สัปดาห์ที่ผ่านมาวงการอวกาศโลกคึกคักด้วยข่าวทั้งความก้าวหน้าและความพลาดพลั้ง ตั้งแต่เครื่องบินวิจัยไร้เสียงบูม X-59 ของ NASA ที่กำลังจะทดสอบความเร็วเหนือเสียงเป็นครั้งแรก ไปจนถึง Starship V3 ของ SpaceX ที่ถูกสำนักงานการบินแห่งสหรัฐฯ (FAA) สั่งระงับการบิน และ New Glenn ของ Blue Origin ที่ระเบิดบนแท่นปล่อยระหว่างการทดสอบ

X-59 พร้อมทะลุกำแพงเสียง — แผน 3 ระยะของ NASA

X-59 คือเครื่องบินวิจัยที่ NASA พัฒนามานานเกือบ 10 ปี โดยมีเป้าหมายหลักคือการพิสูจน์ว่าการบินความเร็วเหนือเสียงสามารถทำได้โดยไม่ก่อให้เกิด Sonic Boom (เสียงระเบิดจากการทะลุกำแพงเสียง) ที่รบกวนชุมชนด้านล่าง หลังจากทำการบินครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ขณะนี้ X-59 ใกล้จะก้าวสู่ขั้นตอนสำคัญที่สุดแล้ว

NASA วางแผนการทดสอบไว้ 3 ระยะ ดังนี้

  • ระยะที่ 1: บินที่ระดับความสูงประมาณ 43,000 ฟุต ด้วยความเร็วเกิน 630 mph — นี่คือการบินเหนือเสียงครั้งแรกของ X-59 ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในต้นเดือนมิถุนายน 2026
  • ระยะที่ 2: ทดสอบภายใต้ "สภาวะภารกิจจริง" ที่ระดับ 55,000 ฟุต ด้วยความเร็ว 925 mph (Mach 1.4)
  • ระยะที่ 3: บรรลุความเร็วสูงสุด Mach 1.6 (1,218 mph) ที่ระดับ 60,000 ฟุต

อย่างไรก็ตาม NASA ชี้แจงในบล็อกอย่างเป็นทางการว่า ในระยะแรกนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์คุณสมบัติ "เงียบ" ของ X-59 ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากต้องมีเครื่องบินคู่หูแบบดั้งเดิม (Chase Aircraft) บินร่วมด้วย ซึ่งเสียง Sonic Boom ของเครื่องบินคู่หูจะกลบเสียง "thump" เบาๆ ที่ X-59 อาจสร้างขึ้น การพิสูจน์สมรรถนะด้านเสียงจะเกิดขึ้นในระยะการทดสอบถัดไป

Starship V3 ถูก FAA สั่งหยุดบินหลัง Flight 12

ฝั่ง SpaceX มีข่าวที่ไม่สู้ดีนัก Starship V3 ทำการบินครั้งแรกในฐานะ Flight 12 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 และแม้จะบรรลุเป้าหมายส่วนใหญ่ของภารกิจ แต่ก็ล้มเหลวในการนำ Super Heavy Booster กลับลงจอดแบบนุ่มนวล (Soft Splashdown)

ตามรายงานของ SpaceX หลังจากแยกตัวออกจาก Starship แล้ว Super Heavy พยายามจุดเครื่องยนต์เพื่อทำ Boostback Burn แต่ไม่สามารถจุดได้ครบทุกเครื่องยนต์ตามแผน ส่งผลให้การเผาไหม้ถูกยกเลิกกลางคัน และเมื่อพยายามจุดเครื่องยนต์อีกครั้งเพื่อชะลอความเร็วก่อนลงน้ำก็ไม่สำเร็จ จนในที่สุด Super Heavy ตกลงสู่ "Gulf of America" แบบ Hard Splashdown ส่วน Starship ตัวยานเองลงจอดในมหาสมุทรอินเดียตามแผน

FAA ออกแถลงการณ์ระบุว่าเหตุการณ์นี้ถือเป็น "Mishap" (อุบัติเหตุ) และสั่งให้ SpaceX ดำเนินการสอบสวน โดย FAA จะเข้าร่วมกระบวนการทั้งหมดและต้องอนุมัติรายงานขั้นสุดท้ายก่อนที่จะอนุญาตให้บินได้อีกครั้ง ทั้งนี้ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือความเสียหายต่อทรัพย์สินสาธารณะ

