Microsoft เริ่มทดสอบฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ Windows 11 ร้องขอมานานหลายปี นั่นคือการย้าย Taskbar ออกจากตำแหน่งด้านล่างได้อีกครั้ง โดย Build 26300.8493 สำหรับ Windows Insider ช่อง Experimental Channel เปิดให้วาง Taskbar ได้ทั้งด้านบน ล่าง ซ้าย และขวาของหน้าจอ ถือเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงเชิงสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่ Windows 11 เปิดตัว

ย้าย Taskbar ได้ทุกทิศ — ฟีเจอร์ที่หายไปนานกว่า 4 ปีกลับมาแล้ว

ตั้งแต่ Windows 11 เปิดตัวในปี 2021 Microsoft ล็อก Taskbar ไว้ที่ด้านล่างหน้าจอเพียงตำแหน่งเดียว ซึ่งเป็นการตัดฟีเจอร์ที่มีมาตั้งแต่ยุค Windows 95 ออกไปอย่างกะทันหัน ส่งผลให้ผู้ใช้จำนวนมากแสดงความไม่พอใจอย่างต่อเนื่อง

ใน Build 26300.8493 ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนตำแหน่ง Taskbar ได้ผ่านเส้นทาง การตั้งค่า > การปรับแต่งส่วนตัว > Taskbar > พฤติกรรมของ Taskbar โดยเลือกได้ระหว่างด้านล่าง ด้านบน ด้านซ้าย และด้านขวา

ฟีเจอร์ส่วนใหญ่ทำงานได้ครบถ้วนในทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็น Tooltip, Flyout, Animation รวมถึงการตั้งค่าอย่าง "Taskbar ขนาดเล็ก" และ "ไม่รวมปุ่ม Taskbar" อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดบางส่วนที่อยู่ระหว่างพัฒนา ได้แก่:

  • ยังไม่รองรับ: Touch Gesture, Search Box และ Ask Copilot ในตำแหน่งอื่นนอกจากด้านล่าง
  • ยังไม่รองรับ: การซ่อน Taskbar อัตโนมัติ และ Touch-Optimized Taskbar

ตามรายงานของ Windows Central โดย Zac Bowden ฟีเจอร์นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการภายในที่ชื่อว่า "Windows K2" ซึ่งมุ่งแก้ไขปัญหาหลักของ Windows 11 อย่างเป็นระบบ

Taskbar ขนาดเล็กและการปรับปรุง Widgets ในชุดเดียวกัน

Build นี้ไม่ได้มาพร้อมแค่การย้าย Taskbar เท่านั้น แต่ยังรวมการปรับปรุงด้านการแสดงผลและการใช้งานหน้าจออีกหลายรายการ ดังนี้:

ฟีเจอร์รายละเอียด
Taskbar ขนาดเล็กลดขนาดไอคอนและความสูงของ Taskbar เปิดใช้ได้ที่ พฤติกรรมของ Taskbar > แสดงปุ่ม Taskbar ขนาดเล็ก > "เสมอ"
สีของ Widgets Badgeเปลี่ยนจากสีแดงตายตัวเป็นสีที่ตรงกับ Accent Color ของ Windows เพื่อลดความรู้สึกเร่งด่วน
การปิดเสียง Widgetsระบบจะปรับการแสดง Badge โดยอัตโนมัติตามความถี่การใช้งานของผู้ใช้
Search Boxปรับให้ผลลัพธ์ไฟล์และแอปที่ตรงกับคำค้นหาแสดงเหนือผลลัพธ์จากเว็บ

Taskbar ขนาดเล็กเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้อุปกรณ์หน้าจอขนาดเล็กหรือผู้ที่ต้องการพื้นที่แสดงผลแนวตั้งเพิ่มขึ้น โดยองค์ประกอบหลักอย่าง Start, Search และ System Tray จะปรับขนาดตามสัดส่วนโดยอัตโนมัติ

Fluid Dictation และการปรับปรุงอื่นในชุด Build เดียวกัน

Build 26300.8493 ยังนำการปรับปรุงฟีเจอร์พิมพ์ด้วยเสียง Fluid Dictation มาด้วย โดยใช้โมเดลภาษาขนาดเล็ก (SLM) ที่ประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรง ทำให้การพิมพ์ด้วยเสียงผ่าน Windows Voice Access หรือ Win+H มีความแม่นยำและลื่นไหลมากขึ้น

ในชุดการอัปเดตวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 ยังมีการปรับปรุงเพิ่มเติม ได้แก่:

  • Precision Touchpad: เพิ่มการตั้งค่าความเร็วสกรอลล์/ซูม และ Auto-Scroll ที่ทำงานต่อเนื่องแม้ยกนิ้วออกจากแทร็กแพด
  • K-12 Education Upgrade: ผู้ใช้ในสภาพแวดล้อมการศึกษาสามารถอัปเกรดจาก Windows 11 Home เป็น Pro Education ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (เป็นการอัปเกรดทางเดียว)
  • Controlled Feature Rollout: ฟีเจอร์ใหม่จะทยอยเปิดให้ผู้ใช้ Insider แต่ละรายตามลำดับ ผู้ที่ต้องการเปิดใช้ก่อนสามารถทำได้ผ่านหน้า Feature Flags

Windows K2 — โครงการปฏิรูป Windows 11 ที่ใหญ่กว่าที่คิด

การกลับมาของฟีเจอร์ย้าย Taskbar ไม่ใช่การเพิ่มฟีเจอร์แบบสุ่ม แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการภายในที่ชื่อว่า Windows K2 ซึ่งเริ่มต้นในช่วงปลายปี 2025 โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ประสิทธิภาพ (Performance), ความเสถียร (Reliability) และความประณีต (Craft)

ภายใต้ K2 ฟีเจอร์ใหม่จะถูกปล่อยสู่สาธารณะก็ต่อเมื่อผ่านมาตรฐานคุณภาพภายในในระดับสูงเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแนวทางจาก "เร็วก่อน" มาเป็น "ดีก่อน" อย่างชัดเจน

ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่สุดในขณะนี้คือ Start Menu ที่สร้างใหม่ทั้งหมดด้วย WinUI 3 ซึ่งคาดว่าจะเร็วขึ้นถึง 60% และรองรับการปรับแต่งเพิ่มเติม Microsoft ตั้งเป้าให้ Windows 11 อยู่ในสภาพที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายในช่วงปลายปี 2026 ถึงต้นปี 2027

เมื่อไรผู้ใช้ทั่วไปจะได้ใช้งาน?

ปัจจุบัน Build 26300.8493 เปิดให้เฉพาะสมาชิก Windows Insider Program ช่อง Experimental Channel เท่านั้น ยังไม่มีการประกาศกำหนดการเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปอย่างเป็นทางการ

สำหรับผู้ใช้ในไทยที่สนใจทดลองใช้ฟีเจอร์นี้ก่อนใคร สามารถสมัครเข้าร่วม Windows Insider Program ได้ฟรีผ่านการตั้งค่า Windows Update แล้วเลือกช่อง Experimental Channel อย่างไรก็ตาม ควรระวังว่า Build ทดสอบเหล่านี้อาจมีความไม่เสถียร และไม่แนะนำให้ใช้กับเครื่องที่ใช้งานสำคัญในองค์กร โดยเฉพาะหากต้องการใช้ร่วมกับ Auto-Hide Taskbar หรือ Touch-Optimized Taskbar ซึ่งยังไม่รองรับในขณะนี้

แหล่งที่มา