WhatsApp กำลังทดสอบฟีเจอร์ข้อความที่จะลบตัวเองโดยอัตโนมัติหลังจากผู้รับอ่านแล้ว โดยขณะนี้ขยายการทดสอบมายังผู้ใช้ iOS เบต้าแล้ว หลังจากที่เริ่มทดลองบน Android มาก่อนหน้านี้ ฟีเจอร์นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางเสริมความเป็นส่วนตัวที่ Meta กำลังผลักดันอย่างต่อเนื่องในปี 2026

ค้นพบใน iOS เบต้า 26.19.10.72 โดย WABetaInfo

ข้อมูลดังกล่าวถูกค้นพบโดย WABetaInfo ซึ่งเป็นแหล่งติดตามฟีเจอร์เบต้าของ WhatsApp อย่างใกล้ชิด โดยพบในแอป WhatsApp สำหรับ iOS เวอร์ชันเบต้า 26.19.10.72 ที่เผยแพร่ผ่านโปรแกรม TestFlight ของ Apple ก่อนที่ GSMArena จะนำไปรายงานต่อในวงกว้าง

ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ได้จากเมนู "Message timer" ภายใต้การตั้งค่า "Default message timer" จากนั้นเลือกตัวเลือก "After reading" (หลังจากอ่านแล้ว) อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้ยังจำกัดเฉพาะผู้ใช้เบต้าบางส่วนเท่านั้น ไม่ใช่ทุกคนที่เข้าร่วมโปรแกรมเบต้าจะเห็นตัวเลือกนี้

ตั้งเวลาลบได้ 3 ระดับ — นับจากวินาทีที่อ่าน

เมื่อเปิดใช้งาน ผู้ส่งสามารถเลือกระยะเวลาก่อนลบได้ 3 ตัวเลือก ได้แก่

  • 5 นาที หลังจากผู้รับอ่าน
  • 1 ชั่วโมง หลังจากผู้รับอ่าน
  • 2 ชั่วโมง หลังจากผู้รับอ่าน

การนับถอยหลังจะเริ่มต้นทันทีที่ผู้รับเปิดอ่านข้อความ และเมื่อครบกำหนดเวลา ข้อความจะถูกลบออกโดยอัตโนมัติ หากผู้รับไม่เปิดอ่านภายใน 24 ชั่วโมง ข้อความจะถูกลบออกจากอุปกรณ์ของผู้รับโดยอัตโนมัติเช่นกัน

สำหรับฝั่งผู้ส่ง กลไกการลบทำงานต่างออกไป กล่าวคือข้อความจะถูกลบออกจากอุปกรณ์ของผู้ส่งโดยนับจาก เวลาที่ส่ง ไม่ใช่เวลาที่ผู้รับอ่าน ตัวอย่างเช่น หากส่งข้อความเวลา 10:00 น. พร้อมตั้งค่า "หลังอ่าน 5 นาที" ข้อความจะหายไปจากอุปกรณ์ผู้ส่งเวลา 10:05 น. ไม่ว่าผู้รับจะอ่านหรือยังก็ตาม

ทั้งนี้ สื่อบางแห่ง เช่น Techlusive รายงานว่าตัวเลือกเวลาอาจเป็น 5 นาที, 1 ชั่วโมง และ 12 ชั่วโมง ซึ่งแตกต่างจากที่รายงานในแหล่งอื่น จึงเป็นไปได้ว่าตัวเลือกอาจแตกต่างกันตามกลุ่มผู้ทดสอบ

ทำไมฟีเจอร์นี้ถึงสำคัญ — แก้ปัญหาที่มีมานาน

ก่อนหน้านี้ WhatsApp มีฟีเจอร์ข้อความหายได้อยู่แล้ว แต่ตัวเลือกที่มีคือ 24 ชั่วโมง, 7 วัน และ 90 วัน ซึ่งนับจากเวลาที่ส่ง ปัญหาคือหากผู้รับยังไม่ได้อ่าน ข้อความอาจหายไปก่อนที่จะได้รับการอ่านเลย

ฟีเจอร์ "After reading" แก้ปัญหานี้โดยตรง เพราะการนับถอยหลังจะเริ่มต้นเมื่อผู้รับ อ่านจริง ทำให้เหมาะกับการส่งข้อมูลที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง เช่น รหัสผ่านชั่วคราว หมายเลขบัญชีธนาคาร หรือที่อยู่ที่ไม่ต้องการให้เก็บไว้ในประวัติการสนทนา

ส่วนหนึ่งของแผนเสริมความเป็นส่วนตัวของ Meta ในปี 2026

ฟีเจอร์นี้ไม่ได้ยืนอยู่โดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของชุดมาตรการความเป็นส่วนตัวที่ Meta ทยอยปล่อยออกมาในปีนี้ ได้แก่

  • Strict Account Settings — เปิดตัวในเดือนมกราคม 2026 ล็อกการตั้งค่าให้เข้มงวดที่สุด บล็อกไฟล์แนบและสื่อจากคนที่ไม่อยู่ในรายชื่อผู้ติดต่อ ออกแบบมาสำหรับนักข่าวและบุคคลสาธารณะที่มีความเสี่ยงสูง
  • Incognito Chat สำหรับ Meta AI — โหมดลับที่ลบข้อความทันทีเมื่อปิดหน้าต่างแชท
  • ฟีเจอร์ Username — ช่วยให้สนทนาได้โดยไม่ต้องเปิดเผยหมายเลขโทรศัพท์ พร้อมระบบ "username key" รหัส 4 หลักที่กำลังอยู่ระหว่างทดสอบ

กำหนดเปิดใช้งานทั่วไปยังไม่ชัดเจน

ตามรายงานของ WABetaInfo ยังไม่มีการประกาศกำหนดการเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการสำหรับทั้ง Android และ iOS โดยการขยายไปยัง iOS ถือเป็นขั้นตอนหนึ่งของการ rollout แบบค่อยเป็นค่อยไป และคาดว่าจะมีการขยายฐานผู้ทดสอบเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

สำหรับผู้ใช้ WhatsApp ในไทย ซึ่งมีจำนวนมากทั้งในกลุ่มส่วนตัวและธุรกิจ ฟีเจอร์นี้อาจเป็นประโยชน์อย่างมากในการส่งข้อมูลสำคัญที่ไม่ต้องการให้ตกค้างในแชท เช่น OTP, รหัสผ่าน Wi-Fi หรือข้อมูลทางการเงิน ผู้ที่สนใจทดลองใช้ก่อนสามารถสมัครเข้าร่วมโปรแกรม TestFlight เบต้าของ WhatsApp ได้ แต่ต้องรอให้ฟีเจอร์ถูก rollout มาถึงบัญชีของตนเองด้วย

แหล่งที่มา