เอกสารภายในที่รั่วไหลสู่สำนักข่าว Wired ชี้ให้เห็นว่าหน่วยงานความมั่นคงสหรัฐฯ อย่าง DHS และ FBI อาจกำลังจัดกลุ่มการประท้วงต้าน AI Data Center ให้อยู่ในหมวด "anti-tech extremism" ซึ่งนักวิชาการและองค์กรสิทธิมนุษยชนออกมาตั้งคำถามถึงขอบเขตของการเฝ้าระวังที่อาจกระทบต่อสิทธิการแสดงออกโดยสงบ
เอกสารหลุดระบุอะไร — นิยาม "anti-tech extremism" ที่น่ากังวล
ตามรายงานของ Tom's Hardware ที่อ้างอิงจาก Wired เอกสารภายในของหน่วยงานข่าวกรองและต่อต้านการก่อการร้ายระบุว่า
"ในช่วง 5 ปีข้างหน้า บรรยากาศความวุ่นวายที่เกิดจากเทคโนโลยี AI อาจจุดชนวนการประท้วงขนาดใหญ่ และอาจบานปลายไปสู่ความไม่สงบของพลเมืองหรือกิจกรรมรุนแรงในแนวต้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะในเขตมหานครอย่างนิวยอร์กซิตี้"
ศูนย์ Fusion Center ในรัฐเพนซิลเวเนียตะวันตก ซึ่งทำหน้าที่แบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานระดับรัฐบาลกลาง รัฐ และท้องถิ่น ได้จัดกลุ่ม "ผู้กระทำที่เป็นภัยคุกคาม" (adversarial actors) ไว้ในหมวดเดียวกัน ทั้งองค์กรที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ กลุ่มอาชญากร นักก่อการร้ายในประเทศ และนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม โดยเตือนว่า Data Center ของสหรัฐฯ อาจตกเป็นเป้าหมาย
Tom's Hardware ตั้งข้อสังเกตว่าเอกสารเหล่านี้ "รวมความคิดเห็น ความกังวล และแม้แต่พฤติกรรมการโทรลล์บนโซเชียลมีเดียเข้าไว้ในหมวดหมู่กว้างๆ เดียวกัน" ซึ่งถือเป็นปัญหาเชิงกรอบแนวคิดที่สำคัญ
เหตุใดชาวอเมริกัน 7 ใน 10 คนจึงต้านการสร้าง Data Center ใกล้บ้าน
กระแสต่อต้านนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล ตามรายงาน ชาวอเมริกันถึง 70% ระบุว่าไม่ต้องการให้มีการสร้าง AI Data Center ในบริเวณใกล้เคียงที่พักอาศัย โดยความกังวลหลักประกอบด้วย
- ค่าไฟฟ้าพุ่งสูง จากการใช้พลังงานมหาศาลของ Data Center
- การใช้น้ำปริมาณมาก ที่ส่งผลต่อคุณภาพน้ำในชุมชน
- เสียงรบกวนตลอด 24 ชั่วโมง ที่ทำลายวิถีชีวิตในพื้นที่ชนบท
ความตึงเครียดถึงขั้นที่มีรายงานว่าผู้ร่วมประชุมสาธารณะถูกควบคุมตัวเพียงเพราะพูดเกินเวลาที่กำหนดเพียงไม่กี่วินาที
การต่อต้านยังส่งผลเป็นรูปธรรมในเชิงนโยบาย รัฐ Maine กลายเป็นรัฐแรกในสหรัฐฯ ที่ประกาศ moratorium ระดับรัฐ ระงับโครงการ Data Center ขนาดใหญ่จนถึงเดือนตุลาคม 2027 ขณะที่ในรัฐ Utah เขต Box Elder ชาวบ้านกำลังรวบรวมลายเซ็นกว่า 5,000 รายชื่อเพื่อจัดการลงประชามติล้มมติของคณะกรรมการเขต ด้านตัวเลขจาก Sightline Climate ระบุว่า Data Center ที่มีกำหนดเปิดในปี 2026 อาจไม่สามารถเปิดได้ตามแผนถึง 30–50% และมีโครงการอย่างน้อย 26 แห่งที่ถูกยกเลิกไปแล้วในช่วงปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026
เหตุรุนแรงจริงและนโยบายรัฐบาล — สองปัจจัยที่เร่งการเฝ้าระวัง
ความกังวลของเจ้าหน้าที่ไม่ได้ไร้มูล เนื่องจากมีเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นจริง ในเดือนเมษายน 2026 ชายคนหนึ่งขว้างระเบิดเพลิงใส่บ้านพักของ Sam Altman ซีอีโอ OpenAI และถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า ส่วนสมาชิกสภาเมืองอินเดียนาโพลิส Ron Gibson ก็ถูกยิงใส่บ้านถึง 13 นัดหลังจากแสดงจุดยืนสนับสนุนโครงการ Data Center มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 18,000 ล้านบาท) รายงานจาก Soufan Center ระบุว่าวาทกรรมรุนแรงต่อต้าน AI ส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่ Data Center
