กระแสการขยายตัวของ AI Data Center ในสหรัฐอเมริกาเริ่มก่อให้เกิดแรงต้านจากชุมชนท้องถิ่นอย่างชัดเจน โดยล่าสุดในรัฐเพนซิลเวเนีย ประชาชนกว่า 20 คนขึ้นเวทีสาธารณะเป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง เพื่อประณามนโยบายของผู้ว่าการรัฐ Josh Shapiro ที่สนับสนุนการก่อสร้าง Data Center อย่างเต็มที่ โดยอ้างว่าชุมชนถูก "ไถทับ" โดยไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็น ตามรายงานของ Tom's Hardware ที่อ้างอิงจาก Inside Climate News
เวทีสาธารณะ 2 ชั่วโมง: ประชาชนระเบิดความไม่พอใจ
ผู้พูด 20 รายที่ขึ้นเวทีต่างหยิบยกประเด็นที่กระทบต่อชีวิตประจำวันของชุมชนโดยตรง ได้แก่
- ค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้น จากการรองรับความต้องการพลังงานมหาศาลของ Data Center
- การใช้น้ำปริมาณมหาศาล ที่ส่งผลต่อแรงดันน้ำในพื้นที่อยู่อาศัย
- มลภาวะทางเสียง จากโครงสร้างพื้นฐานที่ตั้งอยู่ใกล้ชุมชน
Kelly Donia ผู้อยู่อาศัยใน East Whiteland Township ซึ่งอยู่ห่างจากฟิลาเดลเฟียไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 32 กิโลเมตร ระบุว่าแม้จะเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครตที่เคยสนับสนุน Shapiro แต่ขณะนี้ถอนการสนับสนุนแล้ว พร้อมประกาศว่า "เธอจะทำให้แน่ใจว่าเขาจะไม่ได้รับเลือกตั้งในตำแหน่งใดอีก"
Jennifer Dusart จาก Mechanicsburg กล่าวตรงไปตรงมาว่าชาวบ้านถูก "bulldozed over" หรือถูกไถทับโดยไม่มีสิทธิ์มีเสียง โดยชี้ว่าปัญหาหลักคือ "ความโปร่งใสและความไว้วางใจของสาธารณชน" เนื่องจากหลายครั้งชุมชนรู้ข่าวโครงการหลังจากที่มีการตัดสินใจไปแล้ว
ฝ่ายผู้ว่าฯ โต้: มีมาตรฐานเข้มงวด ไม่ใช่ปล่อยให้ทำได้ทุกอย่าง
โฆษกของผู้ว่าฯ Shapiro ชื่อ Rosie Lapowsky ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า บริษัทที่ต้องการรับสิทธิประโยชน์จากรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการลดหย่อนภาษีหรือการเร่งรัดใบอนุญาต จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่เข้มงวดด้านความโปร่งใส การปกป้องสิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อชุมชน โดยระบุว่านโยบายนี้มีเป้าหมาย "ยกระดับมาตรฐาน ไม่ใช่ลดมาตรฐาน"
ด้านคณะกรรมการสาธารณูปโภคของรัฐ (PUC) ได้ออกแนวทางรองรับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ประเภท Data Center โดยเฉพาะ ขณะที่บริษัทไฟฟ้า PECO ซึ่งให้บริการในพื้นที่ฟิลาเดลเฟียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ทำสัญญาให้ลูกค้ารายใหญ่รับผิดชอบค่าอัปเกรดสายส่งไฟฟ้าแรงสูงทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้ภาระตกไปอยู่กับผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป
ข้อเสนอพักโครงการ 3 ปี และที่มาของการลงทุนหลั่งไหล
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรัฐ Jamie Walsh (พรรครีพับลิกัน เขต Luzerne) ชี้ว่าสาเหตุที่เงินลงทุน Data Center หลั่งไหลเข้าเพนซิลเวเนียส่วนหนึ่งมาจากกฎหมายปี 2021 ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้พัฒนา
ขณะที่วุฒิสมาชิกรัฐ Katie Muth (พรรคเดโมแครต เขตฟิลาเดลเฟีย) ประกาศเจตนาจะเสนอร่างกฎหมายพักการดำเนินโครงการ Data Center ทั้งหมดในรัฐเป็นเวลา 3 ปี หากผ่านสภา เพนซิลเวเนียจะกลายเป็นรัฐระดับใหญ่รายแรกที่ใช้มาตรการนี้ ต่อจากเทศบาลขนาดเล็กหลายแห่งที่ดำเนินการไปก่อนแล้ว
ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงทั่วสหรัฐฯ และนัยสำหรับภูมิภาคเอเชีย
ปรากฏการณ์ในเพนซิลเวเนียไม่ได้เกิดขึ้นโดดเดี่ยว ข้อมูลที่รายงานระบุถึงกรณีที่เกิดขึ้นแล้วทั่วประเทศ ดังนี้
| กรณี | รายละเอียด |
|---|---|
| Fayette County, จอร์เจีย | Data Center แห่งหนึ่งใช้น้ำ 29 ล้านแกลลอนใน 15 เดือน ส่งผลให้แรงดันน้ำในพื้นที่ลดลง |
| ปัญหาเสียงรบกวน | มีเรื่องร้องเรียนจำนวนมากจากโครงการที่ก่อสร้างใกล้ชุมชนและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ |
| ผลสำรวจทั่วประเทศ | ชาวอเมริกัน 70% ไม่เห็นด้วยกับการสร้าง Data Center ใกล้บ้านตนเอง |
| รัฐแมริแลนด์ | ประชาชนต้องแบกรับค่าอัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้ามูลค่าราว 2,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 72,000 ล้านบาท) เพื่อรองรับ Data Center ที่ให้บริการนอกรัฐ |
สำหรับผู้บริโภคและชุมชนในไทย ประเด็นนี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรง เนื่องจากการขยายตัวของ AI และ Cloud Computing กำลังผลักดันให้บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมองหาพื้นที่ก่อสร้าง Data Center ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น รวมถึงประเทศไทย ซึ่งมีการประกาศแผนลงทุนจากหลายบริษัทในช่วงที่ผ่านมา ประสบการณ์จากสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมของชุมชนและความโปร่งใสตั้งแต่ต้นเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดว่าโครงการเหล่านี้จะได้รับการยอมรับหรือเผชิญแรงต้านในระยะยาว
