Trump Mobile ได้แก้ไขข้อกำหนดการจองสมาร์ทโฟน T1 Phone อย่างเงียบๆ โดยระบุอย่างชัดเจนว่าเงินมัดจำ $100 (ประมาณ 3,600 บาท) ที่ผู้สนใจจ่ายไปนั้น "ไม่ใช่การซื้อ" และบริษัทไม่มีพันธะใดๆ ที่จะต้องผลิตหรือวางจำหน่ายอุปกรณ์ดังกล่าว ท่ามกลางสัญญาณที่บ่งชี้ว่าโครงการนี้กำลังเดินหน้าสู่การเป็น "vaporware" อย่างเต็มตัว
ข้อกำหนดใหม่ที่เปลี่ยนทุกอย่าง: $100 ไม่ได้แปลว่าจะได้เครื่อง
ตามรายงานของ Android Authority Trump Mobile ได้อัปเดตข้อกำหนดและเงื่อนไขการจองล่วงหน้า โดยมีสาระสำคัญที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญดังนี้
- เงินมัดจำ $100 ถูกนิยามใหม่ว่าเป็นเพียง "การให้โอกาสแบบมีเงื่อนไข ในกรณีที่ Trump Mobile เลือกที่จะจำหน่ายอุปกรณ์ดังกล่าวตามดุลยพินิจของบริษัทในอนาคต"
- ระบุชัดเจนว่าเงินมัดจำนี้ "ไม่ใช่การซื้อ (not a purchase)"
- ไม่มีการรับประกันว่า T1 Phone จะวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ หรือแม้แต่จะเริ่มกระบวนการผลิต
- ผู้จองสามารถขอคืนเงินได้ผ่านช่องทาง Customer Service
- หากโครงการถูกยกเลิก บริษัทระบุว่าจะคืนเงินมัดจำ
กล่าวโดยสรุป ข้อกำหนดที่แก้ไขใหม่นี้ได้เปลี่ยนกรอบจาก "การจองล่วงหน้าเพื่อรับสินค้า" ไปสู่ "การให้เงินบริษัทโดยไม่มีสิ่งใดรับประกันว่าจะได้รับสินค้าตอบแทน" อย่างสิ้นเชิง
นอกจากนี้ การแก้ไขในเดือนเมษายนยังเพิ่มข้อยกเว้นความรับผิดชอบเพิ่มเติม ได้แก่ บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความล่าช้าอันเนื่องมาจากการขาดแคลนชิ้นส่วนหรือปัญหาด้านกฎระเบียบ และผู้จองต้องสละสิทธิ์เรียกร้องใดๆ เกินกว่าจำนวนเงินที่จ่ายไปในตอนแรก
ดีไซน์ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ และกำหนดเปิดตัวที่เลื่อนออกไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ประวัติของ T1 Phone เต็มไปด้วยสัญญาณที่น่าเป็นห่วง นับตั้งแต่ประกาศเปิดตัวครั้งแรก
ด้านกำหนดเวลา: T1 Phone ถูกประกาศว่าจะวางจำหน่ายในเดือนกันยายน แต่กำหนดการดังกล่าวถูกเลื่อนออกไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการวางจำหน่ายแต่อย่างใด
ด้านดีไซน์: ภาพที่ใช้โปรโมต T1 Phone มีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง โดยเริ่มจากภาพ iPhone 16 Pro สีทอง จากนั้นเปลี่ยนเป็นภาพ Galaxy S25 Ultra สีทองที่ผ่านการตกแต่ง และสุดท้ายในเดือนกุมภาพันธ์ ผู้บริหาร Trump Mobile ได้เปิดเผย "ดีไซน์สุดท้าย" ซึ่งเป็นรูปทรงสีทองที่แตกต่างจากทั้งสองรุ่นก่อนหน้า
ด้านการรับรองจากผู้ให้บริการ: มีการระบุว่า T1 Phone จะได้รับการรับรองจาก T-Mobile ภายในเดือนมีนาคม แต่จนถึงขณะนี้ ทั้ง T-Mobile และ Trump Mobile ต่างไม่มีการประกาศใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้
"Made in America" ที่ถอยร่น และเงิน $59 ล้านที่ยังค้างอยู่
ประเด็นที่น่าจับตาอีกประการหนึ่งคือการถอยร่นจากคำกล่าวอ้างเรื่องการผลิตในสหรัฐอเมริกา
