Google Translate กำลังพัฒนาฟีเจอร์แปลเสียงแบบเรียลไทม์ "Live Translate" ให้ใช้งานได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ตามรายงานจาก Android Authority ที่เจาะลึกโค้ดภายในแอปเวอร์ชันล่าสุดบน Android ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวมาจากการวิเคราะห์ APK ซึ่งเป็นโค้ดที่ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ สเปกและขอบเขตการรองรับอาจเปลี่ยนแปลงได้ก่อนเปิดตัวจริง

พบ UI ออฟไลน์ใน APK — ไม่ใช่แค่ข้อความโค้ดชิ้นเดียว

ปัจจุบัน Google Translate รองรับโหมดออฟไลน์สำหรับการแปลข้อความและรูปภาพเท่านั้น แต่ Live Translate ซึ่งแปลเสียงพูดแบบเรียลไทม์ยังคงต้องการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่เสมอ หากเปิดใช้งานโดยไม่มีสัญญาณ แอปจะแสดงข้อความแจ้งข้อผิดพลาดทันที

Android Authority รายงานว่าจากการวิเคราะห์บิลด์ล่าสุดของแอป พบโค้ดที่บ่งชี้ว่ากำลังพัฒนา Live Translate เวอร์ชันออฟไลน์อยู่ และสามารถเรียกหน้า onboarding เบื้องต้นขึ้นมาได้แล้ว ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่เพียงการคาดเดาจากข้อความโค้ดชิ้นเล็กๆ แต่มี UI ที่เป็นรูปเป็นร่างปรากฏขึ้นแล้ว

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้ยังไม่ปรากฏในแอปเวอร์ชันสาธารณะ แม้จะอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้วก็ตาม

ต้องดาวน์โหลดแพ็กภาษาล่วงหน้า — รองรับเพียงบางภาษา

ตามข้อมูลที่พบในโค้ด การใช้งาน Live Translate แบบออฟไลน์จะต้องดาวน์โหลดแพ็กภาษาที่รองรับไว้ในอุปกรณ์ก่อน แม้ Google Translate จะมีแพ็กภาษาสำหรับการแปลข้อความและรูปภาพอยู่มากมาย แต่ภาษาที่รองรับ Live Translate แบบออฟไลน์คาดว่าจะมีเพียงบางส่วนเท่านั้นในช่วงแรก

รายชื่อภาษาที่รองรับในระยะแรกยังไม่ได้รับการยืนยัน Android Authority เองก็ระบุว่ายังไม่สามารถยืนยันการทำงานของฟีเจอร์ได้อย่างชัดเจน รวมถึงยังไม่ทราบว่าภาษาไทยจะอยู่ในรายชื่อแรกหรือไม่

นอกจากนี้ การวิเคราะห์ APK ยังพบการปรับปรุง UI เล็กน้อย เช่น การรวมปุ่มวาง (paste), เขียนด้วยลายมือ และป้อนเสียงไว้ในตำแหน่งเดียวกัน เพื่อให้ใช้งานด้วยมือเดียวได้สะดวกขึ้น ทั้งนี้รายละเอียดเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ก่อนเปิดตัวจริง

ไทยอยู่ในรายชื่อแล้ว — เวอร์ชันออนไลน์ขยายตัวไปแล้วเมื่อมีนาคม 2026

ขณะที่เวอร์ชันออฟไลน์ยังอยู่ระหว่างพัฒนา เวอร์ชันออนไลน์ของ Live Translate ก้าวหน้าไปอย่างมีนัยสำคัญแล้ว เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2026 Google ประกาศขยายฟีเจอร์แปลเสียงผ่านหูฟังไปยัง iOS อย่างเป็นทางการ พร้อมกับขยายประเทศที่รองรับทั้งบน Android และ iOS

ประเทศที่รองรับในปัจจุบัน ได้แก่: สหรัฐอเมริกา, อินเดีย, เม็กซิโก, เยอรมนี, สเปน, ฝรั่งเศส, ไนจีเรีย, อิตาลี, สหราชอาณาจักร, ญี่ปุ่น, บังกลาเทศ และ ไทย

เวอร์ชันเบต้ารองรับมากกว่า 70 ภาษา ทำงานร่วมกับหูฟังทุกรุ่น และใช้เทคโนโลยีแปลเสียงต่อเสียงของ Gemini เป็นแกนหลัก จุดที่แตกต่างจาก Apple คือ Google รองรับหูฟังทุกรุ่นรวมถึงรุ่นเก่า ในขณะที่ฟีเจอร์คล้ายกันของ Apple ต้องใช้ AirPods รุ่นที่รองรับและ iPhone 15 Pro ขึ้นไป

สำหรับผู้ใช้ในไทย หมายความว่าสามารถทดลองใช้ Live Translate เวอร์ชันออนไลน์ได้แล้ววันนี้ ทั้งบน Android และ iOS โดยใช้หูฟังที่มีอยู่

Samsung Galaxy AI นำหน้าแล้ว — แต่มีข้อแลกเปลี่ยน

ในขณะที่ Google กำลังพัฒนาโหมดออฟไลน์ Samsung ได้นำหน้าไปก่อนแล้วด้วย Galaxy AI ซึ่งประมวลผลการแปลทั้งหมดบนตัวเครื่อง (on-device) โดยไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต ฟีเจอร์ Interpreter รองรับการทำงานออฟไลน์ด้วยแพ็กภาษาที่ดาวน์โหลดไว้ และทำงานร่วมกับ Galaxy Buds สำหรับการแปลเสียงแบบทันที

รายการSamsung Galaxy AI
โหมดการทำงานOn-device / ออฟไลน์
ความหน่วง (Latency)เพิ่มขึ้น 300–400ms ในโหมดออฟไลน์
ความแม่นยำลดลงประมาณ 12% เมื่อเทียบกับการใช้ Wi-Fi
ค่าใช้จ่ายฟีเจอร์หลักใช้ฟรีต่อเนื่อง (ยืนยันต้นปี 2026)

ตัวเลขของ Samsung แสดงให้เห็นว่าการแปลออฟไลน์ยังมีข้อแลกเปลี่ยนระหว่างความเร็วและความแม่นยำ คำถามสำคัญคือ Google จะจัดการกับความท้าทายนี้อย่างไรเมื่อเปิดตัวจริง

ยังไม่มีกำหนดเปิดตัว — ติดตามต่อเนื่อง

ขณะนี้ Google ยังไม่ได้ประกาศกำหนดการเปิดตัว Live Translate เวอร์ชันออฟไลน์อย่างเป็นทางการ รวมถึงยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับภาษาที่รองรับในระยะแรก หรือพื้นที่จัดเก็บที่ต้องการ

หากฟีเจอร์นี้เปิดตัวจริง จะเป็นประโยชน์อย่างมากในสถานการณ์ที่ไม่มีสัญญาณ เช่น บนเครื่องบิน, ในรถไฟฟ้าใต้ดิน, หรือพื้นที่ที่สัญญาณอ่อน รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการเปิดโรมมิ่งระหว่างเดินทาง

สำหรับผู้ใช้ในไทย: ในระหว่างที่รอเวอร์ชันออฟไลน์ สามารถเริ่มทดลองใช้ Live Translate เวอร์ชันออนไลน์ได้แล้ววันนี้ผ่านแอป Google Translate บน Android และ iOS โดยไม่ต้องรอการอัปเดตเพิ่มเติม ส่วนผู้ที่ใช้ Samsung Galaxy รุ่นที่รองรับ Galaxy AI ก็มีฟีเจอร์ออฟไลน์พร้อมใช้งานอยู่แล้ว

แหล่งที่มา