ราคา SSD กำลังพุ่งสูงในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อ Samsung 870 EVO ขนาด 8TB ถูกพบวางจำหน่ายในร้าน Micro Center ของสหรัฐฯ ที่ราคา $4,139 (ประมาณ 149,000 บาท) — แพงกว่า NVMe SSD ระดับไฮเอนด์ที่ความเร็วสูงกว่าหลายเท่า สถานการณ์นี้สะท้อนวิกฤต NAND Flash ที่กำลังส่งผลกระทบต่อตลาดทั่วโลก รวมถึงผู้บริโภคในไทยด้วย

ตารางราคา Samsung 870 EVO ที่ Micro Center — ตัวเลขที่น่าตกใจ

ตามรายงานของ Wccftech ซึ่งอ้างอิงจากโพสต์ของผู้ใช้ Reddit ชื่อ u/naldyjams ราคาจำหน่ายหน้าร้าน Micro Center ของ Samsung 870 EVO มีดังนี้

ความจุราคา (USD)ราคาโดยประมาณ (THB)
1TB$519ประมาณ 18,700 บาท
2TB$1,039ประมาณ 37,400 บาท
4TB$2,069ประมาณ 74,500 บาท
8TB$4,139ประมาณ 149,000 บาท

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองเปรียบเทียบกับ NVMe SSD ที่มีความเร็วสูงกว่าและราคาถูกกว่ามาก

  • WD_Black SN7100 1TB (NVMe) — $189 (ประมาณ 6,800 บาท)
  • Samsung 990 PRO 1TB (NVMe) — $249 (ประมาณ 8,960 บาท)
  • Samsung 870 EVO 1TB (SATA, Amazon) — $449 (ประมาณ 16,200 บาท)
  • Samsung 870 EVO 1TB (SATA, Micro Center) — $519 (ประมาณ 18,700 บาท)

กล่าวคือ NVMe SSD ที่เร็วกว่าและทันสมัยกว่า มีราคาต่ำกว่า SATA SSD รุ่นเก่าถึงกว่าครึ่ง — ซึ่ง Wccftech ระบุว่านี่คือ "SSD สำหรับผู้บริโภคที่แพงที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา"

วิกฤต NAND Flash — รากเหง้าของราคาที่บิดเบี้ยว

ปรากฏการณ์ราคาผิดปกตินี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีรากฐานมาจากวิกฤตอุปทาน NAND Flash ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตามข้อมูลจาก Kingston ราคา NAND ปรับตัวสูงขึ้นถึง 246% นับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2025 โดย 70% ของการปรับขึ้นนั้นเกิดขึ้นภายใน 60 วันที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียว ขณะที่ TrendForce คาดการณ์ว่าราคาสัญญา Client SSD ในไตรมาส 1 ปี 2026 จะพุ่งขึ้นอีกกว่า 40% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ด้านการผลิต Samsung เองก็มีแนวโน้มลดปริมาณการผลิตเวเฟอร์ลง

ตัวชี้วัดตัวเลข
ปริมาณเวเฟอร์ Samsung (2025)4.9 ล้านแผ่น
ปริมาณเวเฟอร์ Samsung (2026)4.68 ล้านแผ่น
คาดการณ์ราคาเพิ่มขึ้น Q2 202670–75%

ที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือการสำรวจของ Tom's Hardware พบว่า NVMe SSD ขนาด 8TB สำหรับผู้บริโภคทั่วไปมีราคาเฉลี่ยแตะ $1,476 (ประมาณ 53,100 บาท) แล้ว — ซึ่งเมื่อคิดราคาต่อกรัม สูงกว่าทองคำเสียอีก

ข่าวลือ Samsung ถอนตัวจาก SATA — และการปฏิเสธอย่างเป็นทางการ

ส่วนหนึ่งของความวุ่นวายในตลาดมาจากข่าวลือที่ว่า Samsung จะยุติการผลิต SATA SSD ในเดือนมกราคม 2026 โดยนักวิเคราะห์ Moore's Law Is Dead ระบุว่า SSD ยอดขายอันดับต้นๆ บน Amazon ราว 20% เป็น SATA และ Samsung ครองส่วนแบ่งหลักในกลุ่มนี้

อย่างไรก็ตาม Samsung Electronics ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวอย่างชัดเจนว่า

"ข่าวลือเกี่ยวกับการยุติการผลิต Samsung SATA SSD หรือ SSD รุ่นอื่นๆ เป็นข้อมูลเท็จ"

แต่ตลาดกลับไม่ได้รอการยืนยัน ราคาปรับตัวขึ้นไปก่อนแล้วตั้งแต่ข่าวลือแพร่กระจาย ประกอบกับการที่ Micron ประกาศถอนตัวจากตลาดผู้บริโภค ยิ่งเพิ่มความกังวลต่ออนาคตของ SATA SSD และดันราคาสต็อกปัจจุบันให้สูงขึ้นไปอีก

น่าสังเกตด้วยว่า แม้ Micro Center จะติดป้าย "Limit 2 per Household" (จำกัด 2 ชิ้นต่อครัวเรือน) แต่ภาพที่ถ่ายมาแสดงให้เห็นว่าชั้นวางยังเต็มไปด้วยสินค้า Wccftech จึงตั้งคำถามว่าการอ้างภาวะขาดแคลนเพื่อตั้งราคาสูงนั้นสอดคล้องกับความเป็นจริงหรือไม่

คำแนะนำ: ควรซื้อ SSD ตอนนี้หรือรอ?

Wccftech ระบุชัดเจนว่า "ไม่ควรซื้อ SATA SSD ในราคานี้ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม" และแนะนำให้หลีกเลี่ยง SATA SSD ไปก่อนในช่วงนี้

สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องอัปเกรดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ตัวเลือกที่สมเหตุสมผลกว่าในขณะนี้คือ NVMe SSD เช่น WD_Black SN7100 1TB ($189 / ประมาณ 6,800 บาท) หรือ Samsung 990 PRO 1TB ($249 / ประมาณ 8,960 บาท) ซึ่งทั้งเร็วกว่าและถูกกว่า SATA 870 EVO อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับผู้บริโภคในไทย แม้ราคาที่เห็นในบทความนี้จะเป็นราคาจากสหรัฐฯ แต่ตลาด NAND Flash เป็นตลาดโลก ราคา SSD ในไทยทั้งบน Shopee, Lazada และร้านไอทีทั่วไปมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางเดียวกัน หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน การชะลอการซื้อออกไปก่อนจึงเป็นกลยุทธ์ที่ควรพิจารณา

แหล่งที่มา