Trump Mobile กำลังเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤต หลังมีรายงานว่าเว็บไซต์ของบริษัทอาจมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่เปิดให้เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าได้ ขณะที่ข้อมูลที่รั่วออกมายังชี้ว่ายอดสั่งจอง T1 Phone ที่แท้จริงอาจอยู่ที่ราว 30,000 รายการเท่านั้น — ห่างไกลจากตัวเลข 590,000 รายการที่เคยถูกอ้างถึงอย่างมาก ตามรายงานของ TechRadar

ช่องโหว่ที่ "เห็นได้เกือบทุกอย่าง ยกเว้นหมายเลขบัตรเครดิต"

ตามรายงานของ TechRadar อ้างอิงจาก TechCrunch YouTuber ชื่อดัง Voidzilla และ penguinz0 ซึ่งต่างเป็นผู้สั่งจอง T1 Phone ได้รับการติดต่อจากบุคคลนิรนามที่อ้างว่าสามารถเจาะเข้าระบบของ Trump Mobile ได้ผ่าน "ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่เรียบง่ายมาก"

ข้อมูลที่บุคคลดังกล่าวอ้างว่าเข้าถึงได้ประกอบด้วย:

  • ชื่อ-นามสกุล
  • ที่อยู่จัดส่ง
  • อีเมลแอดเดรส
  • ข้อมูลอื่น ๆ เกือบทั้งหมด ยกเว้นหมายเลขบัตรเครดิต ตามคำบอกเล่าของ Voidzilla

บุคคลนิรนามรายนี้อ้างว่าได้แสดงหลักฐานการเข้าถึงฐานข้อมูลทั้งหมด และระบุว่าไม่มีเจตนาจะนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด อย่างไรก็ตาม ช่องโหว่ดังกล่าวยังคงเปิดอยู่ หมายความว่าบุคคลอื่นที่ค้นพบวิธีเดียวกันก็สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เช่นกัน ณ ขณะที่รายงานนี้เผยแพร่ Trump Mobile ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้

ทั้งนี้ แหล่งข่าวเป็นบุคคลนิรนาม และยังไม่มีการตรวจสอบอิสระจากภายนอก จึงควรพิจารณาข้อมูลนี้ในฐานะ "ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน"

ยอดสั่งจองจริง 30,000 รายการ — ต่ำกว่าที่อ้างถึง 20 เท่า

รายการตัวเลข
ยอดสั่งจองจากฐานข้อมูลที่รั่วประมาณ 30,000 รายการ
จำนวนลูกค้าที่ไม่ซ้ำกันประมาณ 10,000 ราย
ตัวเลขที่เคยอ้างถึงก่อนหน้าประมาณ 590,000 รายการ
สัดส่วนเทียบกับตัวเลขที่อ้างประมาณ 5% (ราว 1 ใน 20)

ข้อมูลจากฐานข้อมูลที่รั่วออกมาชี้ว่า T1 Phone มียอดสั่งจองจริงเพียงราว 30,000 รายการ จากลูกค้าประมาณ 10,000 รายเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าลูกค้าแต่ละรายสั่งจองเฉลี่ยประมาณ 3 รายการ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะแพ็กเกจค่าบริการเครือข่ายถูกนับแยกจากตัวเครื่อง

แม้จะคำนึงถึงปัจจัยดังกล่าวแล้ว ตัวเลข 30,000 รายการก็ยังห่างไกลจาก 590,000 รายการที่เคยถูกอ้างถึงอย่างมาก และอาจอธิบายได้ว่าเหตุใด T1 Phone จึงประสบปัญหาความล่าช้าในการจัดส่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า เนื่องจากยอดขายที่ต่ำกว่าเป้าหมายอาจลดแรงจูงใจในการผลักดันโครงการ

เริ่มจัดส่งแล้ว แต่ยังขาดการรับรองจาก T-Mobile

ท่ามกลางข่าวเรื่องช่องโหว่ด้านความปลอดภัย Trump Mobile ประกาศเริ่มจัดส่ง T1 Phone อย่างเป็นทางการในสัปดาห์ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2026 ช้ากว่ากำหนดเดิมถึง 9 เดือน โดย CEO Pat O'Brien ระบุในแถลงการณ์ทางอีเมลว่าความล่าช้าเกิดจากกระบวนการควบคุมคุณภาพและการทดสอบชิ้นส่วนที่เข้มงวด

ด้านการรับรองมาตรฐาน T1 Phone ผ่านการรับรอง PTCRB ในเดือนมีนาคม ซึ่งยืนยันความเข้ากันได้กับมาตรฐานเครือข่ายในอเมริกาเหนือ อย่างไรก็ตาม ณ เดือนพฤษภาคม 2026 ยังไม่ได้รับการรับรองจาก T-Mobile ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายที่ตั้งใจจะใช้งาน จึงยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการใช้งานจริงบนเครือข่ายหลังได้รับเครื่อง

ตัวเครื่องจริง: HTC U24 Pro ติดโลโก้ใหม่ ราคา $499

จากการทดลองใช้งานครั้งแรก พบว่า T1 Phone ที่วางจำหน่ายในราคา $499 (ประมาณ 18,000 บาท) ในราคาโปรโมชัน แท้จริงแล้วคือ HTC U24 Pro ที่ถูกรีแบรนด์ใหม่ มาพร้อมเคสสีทองและลวดลายธงชาติอเมริกา 11 แถบ

สเปกรายละเอียด
หน้าจอ6.78 นิ้ว AMOLED, 120Hz
พื้นที่จัดเก็บ512GB
แบตเตอรี่5,000mAh, ชาร์จเร็ว 30W
พอร์ตมีช่องเสียบหูฟัง 3.5mm
แอปติดตั้งมาก่อนTruth Social
อัปเดตซอฟต์แวร์ไม่มีการรับประกัน Android update และ Security patch

ประเด็นที่น่ากังวลเป็นพิเศษคือการไม่รับประกัน Security patch ซึ่งเมื่อรวมกับข่าวช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของเว็บไซต์ ทำให้ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของผู้ใช้งานยิ่งทวีคูณขึ้น

สิ่งที่ผู้สั่งจองควรทำตอนนี้

สำหรับผู้ที่สั่งจอง T1 Phone ไว้แล้ว ความเสี่ยงที่ต้องเผชิญมีสองด้านพร้อมกัน ได้แก่ ความไม่แน่นอนว่าจะได้รับเครื่องจริงหรือไม่ และความเป็นไปได้ที่ข้อมูลส่วนตัวอาจถูกเข้าถึงโดยบุคคลที่สาม

แนวทางปฏิบัติที่แนะนำในขณะนี้:

  • ระวัง Phishing — อีเมลหรือข้อความที่อ้างว่ามาจาก Trump Mobile หรือบริการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะที่ขอให้กรอกข้อมูลเพิ่มเติมหรือชำระเงิน
  • เปลี่ยนรหัสผ่าน — หากใช้รหัสผ่านเดียวกันกับบัญชีอื่น ควรเปลี่ยนโดยเร็ว
  • ติดตามความเคลื่อนไหว — รอการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจาก Trump Mobile เกี่ยวกับการแก้ไขช่องโหว่

แม้ว่าผู้บริโภคในไทยส่วนใหญ่จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากกรณีนี้ แต่เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความเสี่ยงของการสั่งซื้อสินค้าเทคโนโลยีจากแบรนด์ที่ยังไม่มีประวัติด้านความปลอดภัยข้อมูลที่ชัดเจน และการตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวก่อนให้ข้อมูลส่วนตัวกับแพลตฟอร์มใด ๆ ก็ตาม

แหล่งที่มา