้อมูลสื่อจะไม่ถูกจัดเก็บ แม้ว่าจะเปิด Search Services History ไว้ก็ตาม

สำหรับผู้ที่ใช้ Google Lens ค้นหาสินค้าหรือแปลข้อความบ่อยครั้ง ตัวเลือกนี้มีความสำคัญโดยตรง เนื่องจากภาพที่เคยถูกบันทึกโดยอัตโนมัติสามารถถูกแยกออกจากประวัติการค้นหาหลักได้แล้ว

ขอบเขตของ Search Services History และสิ่งที่ไม่รวมอยู่

สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ Search Services History ไม่ครอบคลุม ข้อมูลจากบริการที่มีระบบจัดการประวัติเป็นของตัวเอง ได้แก่

บริการการจัดการประวัติ
Google Search, Maps, Shopping, Flightsอยู่ภายใต้ Search Services History
Chromeจัดการแยกในการตั้งค่า Chrome
Gemini Appsจัดการแยกในการตั้งค่า Gemini
YouTubeจัดการแยกในการตั้งค่า YouTube

นอกจากนี้ Google ยืนยันว่า Web & App Activity จะยังคงอยู่ และไม่ถูกยกเลิก โดยยังคงทำหน้าที่ควบคุมการเก็บข้อมูลกิจกรรมและ Personalization ในบริการอื่นๆ ของ Google ควบคู่กับการตั้งค่าใหม่

ผลกระทบต่อ AI Mode และสิ่งที่ผู้ใช้ควรรู้

การปิดประวัติและ Personalization มีผลต่อการใช้งาน AI Mode ของ Google Search ดังนี้

สถานะการตั้งค่าผลต่อการใช้งาน
เปิดประวัติและ Personalizationใช้งาน AI Mode ได้เต็มรูปแบบ รวมถึงการต่อบทสนทนาเก่า
ปิดประวัติและ Personalizationเข้าถึง AI Mode ได้ แต่ไม่สามารถต่อบทสนทนาเดิมได้

Search Live ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนี้ ขับเคลื่อนด้วย Gemini 3.1 Flash Live และเปิดให้บริการแล้วใน 200 ประเทศ ครอบคลุมมากกว่า 40 ภาษา ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม 2026 รองรับการทำงานในพื้นหลังและขณะล็อกหน้าจอด้วย

กำหนดการเปิดตัวและวิธีตรวจสอบการตั้งค่า

การตั้งค่าใหม่จะทยอยเปิดให้ใช้งานในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า โดย Google จะส่งอีเมลแจ้งเตือนก่อนที่การตั้งค่าจะมีผล ผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้จากเมนู Search Services History และ Personalized Recommendations ในการตั้งค่า Google Search

หากยังไม่เห็นตัวเลือกใหม่ ระบบจะยังคงใช้ Web & App Activity เดิมในการควบคุมต่อไปจนกว่าการอัปเดตจะถึง

สำหรับผู้ใช้ในไทยที่ใช้ Google Lens ค้นหาสินค้าบน Shopee หรือ Lazada, แปลข้อความ, หรือใช้ Search Live สอบถามข้อมูลต่างๆ การอัปเดตนี้ให้อำนาจการควบคุมข้อมูลส่วนตัวมากขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อได้รับอีเมลแจ้งเตือนจาก Google ควรเข้าไปตรวจสอบและปรับการตั้งค่าให้ตรงกับความต้องการของตัวเองโดยเร็ว

แหล่งที่มา