ที่น่าจับตาคือ SpaceX เคยผ่านการสั่งหยุดบินในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง และสามารถกลับมาบินได้ในระยะเวลาค่อนข้างสั้น นักวิเคราะห์จึงคาดว่าครั้งนี้ก็น่าจะไม่ต่างกันมากนัก

New Glenn ระเบิดบนแท่น — Blue Origin เผชิญวิกฤตครั้งใหม่

เหตุการณ์ที่สร้างความตกตะลึงที่สุดในสัปดาห์นี้คือการระเบิดของ New Glenn ของ Blue Origin ระหว่างการทดสอบ Static Fire บนแท่นปล่อย Launch Complex 36 ที่ฐาน Cape Canaveral เมื่อเวลาประมาณ 21:00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ

รายงานระบุว่าจรวดขั้นที่ 1 สูง 188 ฟุต (ประมาณ 57 เมตร) เกิดไฟลุกท่วมก่อน ตามด้วยขั้นที่ 2 สูง 86 ฟุต ที่เอียงและพังทลายลง ก่อนที่เชื้อเพลิงมีเทนและออกซิเจนเหลวจะติดไฟและเกิดระเบิดเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ การทดสอบนี้เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการปล่อยจรวดที่วางแผนไว้ในวันที่ 4 มิถุนายน

ที่น่าสังเกตคือ New Glenn เพิ่งได้รับการอนุมัติจาก FAA ให้กลับมาบินได้ในสัปดาห์เดียวกัน หลังจากถูกสั่งหยุดบินตั้งแต่เดือนก่อนภายหลังภารกิจที่ 3 การระเบิดที่เกิดขึ้นทันทีหลังได้รับการอนุมัตินับเป็นความพลาดพลั้งที่กระทบต่อกำหนดการพัฒนาของ Blue Origin อย่างหนัก

FAA แจ้งต่อสื่อ Spaceflight Now ว่าการทดสอบภาคพื้นดินไม่อยู่ในขอบเขตของใบอนุญาตที่ FAA ออกให้ จึงไม่มีแผนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม ขณะที่ Blue Origin ยืนยันว่าบุคลากรทุกคนปลอดภัย แต่ได้เตือนประชาชนให้ระวังเศษซากที่อาจลอยมาเกยหาดบริเวณใกล้เคียง เหตุการณ์นี้ถูกบันทึกว่าเป็นหนึ่งในการระเบิดจรวดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

Webb พบหลุมดำที่เกิดก่อนกาแล็กซีของมันเอง

ท่ามกลางข่าวร้าย ยังมีการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่น่าตื่นเต้น กล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb ตรวจพบหลุมดำมวลยิ่งยวดในกาแล็กซีขนาดเล็กสีแดงชื่อ Abell2744-QSO1 ซึ่งมีอายุย้อนไปถึงช่วง 700 ล้านปีหลัง Big Bang

รายละเอียดข้อมูล
กาแล็กซีเป้าหมายAbell2744-QSO1
ช่วงเวลาที่สังเกตประมาณ 700 ล้านปีหลัง Big Bang
มวลหลุมดำประมาณ 50 ล้านเท่าของดวงอาทิตย์
ความสำคัญการวัดมวลโดยตรงครั้งแรกของหลุมดำในช่วง 1,000 ล้านปีแรกของจักรวาล

สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ตื่นเต้นคือหลุมดำนี้มีมวลมากกว่าดาวทั้งหมดในกาแล็กซีที่มันอาศัยอยู่ ซึ่งขัดกับทฤษฎีการก่อตัวของกาแล็กซีแบบดั้งเดิมที่เชื่อว่ากาแล็กซีต้องเกิดก่อนหลุมดำ ESA ระบุว่าการค้นพบนี้ถือเป็น "Paradigm Shift" ที่ต้องทบทวนทฤษฎีการก่อตัวและการเติบโตของหลุมดำในจักรวาลยุคแรกใหม่ทั้งหมด งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Nature และ Monthly Notices of the Royal Astronomical Society เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2026

สำหรับผู้ติดตามข่าวอวกาศในไทย สัปดาห์นี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจับตาเป็นพิเศษ โดยจุดสนใจหลักในระยะอันใกล้คือการบินเหนือเสียงครั้งแรกของ X-59 ในต้นเดือนมิถุนายน และความคืบหน้าของการสอบสวน FAA ที่จะกำหนดว่า Starship จะกลับมาบินได้เมื่อใด ส่วน Blue Origin คงต้องใช้เวลาอีกนานในการประเมินความเสียหายและวางแผนก้าวต่อไป

แหล่งที่มา