Samsung ได้นำฟีเจอร์ "Auto Hide Taskbar" กลับคืนสู่ DeX Mode อย่างเงียบๆ ผ่านการอัปเดต One UI 8.5 โดยเฉพาะบน Galaxy S26 Series — ฟีเจอร์นี้เคยหายไปเมื่อครั้งที่ Samsung ปรับโฉม DeX ครั้งใหญ่ร่วมกับ Google และตอนนี้มันกลับมาพร้อมการปรับปรุงอีกหลายด้านที่ทำให้ DeX ใกล้เคียงกับประสบการณ์เดสก์ท็อปจริงมากขึ้น
Auto Hide Taskbar หายไปได้อย่างไร และกลับมาแล้ว
เมื่อปีที่ผ่านมา Samsung ตัดสินใจยกเลิก DeX เวอร์ชันเดิมและเปิดตัว DeX โฉมใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ Google แม้จะได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด แต่ DeX เวอร์ชันใหม่กลับขาดฟีเจอร์หลายอย่างที่ผู้ใช้คุ้นเคยจากเวอร์ชันเก่า หนึ่งในนั้นคือ Auto Hide Taskbar ที่ช่วยซ่อนแถบงานด้านล่างเพื่อให้ได้พื้นที่หน้าจอเต็มๆ
ตามรายงานของ Android Authority ฟีเจอร์ดังกล่าวได้กลับมาแล้วในอัปเดตล่าสุด โดยสามารถเข้าถึงได้จากเมนูการตั้งค่า Samsung DeX บริเวณใกล้กับตัวเลือก Screen Timeout ของจอที่เชื่อมต่ออยู่
ก่อนหน้านี้ DeX เวอร์ชันใหม่มีวิธีเข้าสู่ Immersive Mode อยู่บ้าง แต่ต้องกด ค้างที่ปุ่ม Maximize เพื่อเรียก Pop-up Menu แล้วเลือกตัวเลือกด้วยตนเอง ซึ่ง Android Authority ระบุว่าไม่ใช่วิธีที่ค้นพบได้ง่ายนัก การมี Toggle ในหน้าตั้งค่าโดยตรงจึงเป็นทางออกที่ใช้งานสะดวกกว่ามาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูวิดีโอแบบเต็มจอหรือทำงานที่ต้องการพื้นที่หน้าจอสูงสุด
One UI 8.5 นำฟีเจอร์ DeX กลับมาอีกหลายอย่าง
Auto Hide Taskbar ไม่ใช่ฟีเจอร์เดียวที่ Samsung คืนให้ผู้ใช้ DeX ตามรายงานของ SamMobile ระบุว่า Samsung ได้ทยอยนำฟีเจอร์เก่าและเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้ามาใน One UI 8 Series อย่างต่อเนื่อง ได้แก่:
- ตัวเลือกตำแหน่ง On-Screen Keyboard และการส่งเสียงออกทางลำโพงของจอภายนอกที่ทยอยกลับมา
- การหมุน UI สำหรับผู้ที่ใช้จอแนวตั้ง รองรับ 90°, 180° และ 270°
- Fullscreen Mode ที่ซ่อนทั้ง Window Header และ Taskbar พร้อมเรียกกลับมาได้ด้วยการเลื่อนเมาส์ไปที่ขอบจอ
การผสมระหว่าง Toggle แบบถาวรในหน้าตั้งค่า กับการเรียก Taskbar ชั่วคราวด้วยการ Hover เมาส์ ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับโหมดการทำงานได้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการดูหนังหรือการทำงานหลายหน้าต่างพร้อมกัน
Galaxy S26 กับ DeX ที่เข้าใกล้ประสบการณ์เดสก์ท็อปจริง
นอกจากการคืนฟีเจอร์เก่า DeX บน Galaxy S26 ยังได้รับการยกระดับความสามารถในการใช้งานจอภายนอกอย่างจริงจัง ดังนี้:
| ฟีเจอร์ | รายละเอียด |
|---|---|
| Desktop Spaces | รองรับสูงสุด 4 พื้นที่เดสก์ท็อป แต่ละพื้นที่รันแอปได้พร้อมกัน 5 แอป |
| Parallel Operation | ขณะที่ DeX ทำงานบนจอภายนอก ตัวเครื่องยังคงใช้ One UI 8.5 ได้ตามปกติ — รับสาย ตอบข้อความ และดูการแจ้งเตือนได้โดยไม่ขัดจังหวะ |
| On-Device DeX | Galaxy Z TriFold สามารถสลับจาก One UI 8 ไปยัง DeX ได้ด้วยแตะเพียงครั้งเดียว |
| Peripheral Control | ปรับความละเอียดเอาต์พุต, ความเร็ว Tracking ของเมาส์/แทร็คแพด และตั้งให้ Galaxy S26 ทำหน้าที่เป็น Touchpad ของจอภายนอกได้โดยตรง |
ความสามารถเหล่านี้ทำให้ DeX บน Galaxy S26 ไม่ได้เป็นเพียงโหมดเสริม แต่เริ่มตอบโจทย์การใช้งานแทนคอมพิวเตอร์ได้จริงในหลายสถานการณ์
สำหรับผู้ใช้ Samsung DeX ในไทย
ผู้ที่ใช้ Galaxy S26 Series อยู่แล้วและเชื่อมต่อจอภายนอกเป็นประจำ ควรตรวจสอบการอัปเดต One UI 8.5 ในแอปการตั้งค่าของเครื่อง เมื่ออัปเดตแล้วสามารถเข้าไปที่ ตั้งค่า → Samsung DeX เพื่อเปิดใช้งาน Auto Hide Taskbar ได้ทันที
ที่น่าจับตาคือ Samsung กำลังผลักดัน DeX ให้เป็นระบบนิเวศที่ครบวงจรมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับผู้บริโภคในไทยที่กำลังพิจารณาว่าจะลงทุนกับสมาร์ตโฟนระดับ Flagship ที่ราคาเริ่มต้นราว 35,000–45,000 บาท หรือซื้อโน้ตบุ๊กแยกต่างหาก เพราะหาก DeX พัฒนาต่อเนื่องในทิศทางนี้ ขอบเขตระหว่างสองตัวเลือกจะยิ่งเบลอลงเรื่อยๆ
ข้อมูลการวางจำหน่ายอัปเดต One UI 8.5 ในไทยสำหรับรุ่นอื่นๆ นอกเหนือจาก Galaxy S26 Series ยังไม่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ แนะนำให้ติดตามการแจ้งเตือนอัปเดตในเครื่องของตนเองต่อไป
แหล่งที่มา
- Android Authority — Samsung quietly revived this immersive DeX feature
- SamMobile — One UI 8.5 lets you hide DeX taskbar automatically once again
- SamMobile — See how Samsung DeX is getting better with One UI 8
