Arjan Brussee อดีตผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ระดับโลกของ Unreal Engine และผู้ร่วมก่อตั้ง Guerrilla Games เปิดเผยว่ากำลังพัฒนาเกมเอนจินสัญชาติยุโรปในชื่อ "The Immense Engine" โดยมีเป้าหมายท้าทาย Unreal Engine และ Unity ด้วยการนำ AI Agent มาใช้ในกระบวนการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมยืนยันว่าโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดจะโฮสต์และดำเนินการภายในยุโรปเท่านั้น

ประวัติ Arjan Brussee — ชายที่อยู่เบื้องหลัง Killzone และ Unreal Engine

Brussee เป็นนักพัฒนาชาวดัตช์ที่มีประสบการณ์ในวงการเกมมากกว่า 30 ปี โดยมีผลงานสำคัญที่ผ่านมา ดังนี้

  • ทศวรรษ 1990: ร่วมพัฒนาซีรีส์ Jazz Jackrabbit ที่ Epic Games
  • 2003: ร่วมก่อตั้ง Guerrilla Games สตูดิโอเบื้องหลังซีรีส์ Killzone
  • 2012: ก่อตั้ง Boss Key Productions
  • 2018–2023: กลับสู่ Epic Games ในตำแหน่ง Global Director of Product Management สำหรับ Unreal Engine

ด้วยประสบการณ์ทั้งในฐานะผู้ก่อตั้งสตูดิโอระดับ first-party และผู้บริหารเกมเอนจินเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Brussee จึงเป็นบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือสูงในการริเริ่มโครงการนี้ ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านพอดแคสต์ของเนเธอร์แลนด์ชื่อ De Technoloog และถูกรายงานต่อโดย Video Games Chronicle และ Tom's Hardware

The Immense Engine คืออะไร และทำไมถึงเน้น "ยุโรปล้วน"

แนวคิดหลักของ The Immense Engine ตั้งอยู่บนหลักการสามข้อ ได้แก่ โฮสต์ภายในยุโรปทั้งหมด พัฒนาโดยทีมชาวยุโรป และปฏิบัติตามกฎระเบียบของยุโรปอย่างเคร่งครัด

บริบทนี้มีความสำคัญในช่วงเวลาที่ยุโรปกำลังผลักดันนโยบาย Tech Sovereignty อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น EU Tech Sovereignty Package ที่อยู่ระหว่างเตรียมการสำหรับปี 2026 ซึ่งมุ่งลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากนอกภูมิภาคในด้านเซมิคอนดักเตอร์ คลาวด์ AI และซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส หรือแผนการของรัฐบาลฝรั่งเศสที่ประกาศจะย้ายพนักงานรัฐกว่า 2.5 ล้านคนจาก Microsoft ไปสู่ Linux ในช่วงต้นปี 2026

Tom's Hardware ยังชี้ให้เห็นว่าคุณสมบัติด้านการโฮสต์ภายในยุโรปและการปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่น อาจทำให้ The Immense Engine เหมาะสมสำหรับโครงการนอกเหนือจากการพัฒนาเกม เช่น การจำลอง 3D ในภาคกลาโหม โลจิสติกส์ หรือแม้แต่โครงการของหน่วยงานภาครัฐ

AI Agent ทดแทนงาน 10–15 คน — กลยุทธ์สำคัญของทีมขนาดเล็ก

ประเด็นที่น่าจับตามองที่สุดคือวิสัยทัศน์ของ Brussee เกี่ยวกับการใช้ AI ในกระบวนการพัฒนา

"หากเราสามารถสร้างเฟรมเวิร์ก AI Agent ที่ชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพได้ เราจะสามารถทำงานได้เทียบเท่ากับทีม 10 ถึง 15 คน"

การแข่งขันกับ Unreal และ Unity ซึ่งมีระบบนิเวศขนาดใหญ่ที่สั่งสมมาหลายสิบปีนั้น แทบเป็นไปไม่ได้หากใช้โมเดลสตูดิโอขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม การใช้ AI Agent เป็นตัวคูณแรงงานจึงถือเป็นเงื่อนไขจำเป็นที่ทำให้โครงการนี้มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ

อย่างไรก็ตาม ต้องแยกแยะให้ชัดเจนว่า การใช้ AI Agent ในที่นี้หมายถึงกระบวนการพัฒนาตัวเอนจิน ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่จะบรรจุอยู่ใน The Immense Engine สำหรับผู้ใช้งาน ซึ่งยังไม่มีการยืนยันในจุดนี้

จุดแข็งและจุดอ่อน — เมื่อ "อิสระยุโรป" ยังพึ่งพา AI อเมริกัน

The Immense Engine มีข้อได้เปรียบที่ชัดเจนในฐานะเอนจินที่ออกแบบมาสำหรับ AI workflow ตั้งแต่ต้น ต่างจาก Unreal หรือ Unity ที่ต้องแบกรับโค้ดเลกาซีสะสมมาหลายสิบปี การเริ่มต้นใหม่ทำให้มีอิสระในการออกแบบสถาปัตยกรรมได้อย่างเต็มที่

แต่ความขัดแย้งที่น่าสนใจคือ ปัจจุบัน AI Agent stack ที่ใช้งานอยู่ยังคงพึ่งพาผู้ให้บริการสัญชาติอเมริกันอย่าง OpenAI และ Anthropic แม้ Brussee จะกล่าวถึง Mistral ซึ่งเป็น LLM สัญชาติยุโรปในฐานะทางเลือก แต่การผสานรวมยังอยู่ในขั้นที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ซึ่งถือเป็นจุดที่ท้าทายต่อการอ้างสิทธิ์ "อธิปไตยยุโรปอย่างสมบูรณ์"

สภาพแวดล้อมตลาดที่เปลี่ยนไป — โอกาสหลัง Unity ปรับนโยบายค่าลิขสิทธิ์

ตลาดเกมเอนจินในปัจจุบันไม่ได้ผูกขาดโดย Unreal อีกต่อไป เหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนภูมิทัศน์คือการที่ Unity ประกาศแผนเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายเดือนในช่วงปลายปี 2023 ซึ่งทำให้สตูดิโอจำนวนมากเริ่มมองหาทางเลือกอื่น ส่งผลให้ Godot ซึ่งเป็นเอนจินโอเพนซอร์สได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มนักพัฒนาอินดี้

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ Sony กำลังดำเนินแผนให้ใบอนุญาต Decima Engine ของ Guerrilla Games แก่นักพัฒนาบุคคลที่สาม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเอนจินสัญชาติยุโรปสามารถได้รับการยอมรับในตลาดได้จริง

สำหรับนักพัฒนาเกมและผู้ที่ติดตามวงการเทคโนโลยีในไทย โครงการนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังไม่มีกำหนดเปิดตัวที่ชัดเจน ผลกระทบโดยตรงต่อตลาดไทยในระยะสั้นยังมีจำกัด แต่หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ อาจเป็นสัญญาณว่าอุตสาหกรรมเกมและซอฟต์แวร์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ทีมขนาดเล็กสามารถแข่งขันกับองค์กรขนาดใหญ่ได้จริงด้วยความช่วยเหลือของ AI ซึ่งเป็นแนวโน้มที่นักพัฒนาไทยควรติดตามอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มา