Google กำลังยุติบทบาทของ Pixel Studio แอปสร้างภาพ AI เฉพาะรุ่น Pixel 9 และ Pixel 10 อย่างเงียบ ๆ โดยอัปเดตล่าสุดเวอร์ชัน v2.3.001.911719150 ได้ตัดฟีเจอร์สร้างภาพและสติกเกอร์ใหม่ออกทั้งหมด พร้อมเปลี่ยนเป็นการนำผู้ใช้ไปยังโมเดล Nano Banana ในแอป Gemini แทน ตามรายงานของ Android Authority การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนทิศทางที่ Google ต้องการรวมศูนย์ประสบการณ์ AI ไว้บนแพลตฟอร์ม Gemini เพียงจุดเดียว

v2.3.001.911719150 เปลี่ยนอะไรไปบ้าง

เมื่อเปิดแอป Pixel Studio เวอร์ชันใหม่ ผู้ใช้จะพบข้อความ "To create images and animations, try Nano Banana in the Gemini app." พร้อมปุ่มด้านล่างหน้าจอที่นำไปสู่แอป Gemini โดยตรง หากเครื่องยังไม่ได้ติดตั้ง Gemini ระบบจะแสดงข้อความแจ้งให้ดาวน์โหลดติดตั้งก่อน

สำหรับสติกเกอร์และภาพที่เคยสร้างไว้ก่อนหน้านี้ ผู้ใช้ยังสามารถเข้าถึงและใช้งานต่อได้ตามปกติ มีเพียงฟังก์ชันสร้างใหม่เท่านั้นที่ถูกปิด การอัปเดตนี้กระจายผ่าน Google Play Store แบบ ทยอยปล่อย (staged rollout) ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ Pixel 9/10 แต่ละรายจะได้รับผลกระทบในช่วงเวลาต่างกัน

ที่มาของข้อมูลและระดับความน่าเชื่อถือ

รายงานนี้มาจากการวิเคราะห์ APK โดย AssembleDebug ผู้สื่อข่าวสมทบของ Android Authority โดยใช้ไฟล์ที่ได้รับจากผู้ใช้ Telegram ชื่อ @Emorris997 ไม่ใช่การประกาศอย่างเป็นทางการจาก Google โดยตรง

แม้วิธีการวิเคราะห์ไฟล์ APK ที่ปล่อยจริงจะให้ข้อมูลที่ค่อนข้างแม่นยำในเรื่องข้อความและพฤติกรรม UI แต่ Google ยังมีโอกาสปรับเปลี่ยนระหว่างทาง อนาคตของ Pixel Studio ว่าจะถูกลบออกจากเครื่องโดยสมบูรณ์ หรือจะเหลือไว้เป็นเครื่องมือแก้ไขสกรีนช็อตอย่างเดียว ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน

เส้นทางของ Pixel Studio สู่การถูกควบรวมเข้า Gemini

Pixel Studio เปิดตัวพร้อม Pixel 9 series ในฐานะแอปสร้างภาพ AI สำหรับวอลเปเปอร์ งานศิลปะดิจิทัล และสติกเกอร์ โดยจำกัดการใช้งานเฉพาะ Pixel 9 และ Pixel 10 series เท่านั้น Android เครื่องอื่นไม่สามารถใช้ได้

Android Authority ชี้ว่าก่อนหน้านี้ Google ได้ทยอยถอดฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องออกอย่างต่อเนื่อง เช่น การลบแท็บ "Sticker Creation" ออกจาก Gboard ในอัปเดตล่าสุด สะท้อนนโยบายของ Google ที่เลือกรวมประสบการณ์ AI ไว้ใน Gemini แทนการกระจายไปตามแอปย่อยหลายตัว สิ่งที่อาจหลงเหลืออยู่ใน Pixel Studio คือเครื่องมือแก้ไขสกรีนช็อตพื้นฐาน ซึ่งมีแอปอื่นทำได้เช่นกัน ทำให้คุณค่าเฉพาะตัวของแอปนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

