นักทำ DIY และผู้ชื่นชอบการพิมพ์ 3 มิติรายหนึ่งได้นำ TicWatch Pro 3 ที่เลิกใช้งานแล้วมาถอดจอและเมนบอร์ดออก จากนั้นนำไปฝังไว้ในหัวเกียร์ที่พิมพ์ด้วยเครื่อง 3D Printer โดยเฉพาะ ผลลัพธ์คือหัวเกียร์ที่แสดงตำแหน่งเกียร์ปัจจุบันแบบเรียลไทม์บนหน้าจอทรงกลม พร้อมฟังก์ชันควบคุม Spotify ด้วยการสไวป์ ตามรายงานของ Android Authority โปรเจกต์นี้ถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการนำสมาร์ทวอทช์เก่ามาใช้ประโยชน์ใหม่ในรูปแบบที่ไม่มีใครคาดคิด
TicWatch Pro 3 กลายเป็นหัวเกียร์ได้อย่างไร
แกนหลักของโปรเจกต์นี้คือการถอดจอแสดงผลและเมนบอร์ดออกจาก TicWatch Pro 3 แล้วนำไปติดตั้งในตัวเรือนหัวเกียร์ที่ออกแบบและพิมพ์ขึ้นเอง ภายนอกดูเหมือนหัวเกียร์ทั่วไป แต่บนหน้าจอทรงกลมด้านบนจะแสดงตัวเลขเกียร์ที่ใช้งานอยู่ในขณะนั้น
สิ่งที่น่าสนใจคือระบบตรวจจับเกียร์ไม่ได้เชื่อมต่อกับเซนเซอร์ของรถโดยตรง แต่ใช้ เซนเซอร์ accelerometer และ gyroscope ที่ติดตั้งอยู่ในตัววอทช์อยู่แล้ว เพื่ออ่านค่าการเอียงของหัวเกียร์ แล้วประมวลผลว่าขณะนี้อยู่ในเกียร์ใด เป็นการนำเซนเซอร์ที่ออกแบบมาเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวของข้อมือมาประยุกต์ใช้กับการตรวจจับท่าทางของคันเกียร์แทน
vibe coding กับการสร้างแอป Wear OS โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเอง
แอปพลิเคชัน Wear OS ที่ขับเคลื่อนระบบตรวจจับเกียร์นี้ ผู้สร้างระบุว่าพัฒนาขึ้นด้วยวิธีที่เรียกว่า vibe coding ซึ่งเป็นการใช้ AI สร้างโค้ดผ่านการสนทนาแบบโต้ตอบ โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์พัฒนาแอปมาก่อน
แนวทางนี้กำลังแพร่หลายในหมู่นักทำ DIY อย่างรวดเร็ว ข้อมูลในปี 2026 ชี้ว่า MIT Technology Review ยกให้ vibe coding เป็นหนึ่งใน "10 เทคโนโลยีที่น่าจับตาแห่งปี 2026" ขณะที่นักพัฒนาในสหรัฐฯ ถึง 92% ระบุว่าใช้งานในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และตลาด AI-assisted coding มีมูลค่าคาดการณ์ถึง 8,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 306,000 ล้านบาท) ในปีเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวัง — งานวิจัยพบว่าโค้ดที่สร้างโดย AI มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยสูงถึง 45% ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องคำนึงถึงหากนำไปใช้กับระบบในรถยนต์จริง
ปัญหาบนทางลาดชัน และแผน v2 ที่กำลังจะมา
ในเวอร์ชันแรก ผู้สร้างยอมรับว่า ระบบตรวจจับเกียร์มักแสดงผลผิดพลาดเมื่อขับบนทางลาดชัน เนื่องจากเซนเซอร์ไม่สามารถแยกแยะระหว่างการเอียงของคันเกียร์กับความลาดเอียงของถนนได้ ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขบางส่วนด้วยการปรับ fine-tune อัลกอริทึม
สำหรับเวอร์ชัน 2 (v2) ที่อยู่ระหว่างการวางแผน มีแนวคิดที่น่าสนใจ 2 ประการ ได้แก่
- เปลี่ยนวัสดุตัวเรือนเป็นการพิมพ์แบบ SLS ที่มีความแข็งแรงสูงกว่า
- ติดตั้ง เซนเซอร์เพิ่มเติมในรถ เพื่อใช้เป็นจุดอ้างอิงในการคำนวณมุม ช่วยให้ระบบแม่นยำแม้บนทางลาด
ไม่ใช่แค่แสดงเกียร์ — ควบคุม Spotify ได้ด้วย
คำถามที่หลายคนอาจสงสัยคือ "จำเป็นต้องดูหัวเกียร์ขณะขับรถหรือ?" ผู้สร้างตอบคำถามนี้ไว้แล้วด้วยการเพิ่มฟังก์ชัน media controller เข้าไปด้วย โดยสามารถ สไวป์บนหน้าจอเพื่อเปลี่ยนเพลงหรือหยุดเล่น Spotify ได้โดยตรง ทำให้หัวเกียร์นี้กลายเป็น "ศูนย์รวมการควบคุมด้วยมือ" ขณะขับรถ มากกว่าจะเป็นแค่จอแสดงเกียร์
ทำไม TicWatch Pro 3 ถึงกลายเป็น "วัสดุรีไซเคิล" ที่น่าใช้
การที่ TicWatch Pro 3 ถูกเลือกมาใช้ในโปรเจกต์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ Mobvoi เพิ่งเริ่มปล่อยอัปเดต Wear OS 3 ให้กับ TicWatch Pro 3 และ TicWatch E3 ในเดือนธันวาคม 2023 ซึ่งช้ากว่า Samsung และ Google ที่ย้ายไป Wear OS 4 แล้ว และเมื่อถามถึง Wear OS 4 Mobvoi ตอบเพียงว่า "ยังไม่มีข้อมูลที่จะแชร์ได้"
ยิ่งไปกว่านั้น การอัปเกรดเป็น Wear OS 3 ยังมีข้อเสียสำคัญ คือ แอป Wear OS บน Android จะไม่รองรับนาฬิกา Mobvoi เหล่านี้อีกต่อไป ตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วย Qualcomm Snapdragon Wear 4100 และโคโปรเซสเซอร์ของ Mobvoi เอง เมื่อเส้นทางการอัปเดตระยะยาวดูไม่สดใส การถอดชิ้นส่วนมาใช้ประโยชน์ใหม่จึงกลายเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผล
สำหรับผู้ใช้ในไทยที่ยังมี TicWatch Pro 3 หรือสมาร์ทวอทช์ Wear OS รุ่นเก่าเก็บอยู่ โปรเจกต์นี้แสดงให้เห็นว่าจอแสดงผล เซนเซอร์ accelerometer และ gyroscope ที่อยู่ในนาฬิกาเหล่านั้น ยังคงเป็น "วัสดุ" ที่มีศักยภาพสูงสำหรับงาน DIY แม้ว่าซอฟต์แวร์จะไม่ได้รับการสนับสนุนอีกต่อไปแล้วก็ตาม
