LG ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการปฏิเสธรายงานที่ระบุว่าบริษัทกำลังเจรจาขายธุรกิจโทรทัศน์ให้กับ Hisense โดยระบุว่าข่าวดังกล่าว "ไร้มูลความจริงโดยสิ้นเชิง" ขณะที่บทความต้นฉบับจากสื่อเกาหลี EBN ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสข่าวนี้ก็ถูกลบออกจากเว็บไซต์แล้ว ตามรายงานของ Android Authority

LG แถลงการณ์ชัดเจน: ข่าวขายธุรกิจทีวี "ไร้มูลความจริง"

LG ส่งแถลงการณ์ถึง Android Authority โดยระบุว่า "รายงานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขายธุรกิจโทรทัศน์ครั้งนี้ไร้มูลความจริงโดยสิ้นเชิง และอิงอยู่บนการคาดเดาที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด" ถ้อยคำที่แข็งกร้าวเช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่า LG ต้องการตัดไฟแต่ต้นลมอย่างชัดเจน

สิ่งที่น่าสังเกตคือบทความต้นฉบับของสำนักข่าว EBN จากเกาหลีใต้ ซึ่งอ้างว่า LG กำลังหารือกับ Hisense เรื่องการขายธุรกิจทีวีทั้งหมด ถูกลบออกจากเว็บไซต์ในเวลาต่อมา โดยไม่มีคำชี้แจงจาก EBN ว่าเหตุใดจึงนำบทความดังกล่าวออก การที่แถลงการณ์ปฏิเสธของ LG และการลบบทความเกิดขึ้นพร้อมกัน ทำให้ความน่าเชื่อถือของรายงานชิ้นนั้นตกอยู่ในคำถาม

ทำไมข่าวลือนี้จึงแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว

แม้จะถูกปฏิเสธแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่ากระแสข่าวนี้มีบริบทที่ทำให้ฟังดูน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง

ประการแรก LG มีประวัติการถอนตัวออกจากธุรกิจที่ไม่ทำกำไร โดยเฉพาะการปิดตัวธุรกิจสมาร์ตโฟนไปก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า "ธุรกิจทีวีจะเป็นรายต่อไปหรือไม่"

ประการที่สอง Sony เพิ่งขายหุ้นในธุรกิจโทรทัศน์บางส่วนให้กับ TCL ซึ่งยิ่งเป็นเชื้อเพลิงให้กับการคาดเดาว่าแบรนด์ญี่ปุ่นและเกาหลีกำลังถอยร่นออกจากตลาดทีวี

ประการที่สาม รายงาน EBN ยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ LG จะเปลี่ยนโฟกัสไปยังแพลตฟอร์ม webOS รวมถึงซอฟต์แวร์สำหรับจอมอนิเตอร์ ระบบในรถยนต์ และสมาร์ตดิสเพลย์ แทนที่จะผลิตฮาร์ดแวร์ทีวีต่อไป อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากแถลงการณ์ปฏิเสธของ LG แล้ว ข้อมูลเหล่านี้ยังคงเป็นเพียงการคาดเดาที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน

ไลน์อัป OLED 2026 — หลักฐานที่ชัดเจนว่า LG ไม่ได้ถอยหนี

หากยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทิศทางของ LG การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในงาน CES 2026 น่าจะตอบคำถามได้ดีที่สุด

LG เปิดตัว LG OLED evo W6 หรือที่เรียกว่า True Wireless Wallpaper TV ซึ่งมีความบางเพียง 9 มม. มาพร้อม Zero Connect Box และมีให้เลือกสองขนาดคือ 77 และ 83 นิ้ว นับเป็นหนึ่งในทีวีที่บางที่สุดในโลก ณ ขณะนี้

สำหรับรุ่นที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า ราคาในสหรัฐอเมริกาของซีรีส์ G6 เริ่มต้นที่ $2,499 (ประมาณ 89,960 บาท) ส่วนซีรีส์ C6 เริ่มต้นที่ $1,399 (ประมาณ 50,360 บาท) โดยเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026

G6 ขับเคลื่อนด้วยชิป Alpha 11 AI Processor Gen3 ซึ่งให้ความสว่างเพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบกับรุ่น G5 รุ่นก่อนหน้า ยิ่งไปกว่านั้น LG ยังเปิดตัว Micro RGB evo (MRGB95) ซึ่งเป็น RGB Mini LED TV รุ่นแรกของบริษัท เพื่อแข่งขันโดยตรงกับ Hisense และ Samsung ในเซกเมนต์นี้ ระบบ Multi-AI ที่รวม Google Gemini และ Microsoft Copilot เข้าด้วยกันก็ถูกนำมาใช้ในไลน์อัปนี้ด้วย

การลงทุนในระดับนี้ไม่ใช่สัญญาณของบริษัทที่กำลังจะขายธุรกิจ

ตลาดทีวีโลก Q1 2026 — แรงกดดันจากจีนที่ LG ต้องรับมือ

แม้ข่าวลือจะถูกปฏิเสธ แต่แรงกดดันที่เป็นพื้นหลังของข่าวนั้นมีอยู่จริง ข้อมูลตลาดทีวีโลกไตรมาส 1 ปี 2026 แสดงให้เห็นภาพที่น่าจับตา

แบรนด์ส่วนแบ่งตลาดโลก Q1 2026การเติบโต YoY
Samsung19.1%+4%
TCL16.3%+11.3%
Hisense15.1%

TCL บันทึกการเติบโตสูงสุดในกลุ่ม Top 5 ที่ 11.3% และกำลังไล่ตาม Samsung อย่างใกล้ชิด ในเซกเมนต์ทีวีขนาด 100 นิ้วขึ้นไป Hisense ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 55.2% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่โดดเด่นมาก

ตลาด Mini LED ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะมียอดจัดส่ง 24.9 ล้านเครื่องในปี 2026 เพิ่มขึ้น 87% จากปีก่อน โดย TCL, Hisense และ Xiaomi ครองส่วนแบ่งรวมกัน 54% ของตลาดนี้

ภาพรวมตลาดทีวีโลกปี 2026 คาดว่าจะหดตัวลง 1% เหลือ 194.2 ล้านเครื่อง ตาม TrendForce ซึ่งหมายความว่าการแข่งขันด้านราคาในตลาดระดับกลางจะยิ่งดุเดือดขึ้น กลยุทธ์ของ LG ในการมุ่งเน้นตลาดพรีเมียม OLED จึงมีเหตุผลรองรับที่ชัดเจน

สำหรับผู้บริโภคในไทย

ข้อมูลการวางจำหน่ายทีวี LG ซีรีส์ 2026 อย่างเป็นทางการในไทยยังไม่ได้รับการประกาศ อย่างไรก็ตาม LG มีช่องทางจำหน่ายที่แข็งแกร่งในประเทศไทยผ่านร้านค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ ผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อทีวี LG OLED ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการสนับสนุนหลังการขายหรือการจัดหาอะไหล่ในระยะอันใกล้ เนื่องจากบริษัทยืนยันการดำเนินธุรกิจต่อเนื่องและยังคงลงทุนในผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ควรติดตามประกาศราคาและวันวางจำหน่ายในไทยอย่างใกล้ชิดในช่วงครึ่งหลังของปี 2026

แหล่งที่มา