Nvidia ประกาศเปิดตัว RTX Spark Superchip อย่างเป็นทางการที่งาน Computex 2026 ร่วมกับ Microsoft โดยชิปตัวนี้ถือเป็นการกลับสู่ตลาด PC ของ Nvidia อีกครั้งในรอบกว่า 10 ปี พร้อมสเปกที่ตั้งเป้าท้าชน Apple MacBook Pro โดยตรง ทั้งในด้านประสิทธิภาพ AI และการประมวลผลสำหรับงานสร้างสรรค์

RTX Spark Superchip คืออะไร และมาจากไหน

ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ข้อมูลสเปกของชิปในชื่อรหัส N1 และ N1X ได้รั่วไหลออกมาผ่าน Videocardz โดยอ้างอิงเอกสารภายในของ Nvidia จากปี 2024 ซึ่ง Tom's Hardware รายงานไว้ก่อนงาน Computex จะเริ่มต้น

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2026 Nvidia และ Microsoft ได้ยืนยันตัวตนของชิปดังกล่าวอย่างเป็นทางการในชื่อ RTX Spark Superchip โดยใช้กระบวนการผลิต 3nm ของ TSMC ในรูปแบบแพ็กเกจ 2.5D ที่รวม CPU ดายออกแบบโดย MediaTek เข้ากับ GPU Blackwell ของ Nvidia ไว้ในชิปเดียวกัน

โครงสร้างภายในประกอบด้วย:

  • CPU: Arm Cortex-X925 จำนวน 10 คอร์ + Cortex-A725 อีก 10 คอร์ (รวม 20 คอร์) รองรับสถาปัตยกรรม Armv9.2 พร้อม L3 Cache ขนาด 32MB ความเร็วสูงสุด 4.1GHz
  • การเชื่อมต่อ CPU-GPU: NVLink C2C Interconnect แบบสองทิศทางที่ความเร็ว 300GB/s
  • AI Performance: สูงถึง 1 Petaflop รองรับการรัน LLM ขนาด 120B พารามิเตอร์ด้วย Context Length สูงสุด 1 ล้าน Token

เปรียบสเปก N1 vs N1X — จาก 2,048 ถึง 6,144 CUDA Cores

ชิปแบ่งออกเป็น 2 สายผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ N1 สำหรับตลาดกลาง และ N1X สำหรับตลาดไฮเอนด์

สาย N1 (มาตรฐาน) — เน้นแล็ปท็อปบางเบา

รุ่นCPU คอร์CUDA Coresหน่วยความจำTDP
N1 (1)12 (8+4)2,5608–64GB LPDDR5X18–45W
N1 (2)10 (7+3)2,0488–64GB LPDDR5X18–45W

สาย N1X (ไฮเอนด์) — เทียบชั้น MacBook Pro

รุ่นCPU คอร์CUDA Coresหน่วยความจำTDP
N1X (1)20 (10+10)6,14416–128GB LPDDR5X45–80W
N1X (2)18 (9+9)5,12016–128GB LPDDR5X45–80W

จุดที่น่าสนใจคือ N1X รุ่นสูงสุดมี CUDA Cores จำนวน 6,144 คอร์ ซึ่งเท่ากับ GPU เดสก์ท็อป RTX 5070 พอดี และรองรับหน่วยความจำสูงสุดถึง 128GB ผ่าน 16 ช่องสัญญาณ ข้อมูลจากการรั่วไหลก่อนหน้านี้ยังระบุความเร็วหน่วยความจำที่ 8,533 MT/s ซึ่งหากเป็นจริงจะเร็วกว่า AMD Strix Halo อีกด้วย

ทั้งนี้ N1X รุ่นสูงสุดมีสเปกเทียบเท่ากับชิป GB10 ที่ใช้ใน Nvidia DGX Spark ซึ่ง Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia เคยยืนยันไว้แล้ว

แล็ปท็อปและเดสก์ท็อปรุ่นแรกจาก OEM ชั้นนำ — เตรียมวางจำหน่ายปลายปี 2026

Nvidia ประกาศว่าจะเริ่มจัดส่ง Windows PC และ Compact Desktop ที่ใช้ RTX Spark ให้กับพาร์ตเนอร์ตั้งแต่ ไตรมาสที่ 4 ปี 2026 เป็นต้นไป โดยมีผู้ผลิตที่เข้าร่วมในระยะแรก ได้แก่

ผู้ผลิตรุ่นจุดเด่น
MicrosoftSurface Laptop Ultraเน้นกลุ่ม Creator
DellXPS 16 Creator EditionTandem OLED, True Black HDR 600
HPOmniBook Ultra 16 / X 14สำหรับนักพัฒนา AI
LenovoYoga Pro 9nสืบทอดสายงาน Creator
ASUSProArt P16 / P14บางเบา + AI Performance
MSIPrestige N16 Flip AI+จอ UHD+ Tandem OLED, แบตเตอรี่ 99.9Wh

นอกจากนี้ Acer และ GIGABYTE จะเข้าร่วมในระยะถัดไป

ด้านราคา Tom's Hardware ประเมินว่า N1 อาจเข้าสู่ตลาดในระดับต่ำกว่า $1,500 (ประมาณ 54,000 บาท) ส่วน N1X คาดว่าจะแข่งขันในตลาดระดับ $2,000 (ประมาณ 72,000 บาท) ขึ้นไป ซึ่งเป็นระดับราคาเดียวกับ MacBook Pro รุ่นกลาง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ยังเป็นการประเมินเบื้องต้น ราคาจำหน่ายจริงจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ OEM แต่ละราย

ผลกระทบต่อตลาดชิป — หุ้น Intel และ AMD ร่วงทันทีหลังประกาศ

การเข้าสู่ตลาด PC ของ Nvidia ครั้งนี้ส่งผลต่อตลาดทุนอย่างชัดเจน โดยในวันที่มีการประกาศ หุ้น Intel ร่วงลงประมาณ 6% และ หุ้น AMD ร่วงประมาณ 5% สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนมองว่า Nvidia มีศักยภาพในการแย่งส่วนแบ่งตลาดชิปสำหรับ PC ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ที่น่าจับตาคือ Nvidia เคยมีประสบการณ์ในตลาดชิป ARM สำหรับ PC มาก่อนในปี 2011 การกลับมาครั้งนี้จึงถือเป็น "การกลับมาอีกครั้ง" ที่มาพร้อมกับความพร้อมด้านระบบนิเวศ AI และพาร์ตเนอร์ OEM ที่แข็งแกร่งกว่าเดิมมาก

นอกจากนี้ หากชิป N1 ในสาย TDP ต่ำถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์ประเภทอื่น เช่น Handheld Gaming PC หรือ Compact Desktop ก็อาจเปิดทางให้ Nvidia กลับมาทำตลาดอุปกรณ์ผู้บริโภคในวงกว้างอีกครั้ง รวมถึงความเป็นไปได้ของ Shield TV รุ่นใหม่ที่แฟนๆ รอคอยมานาน แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

สำหรับผู้บริโภคในไทย ข้อมูลการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่ได้รับการประกาศ แต่เมื่อพิจารณาจากรายชื่อ OEM ที่เข้าร่วม เช่น ASUS, Dell, HP และ Lenovo ซึ่งล้วนมีช่องทางจำหน่ายในไทย จึงมีความเป็นไปได้สูงที่แล็ปท็อปรุ่น RTX Spark จะเข้าสู่ตลาดไทยในช่วงต้นปี 2027 ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศจาก Power Buy, Studio7 และช่องทางออนไลน์อย่าง Shopee และ Lazada ในช่วงปลายปีนี้

แหล่งที่มา