Infinix Note 60 Pro เปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมรีวิวจาก GSMArena โดยนำเสนอจอ AMOLED 6.78 นิ้ว รีเฟรชเรต 144Hz ความสว่างสูงสุด 4,500 nit ชิป Snapdragon 7s Gen 4 และแบตเตอรี่ 6,500mAh พร้อมชาร์จเร็ว 90W ในราคาเริ่มต้นเพียงประมาณ 13,500 บาท (ราคาตลาดอินเดีย ₹31,999) ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มมิดเรนจ์ที่เน้นแบตอึดและจอคุณภาพสูง
จอ AMOLED 144Hz ความสว่าง 4,500 nit — ใช้งานกลางแดดได้สบาย
Infinix Note 60 Pro ติดตั้งจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1,208 × 2,644 พิกเซล (429 ppi) อัตราส่วน 19.7:9 รองรับรีเฟรชเรต 144Hz และ PWM Dimming ที่ 2,304Hz เพื่อลดอาการปวดตาในการใช้งานระยะยาว
ความสว่างปกติอยู่ที่ 700 nit, HBM 1,600 nit และพีคสูงสุดถึง 4,500 nit พร้อมรองรับ Ultra HDR ทำให้มองเห็นหน้าจอได้ชัดเจนแม้อยู่กลางแดดจ้า ด้านหลังยังมี RGB Notification Light และ "Active Matrix Display" ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรุ่นนี้
ตัวเครื่องใช้ดีไซน์ Unibody กรอบอลูมิเนียม ขนาด 162.4 × 77.2 × 7.4 มม. น้ำหนัก 202 กรัม กระจกหน้าปกป้องด้วย Gorilla Glass 7i พร้อมระบบระบายความร้อนที่ได้รับการปรับปรุงจากรุ่นก่อน
Snapdragon 7s Gen 4 — ก้าวกระโดดครั้งสำคัญจาก Helio G100
ชิปเซ็ตที่ใช้คือ Qualcomm Snapdragon 7s Gen 4 (SM7635-AC) กระบวนการผลิต 4nm ถือเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่จากรุ่นก่อนอย่าง Note 50 Pro 4G ที่ใช้ MediaTek Helio G100 และยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ Infinix ที่ใช้ชิปจาก Qualcomm อีกด้วย
ตัวเลือกหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บมีให้เลือก 3 แบบ ดังนี้
| สเปก | ราคาอินเดีย | ราคาโดยประมาณ (THB) |
|---|---|---|
| 8GB RAM / 128GB | ₹31,999 | ประมาณ 13,500 บาท |
| 8GB RAM / 256GB | ₹35,999 | ประมาณ 15,200 บาท |
| 12GB RAM / 256GB | ยังไม่ประกาศราคา | — |
สตอเรจใช้มาตรฐาน UFS 2.2 ระบบปฏิบัติการเป็น Android 16 บน XOS 16 พร้อมรับประกันอัปเดต Android หลัก 3 เวอร์ชัน และแพตช์ความปลอดภัยนาน 5 ปี ด้านการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 5G, eSIM, Wi-Fi 6, Bluetooth 5.4, NFC, FM Radio และพอร์ต Infrared
แบต 6,500mAh ชาร์จ 90W เต็ม 100% ใน 41 นาที
จุดเด่นที่โดดเด่นที่สุดของรุ่นนี้คือแบตเตอรี่ขนาด 6,500mAh รองรับการชาร์จแบบมีสาย 90W, ไร้สาย 30W, Reverse Wired 7.5W และ Reverse Wireless 5W รวมถึง Bypass Charging สำหรับลดความร้อนขณะเล่นเกมหรือใช้งานหนัก
ตามรายงานจาก GSMArena ความเร็วในการชาร์จอยู่ที่
- ชาร์จถึง 50% ใช้เวลาเพียง 16 นาที
- ชาร์จเต็ม 100% ใช้เวลา 41 นาที
สำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตเร่งรีบ ตัวเลขนี้หมายความว่าสามารถชาร์จระหว่างอาบน้ำหรือเตรียมตัวออกจากบ้านแล้วได้แบตเกือบเต็มวัน ในกล่องยังมีหัวชาร์จ 90W, สาย USB Type-A to Type-C, เคส MagSafe, หูฟัง และฟิล์มกันรอยมาให้ครบ ไม่ต้องซื้อเพิ่ม
กล้องและจุดอ่อนที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
กล้องหลังประกอบด้วยเลนส์หลัก 50MP f/1.6 พร้อม OIS และ PDAF และเลนส์อัลตราไวด์ 8MP f/2.2 (112°) กล้องหน้า 13MP f/2.2 ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K/30fps ทั้งหน้าและหลัง และ Slow-motion 1080p/120fps
อย่างไรก็ตาม GSMArena ระบุว่าสเปกกล้องของ Note 60 Pro แทบไม่ต่างจาก Note 50 Pro 4G รุ่นก่อนหน้า ผู้ที่ให้ความสำคัญกับกล้องเป็นอันดับแรกอาจต้องพิจารณา Note 60 Ultra ที่มีกล้องหลัก 200MP และเลนส์ Periscope 3.5x แทน
จุดอ่อนที่ต้องรู้: ระดับกันน้ำอยู่ที่ IP64 เท่านั้น ซึ่งรับมือกับละอองน้ำได้ แต่ไม่สามารถจุ่มน้ำได้ ขณะที่คู่แข่งในระดับราคาใกล้เคียงบางรุ่นมีให้ถึง IP68 หรือ IP69K ถือเป็นข้อด้อยที่ชัดเจนที่สุดในสเปกชีต
Note 60 Ultra — พี่ใหญ่ดีไซน์ Pininfarina พร้อมโทรผ่านดาวเทียม
สำหรับผู้ที่ต้องการสเปกสูงกว่า Note 60 Ultra ถูกเปิดตัวใน MWC 2026 โดยร่วมออกแบบกับ Pininfarina สตูดิโอดีไซน์ระดับตำนานจากอิตาลี มาพร้อมแบต 7,000mAh Silicon Carbon ชาร์จ 100W เต็มใน 48 นาที กล้องหลัก 200MP Samsung HPE + Periscope 50MP 3.5x และรองรับการโทรผ่านดาวเทียมแบบสองทิศทางผ่านบริการ Thuraya ของ Space42 ซึ่งเป็นครั้งแรกในโลก ราคาในมาเลเซียอยู่ที่ MYR 3,000 (ประมาณ 25,200 บาท)
สำหรับผู้บริโภคในไทย: ข้อมูลการวางจำหน่าย Infinix Note 60 Pro อย่างเป็นทางการในไทยยังไม่ได้รับการประกาศ แต่ Infinix มีจำหน่ายในไทยผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง Lazada และ Shopee รวมถึงร้านค้าทั่วไป หากราคานำเข้าใกล้เคียงกับตลาดอินเดีย รุ่นนี้อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากในกลุ่มงบไม่เกิน 15,000 บาท โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการแบตอึดและชาร์จเร็วเป็นหลัก