Nano Bana 2026 — ปลายทางที่ผู้ใช้ถูกส่งไป

Nano Banana ในแอป Gemini ที่กลายเป็นทางเลือกใหม่นั้น มีพัฒนาการต่อเนื่องในปี 2026 โดยในเดือนกุมภาพันธ์ Google เปิดตัว Nano Banana 2 ที่ใช้ความเร็วของ Gemini Flash และถูกตั้งเป็นโมเดลภาพเริ่มต้นในแอป Gemini, เครื่องมือตัดต่อวิดีโอ Flow, Google Lens และ AI Mode ครอบคลุม 141 ประเทศ ก่อนจะตามด้วย Nano Banana Pro ที่เทียบเท่า Gemini 3 Pro Image ในเดือนมิถุนายน

โมเดลเปิดตัวจุดเด่น
Nano Banana 2ก.พ. 2026รองรับ 4K, รักษาความต่อเนื่องของตัวละครได้สูงสุด 5 ตัวและวัตถุ 14 ชิ้น
Nano Banana Proมิ.ย. 2026ค่าใช้จ่าย $0.134 (ประมาณ 4.8 บาท) ต่อภาพ, สร้างใน 2–5 วินาที, แม่นยำในการเขียนข้อความ 94–96%

ภาพทุกใบที่ผลิตจาก Nano Banana จะถูกฝัง SynthID ลายน้ำที่มองไม่เห็น และสามารถตรวจสอบโดยบุคคลที่สามผ่าน API ของ Google ได้

ภาพรวมการรวม Gemini ผ่าน Pixel Drop

การปิดฟีเจอร์สร้างภาพใน Pixel Studio ไม่ใช่เหตุการณ์เดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการรวมศูนย์ AI ผ่าน Pixel Drop ต่อเนื่อง

  • พฤศจิกายน 2025: เพิ่มฟีเจอร์ "Remix" ที่ขับเคลื่อนด้วย Nano Banana ใน Google Messages สำหรับ Pixel 6 ขึ้นไป
  • มีนาคม 2026: ขยาย Gemini Automation บน Pixel 10/10 Pro/10 Pro XL ให้สั่งเรียกรถ สั่งอาหาร และสั่งของชำได้อัตโนมัติ
  • พฤษภาคม 2026: เปิดตัวแบรนด์ "Gemini Intelligence" สำหรับ Android ระดับสูง ทยอยขยายสู่ Pixel และ Galaxy S series

สิ่งที่ผู้ใช้ Pixel 9/10 ในไทยควรทำ

แม้ Pixel 9 และ Pixel 10 series จะไม่ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการผ่านช่องทางรีเทลในไทย แต่ผู้บริโภคไทยจำนวนไม่น้อยใช้งานเครื่องหิ้วจากต่างประเทศ ผู้ที่ใช้งาน Pixel Studio เป็นประจำควรดำเนินการดังนี้

  1. สำรองข้อมูลทันที — บันทึกสติกเกอร์และภาพที่สร้างไว้ลงในเครื่องหรือ Google Photos ก่อนที่อัปเดตจะถึงเครื่องของคุณ
  2. ติดตั้งแอป Gemini — ตรวจสอบว่าได้ติดตั้งแอป Gemini จาก Play Store ในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้สลับไปใช้ Nano Banana ได้ทันที
  3. ทำความเข้าใจข้อจำกัด — Nano Banana Pro มีค่าใช้จ่ายต่อภาพในระดับ API แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วไปยังสามารถสร้างภาพได้ผ่านแอป Gemini ตามโควต้าของแพ็กเกจที่ใช้งาน

สำหรับผู้บริโภคในไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนทิศทางว่าฟีเจอร์ AI เฉพาะรุ่นบนสมาร์ทโฟนกำลังถูกแทนที่ด้วยบริการคลาวด์ที่เข้าถึงได้จากอุปกรณ์หลากหลายมากขึ้น แม้จะแลกมาด้วยการพึ่งพาแอปและบัญชี Google มากกว่าเดิมก็ตาม

แหล่งที่มา