Microsoft ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Surface ชุดใหม่เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2026 ประกอบด้วย Surface Laptop ขนาด 13 นิ้ว, 13.8 นิ้ว และ 15 นิ้ว รวมถึง Surface Pro 13 รวมทั้งสิ้น 4 รุ่น ทุกรุ่นขับเคลื่อนด้วย Intel Core Ultra Series 3 รุ่นล่าสุด โดยจุดเด่นสำคัญได้แก่แทร็กแพดแฮปติกรุ่นใหม่และฟีเจอร์ Privacy Screen ราคาเริ่มต้นที่ $1,499 (ประมาณ 54,000 บาท)

ภาพรวมราคาและสเปกทั้ง 4 รุ่น

รุ่นราคาเริ่มต้นชิปเซ็ตจุดเด่น
Surface Laptop 13 นิ้ว$1,499 (ประมาณ 54,000 บาท)Intel Core Ultra Series 3จอ Anti-Reflection
Surface Laptop 13 นิ้ว (รุ่นประหยัด — เตรียมวางจำหน่าย)$1,299 (ประมาณ 46,700 บาท)Intel Core Ultra Series 3RAM 8GB, ไม่รองรับ Copilot+
Surface Laptop 13.8 / 15 นิ้ว (Flagship)$1,949 (ประมาณ 70,200 บาท) ขึ้นไปIntel Core Ultra 5, RAM 16GBแทร็กแพดแฮปติก + Privacy Screen
Surface Pro 13 (Flagship)$1,949 (ประมาณ 70,200 บาท) ขึ้นไปIntel Core Ultra 5, RAM 16GBอัปเกรดชิปเซ็ต

ทั้งนี้ รุ่นประหยัดราคา $1,299 ยังอยู่ในขั้นตอนเตรียมการ (pipeline) และยังไม่ได้วางจำหน่ายในขณะนี้ ส่วนรุ่นที่ใช้ Snapdragon X2 คาดว่าจะตามมาในช่วงปลายปี 2026

แทร็กแพดแฮปติกและ Privacy Screen — ฟีเจอร์ใหม่ที่น่าจับตา

ไฮไลต์สำคัญของการอัปเดตครั้งนี้คือแทร็กแพดรุ่นใหม่ที่รองรับ Haptic Feedback ของ Windows 11 ซึ่งจะให้การสั่นสะเทือนละเอียดตอบสนองต่อการใช้งาน UI เช่น การ Snap หน้าต่างหรือการจัดเรียงออบเจกต์บนหน้าจอ ฟีเจอร์นี้มีเฉพาะใน Surface Laptop 13.8 นิ้ว และ 15 นิ้ว เท่านั้น โดย Surface Pro 13 ไม่ได้รับแทร็กแพดดังกล่าว

Surface Laptop 13.8 และ 15 นิ้ว ยังมีตัวเลือกจอแสดงผลใหม่ รวมถึง Privacy Screen ที่ทำงานคล้ายกับฟีเจอร์ที่พบใน Samsung Galaxy S26 Ultra ช่วยป้องกันการมองเห็นหน้าจอจากมุมด้านข้าง เหมาะสำหรับการใช้งานในที่สาธารณะหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ

สำหรับ Surface Laptop 15 นิ้ว มีการเพิ่มความละเอียดของจอ แต่ยังคงใช้แผงแบบ LCD อยู่ ส่วนรุ่น OLED นั้น ตามรายงานของ GSMArena คาดว่าจะเปิดตัวภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

Intel Core Ultra Series 3 (Panther Lake) — ชิปใหม่ที่ขับเคลื่อน Surface รุ่นนี้

Intel Core Ultra Series 3 หรือที่รู้จักในชื่อรหัส "Panther Lake" คือโปรเซสเซอร์สำหรับอุปกรณ์พกพารุ่นใหม่ที่ Intel เปิดตัวในงาน CES 2026 ถือเป็นแพลตฟอร์มคอมพิวต์แรกที่สร้างบนกระบวนการผลิต Intel 18A ซึ่งออกแบบและผลิตในสหรัฐอเมริกา

สเปกสำคัญมีดังนี้:

  • โครงสร้างสูงสุด 16 คอร์ แบบ 4+8+4 พร้อม GPU แบบ Integrated ที่ใช้ Xe3 จำนวน 12 คอร์
  • NPU รุ่นใหม่ (NPU5 Architecture) ให้ประสิทธิภาพ 50 TOPS ซึ่งเกินเกณฑ์ขั้นต่ำ 40 TOPS ของ Copilot+ PC
  • Intel อ้างว่าประสิทธิภาพ Multi-thread สูงกว่า Lunar Lake ถึง 60% และประสิทธิภาพด้านเกมสูงกว่า 77%

ด้วยสเปกดังกล่าว Surface Laptop และ Surface Pro รุ่นใหม่จึงรองรับฟีเจอร์ AI ของ Windows 11 ได้อย่างเต็มรูปแบบในรุ่น Flagship ที่ใช้ Core Ultra 5 พร้อม RAM 16GB

Surface Pro 13 และแผนรุ่น Snapdragon X2 ในอนาคต

Surface Pro 13 ได้รับการอัปเกรดชิปเซ็ตเป็น Intel Core Ultra Series 3 แต่ยังไม่มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่อย่างแทร็กแพดแฮปติก Microsoft ระบุว่าราคาที่สูงขึ้นมาจากต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้น

ที่น่าจับตาคือ Microsoft วางแผนเปิดตัว Surface Laptop และ Surface Pro รุ่นที่ใช้ Snapdragon X2 ในช่วงปลายปี 2026 ซึ่งจะมาพร้อม Hexagon NPU ที่ให้ประสิทธิภาพสูงถึง 80 TOPS เพิ่มขึ้นจาก 45 TOPS ของรุ่นก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน คู่แข่งในตลาดอย่าง ASUS Zenbook A16 (Snapdragon X2 Elite Extreme, $1,699.99 / ประมาณ 61,200 บาท), HP OmniBook Ultra 14 ($2,049.99 / ประมาณ 73,800 บาท) และ Lenovo Yoga Slim 7x (ประมาณ $950 / ประมาณ 34,200 บาท) ต่างวางจำหน่ายรุ่น Snapdragon X2 ไปก่อนหน้าแล้ว

สิ่งที่ผู้บริโภคในไทยควรรู้

การเปิดตัวครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ในกลุ่มธุรกิจเป็นหลัก รุ่นสำหรับผู้บริโภคทั่วไปและรุ่น OLED คาดว่าจะเปิดตัวพร้อมกันในช่วงฤดูร้อนปี 2026 (ราวกลางปี) ตามรายงานของ GSMArena

ข้อมูลการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยยังไม่ได้รับการประกาศ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจ Surface Laptop หรือ Surface Pro สามารถติดตามข้อมูลผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Microsoft ในไทย โดยราคาจำหน่ายจริงในภูมิภาคอาจแตกต่างจากราคา USD ที่ประกาศ สำหรับผู้บริโภคที่ยังไม่เร่งรีบ การรอรุ่น OLED หรือรุ่น Snapdragon X2 ที่จะตามมาในปลายปีอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า

แหล่งที่มา