ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 พฤษภาคม 2026 ข้อมูลสเปกเต็มรูปแบบของ vivo S60 ได้รั่วไหลออกมาผ่านทาง Weibo โดยจุดเด่นที่น่าจับตาคือการบรรจุแบตเตอรี่ขนาด 7,200mAh, กล้องเพอริสโคป 50MP และชิป Snapdragon 8s Gen 3 ไว้ในตัวเครื่องที่หนักเพียง 207 กรัม ซึ่งหากข้อมูลดังกล่าวถูกต้อง อาจถือเป็นการเปลี่ยนนิยามของสมาร์ทโฟนระดับกลาง-บนได้อย่างมีนัยสำคัญ

สเปกที่หลุดออกมา: แบตใหญ่ กล้องแกร่ง ตัวเบา

ตามรายงานจาก GSMArena ที่อ้างอิงข้อมูลจากนักรั่วข้อมูลบน Weibo สเปกหลักของ vivo S60 มีดังนี้

  • จอภาพ: 6.59 นิ้ว ความละเอียด 1260p แบบ Flat Screen
  • ชิปเซ็ต: Snapdragon 8s Gen 3
  • กล้องหลัก: 50MP
  • กล้องอัลตราไวด์: 8MP
  • กล้องเทเลโฟโต้: 50MP Periscope ซูม 3 เท่า (เซนเซอร์ Sony IMX882)
  • กล้องหน้า: 50MP
  • แบตเตอรี่: 7,200mAh รองรับชาร์จเร็ว 90W
  • ตัวเครื่อง: เฟรมโลหะ + กระจกด้านหลัง, กันน้ำ IP68/IP69
  • ขนาด: 157.52 × 74.33 × 7.92 มม. น้ำหนัก 207 กรัม
  • อื่นๆ: ลายนิ้วมืออัลตราโซนิกใต้จอ, ลำโพงสเตอริโอ, IR Blaster, มอเตอร์สั่น X-axis Linear

ความจุแบตเตอรี่ 7,200mAh ถือว่าสูงกว่าสมาร์ทโฟน Android ในระดับเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด และยังสามารถรักษาความบางของตัวเครื่องไว้ที่ 7.92 มม. ได้อีกด้วย ขณะที่การใส่กล้องเพอริสโคปมาในรุ่นที่ไม่ใช่เรือธงนั้น ถือเป็นสัญญาณว่า vivo ต้องการนำฟีเจอร์ระดับไฮเอนด์ลงมาสู่ตลาดกลางมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่ากล้องอัลตราไวด์ที่ความละเอียดเพียง 8MP นั้นดูไม่สมดุลเมื่อเทียบกับกล้องอีกสามตัวที่ล้วนเป็น 50MP ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ใช้งานหลายคนตั้งคำถามเช่นกัน

ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์กล้อง: OriginOS 6 พร้อม 4K Live Photo และ Starlight Live

นอกจากฮาร์ดแวร์ที่น่าสนใจแล้ว vivo ยังได้ทีเซอร์ฟีเจอร์ซอฟต์แวร์อย่างเป็นทางการไว้ล่วงหน้าด้วย โดย S60 จะทำงานบน OriginOS 6 ซึ่งมาพร้อม Android 16 และ Blue River Smooth Engine เพื่อเพิ่มความลื่นไหลในการใช้งาน

ในด้านการถ่ายภาพ มีการเพิ่มความสามารถในการบันทึก 4K Live Photo โดยตรง พร้อมระบบจัดการความร้อนและหน่วยความจำที่ปรับปรุงใหม่เพื่อลดปัญหาประสิทธิภาพตกระหว่างถ่ายวิดีโอ 4K นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Starlight Live ที่ตรวจจับแสงสว่างในฉากอัตโนมัติเพื่อเพิ่มบรรยากาศและคุณภาพของภาพถ่ายและวิดีโอ

แบตเตอรี่ขนาด 7,200mAh ที่ vivo เรียกว่า "Blue Ocean" นั้นรองรับการชาร์จเร็ว 90W ซึ่งช่วยให้การชาร์จเต็มทำได้รวดเร็วแม้จะมีความจุสูง และในงานเปิดตัว 29 พฤษภาคมนี้ vivo ยังมีแผนเปิดตัว Vivo TWS 5e หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ควบคู่กันด้วย

Vitality Edition และโมเดลกลอบอล V80 Elite

ข้อมูลที่หลุดออกมายังระบุถึงรุ่นพิเศษ Vitality Edition ที่จำหน่ายเฉพาะในจีน โดยมีความแตกต่างหลักดังนี้

  • ตัดกล้องเพอริสโคป 50MP ออก
  • เปลี่ยนชิปเป็น MediaTek Dimensity 7500
  • น้ำหนักลดลงเหลือ 199 กรัม

ส่วนตัวเลขจาก China Telecom ระบุว่าวันวางจำหน่ายในจีนคือ 3 มิถุนายน 2026 ซึ่งเร็วกว่าที่คาดไว้ โดยมีตัวเลือกสี Starry Sea, Midsummer Night และ Early Summer Green รวมถึงมีกล่องของขวัญ Limited Edition จากความร่วมมือกับ Tian Xiwei ด้วย

สำหรับตลาดโลก มีความเป็นไปได้ที่ vivo จะนำ S60 มาวางจำหน่ายในชื่อ V80 Elite เช่นเดียวกับที่ S50 ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น V70 Elite ในตลาดอินเดียและภูมิภาคอื่นๆ โดย V70 Elite 5G วางจำหน่ายในอินเดียที่ราคา ₹54,999 สำหรับรุ่น 8+256GB (ประมาณ 23,500 บาท หรือ $650) และ ₹59,999 สำหรับรุ่น 12+256GB (ประมาณ 25,500 บาท หรือ $710) อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงการคาดการณ์จากรูปแบบที่ผ่านมา ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจาก vivo

ความน่าเชื่อถือของข้อมูลและสิ่งที่ต้องรอดูในวันที่ 29 พ.ค.

ข้อมูลทั้งหมดนี้มาจากนักรั่วข้อมูลบน Weibo ซึ่ง GSMArena รายงานโดยใช้คำว่า "allegedly" (ตามที่อ้างว่า) อย่างชัดเจน แม้ว่าช่องทางดังกล่าวจะมีประวัติการทายสเปกได้ถูกต้องในหลายกรณีก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่ใช่การยืนยันจาก vivo โดยตรง สเปกจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้จนถึงวันเปิดตัว

ผลทดสอบ Geekbench ที่หลุดออกมาแสดงคะแนน Single-core 1,960 และ Multi-core 5,194 ซึ่งอยู่ในช่วงที่คาดหวังได้จาก Snapdragon 8s Gen 3

สำหรับผู้บริโภคในไทย ข้อมูลการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยยังไม่ได้รับการประกาศ แต่หาก vivo เดินหน้าตามรูปแบบเดิมด้วยการเปิดตัว V80 Elite ในภูมิภาค ราคาน่าจะอยู่ในช่วง 20,000–26,000 บาท ซึ่งจะทำให้ S60/V80 Elite กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากในตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลาง-บนของไทย โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการแบตเตอรี่อึดและกล้องเทเลโฟโต้ในราคาที่เข้าถึงได้ ควรติดตามการประกาศอย่างเป็นทางการหลังวันที่ 29 พฤษภาคมนี้

แหล่งที่มา