ในด้านนโยบาย National Security Presidential Memorandum 7 (NSPM-7) ของประธานาธิบดีทรัมป์ สั่งการให้กระทรวงยุติธรรมมุ่งเป้าบุคคลที่มีอุดมการณ์ "ต่อต้านอเมริกา" "ต่อต้านคริสต์" หรือ "ต่อต้านทุนนิยม" ขณะที่ Sebastian Gorka ผู้รับผิดชอบด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ระบุชัดเจนว่าลัทธิสุดโต่งฝ่ายซ้ายคือเป้าหมายสูงสุด สภาพแวดล้อมเช่นนี้สร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการขยายขอบเขตการเฝ้าระวังอย่างมีนัยสำคัญ
นักวิชาการและองค์กรสิทธิฯ ตั้งคำถามถึงความชอบธรรม
Spencer Reynolds ที่ปรึกษาอาวุโสของ NAACP Legal Defense Fund แสดงความกังวลต่อความน่าเชื่อถือของเอกสารข่าวกรองเหล่านี้
"รายงานข่าวกรองเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของประเพณีอันยาวนานของหน่วยงานที่มองการประท้วงและการแสดงความเห็นอย่างแข็งขันว่าเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าของความรุนแรง"
Reynolds ยังชี้ว่า "รายงานกิจกรรมต้องสงสัย (suspicious activity reports) มีความน่าเชื่อถือต่ำมาก มักถูกจัดทำภายใต้มาตรฐานที่หลวม และเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ฉายภาพอคติของตนเองลงไปในรายงาน" ผู้เชี่ยวชาญหลายรายที่ถูกอ้างถึงในรายงานข่าวระบุว่า พฤติกรรมบางส่วนที่ถูกระบุว่า "น่าสงสัย" ในเอกสารนั้น แท้จริงแล้วอยู่ในขอบเขตของการประท้วงโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ
ความหมายของเรื่องนี้ต่อผู้ติดตามวงการเทคโนโลยี
สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำคือ เอกสารที่รั่วไหลออกมายังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเนื้อหาหรือแนวทางปฏิบัติจริงอาจแตกต่างจากที่รายงาน ณ ขณะนี้ควรรับข้อมูลนี้ในฐานะ "มีรายงานว่าหน่วยงานรัฐเริ่มจัดหมวดหมู่การต่อต้าน" มากกว่าการยืนยันนโยบายที่บังคับใช้แล้ว
กรณีที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือเมืองเล็กๆ ในรัฐ Missouri ที่สภาเมืองถูกถอดถอนหลังอนุมัติโครงการ Data Center มูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 216,000 ล้านบาท) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งเรื่อง Data Center กำลังกลายเป็นประเด็นการเมืองท้องถิ่นที่ร้อนแรงทั่วสหรัฐฯ
สำหรับผู้ติดตามอุตสาหกรรม AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สถานการณ์นี้บ่งชี้ว่าการขยายตัวของ Data Center ทั่วโลกกำลังเผชิญแรงต้านจากชุมชนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนและระยะเวลาของโครงการในระยะยาว แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อตลาดไทยยังมีจำกัด แต่แนวโน้มนี้อาจมีนัยต่อการวางแผนโครงสร้างพื้นฐาน AI ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยเช่นกัน
แหล่งที่มา
- Tom's Hardware — Leaks reveal US authorities concerned about the rise of 'anti-tech extremists' as AI data center issues become increasingly contentious
- Gizmodo — Some Locals Are Using AI to Protest Against Data Centers
- CNN Business — Why Utah residents are protesting a massive AI data center project backed by Kevin O'Leary