เดิมที T1 Phone ถูกโปรโมตด้วยสโลแกน "Made in America" แต่ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นถ้อยคำที่คลุมเครือกว่า เช่น "American-Proud Design" ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ผู้บริหาร Trump Mobile ยอมรับกับสื่อว่าอุปกรณ์ดังกล่าวจะไม่ได้ผลิตในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด โดยจะมีเพียงการประกอบชิ้นส่วนประมาณ 10 ชิ้นสุดท้ายที่เมืองไมอามี ส่วนการผลิตหลักยังคงอยู่ในต่างประเทศ ยิ่งกว่านั้น มีรายงานว่าตัวเครื่องอาจเป็นเพียงการรีสกินของ Wingtech Revvl 7 Pro 5G ซึ่งผลิตในจีนและมีราคาประมาณ $169 (ประมาณ 6,100 บาท)
ขณะเดียวกัน ตัวเลขทางการเงินที่เกี่ยวข้องนั้นไม่อาจมองข้ามได้ มีผู้จองประมาณ 590,000 รายที่จ่ายเงินมัดจำ $100 ไปแล้ว รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ $59 ล้าน (ประมาณ 2,124 ล้านบาท) โดยยังไม่มีการส่งมอบอุปกรณ์แม้แต่เครื่องเดียว
ด้านโครงสร้างบริการโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้องมีรายละเอียดดังนี้
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้ดำเนินการ | Liberty Mobile Wireless (ฐานอยู่ที่ฟลอริดา) |
| เครือข่ายที่ใช้ | MVNO บนโครงข่าย T-Mobile |
| ค่าบริการ (47 Plan) | $47.45/เดือน (ประมาณ 1,710 บาท) |
| เปรียบเทียบ | แพงกว่า MVNO บนโครงข่าย T-Mobile รายอื่น เช่น Metro, Mint Mobile, US Mobile |
Trump Mobile ยังประกาศว่ากำลังพัฒนารุ่นพี่อย่าง T1 Ultra อีกด้วย แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเปิดรับจองหรือไม่
FTC และนักการเมืองเริ่มเคลื่อนไหว
ในเดือนมกราคม 2026 วุฒิสมาชิก Elizabeth Warren และคณะได้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เพื่อขอให้สอบสวน Trump Mobile ในสองประเด็นหลัก ได้แก่ ข้อสงสัยเรื่องการโฆษณาหลอกลวงในลักษณะ "bait and switch" และการแสดงข้อความ "Made in USA" ที่อาจเป็นการโฆษณาเท็จ
ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย Gavin Newsom ยังได้ออกมาวิจารณ์ T1 Phone อย่างตรงไปตรงมาว่าเป็น "การฉ้อโกง"
ตามรายงาน ในเดือนเมษายน 2026 มีการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับแผนบริการของ Trump Mobile และมีความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับ FCC ซึ่งบ่งชี้ว่าธุรกิจด้านบริการโทรคมนาคมยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าตัวอุปกรณ์จะยังคงเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน
สิ่งที่ผู้จองควรพิจารณาตอนนี้
สำหรับผู้ที่จ่ายเงินมัดจำ $100 ไปแล้ว ข้อกำหนดที่แก้ไขใหม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าการรอคอยต่อไปมีความเสี่ยงสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทระบุว่าสามารถขอคืนเงินได้ผ่าน Customer Service แต่ข้อกำหนดไม่ได้รับประกันความรวดเร็วหรือความแน่นอนของกระบวนการคืนเงิน
หากไม่มีเหตุผลเฉพาะเจาะจงที่ต้องการรอ การยื่นขอคืนเงินในขณะนี้อาจเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลกว่าการปล่อยเงินค้างไว้กับบริษัทต่อไป
สำหรับผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงไทย T1 Phone ไม่มีแผนวางจำหน่ายในภูมิภาคนี้แต่อย่างใด ผลกระทบโดยตรงต่อตลาดไทยจึงมีจำกัด อย่างไรก็ตาม กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความเสี่ยงในการจ่ายเงินมัดจำสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่มีตัวตน ซึ่งเป็นบทเรียนที่ผู้บริโภคทั่วโลกควรตระหนัก ไม่ว่าจะเป็นการจองสินค้าเทคโนโลยีผ่านแพลตฟอร์มใดก็ตาม
