ก่อนการเปิดฉาก WWDC 2026 ที่ Apple Park ในวันที่ 8 มิถุนายนตามเวลา Pacific สื่อสายแอปเปิลต่างประเทศพร้อมใจรายงานข่าวลือชุดใหญ่ที่ชี้ว่า Apple กำลังจะยกเครื่อง Siri ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2011 ภายใต้แท็กไลน์ "All Systems Glow" ที่หลายฝ่ายตีความว่าเป็นการใบ้ถึงดีไซน์ Siri แบบเรืองแสงโทนมืดรุ่นใหม่ โดยรายงานหลักมาจาก Mark Gurman แห่ง Bloomberg และพอดแคสต์ The MacRumors Show ตอนล่าสุด

Siri ยกเครื่องเป็นแชตบอตเต็มรูปแบบ พร้อมแอปเฉพาะและ UI "Search or Ask"

ไฮไลต์ที่ถูกจับตามากที่สุดคือการรีบิวด์ Siri ให้กลายเป็นแชตบอตเต็มรูปแบบเทียบชั้น ChatGPT, Claude และ Gemini ตามรายงานของ Gurman ระบุว่า Apple เตรียมเปิดตัวแอป Siri แยกต่างหาก ผนวกการทำงานกับ Dynamic Island และอินเทอร์เฟซค้นหาดีไซน์ใหม่โทนมืดเรืองแสงให้สอดคล้องกับแบรนดิ้งของงาน WWDC ปีนี้

แอป Siri ตัวใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อการสนทนาแบบสองทาง รองรับการป้อนเสียงในรูปแบบที่อ้างอิงดีไซน์จาก iMessage พร้อมแนบไฟล์ภาพและเอกสารได้ ผู้ใช้สามารถตั้งค่าการลบประวัติการสนทนาอัตโนมัติเป็น 3 ระดับคือ 30 วัน, 1 ปี หรือไม่ลบเลย

อีกของใหม่ที่น่าสนใจคือ UI ระดับระบบชื่อ "Search or Ask" ซึ่งเรียกใช้ได้โดยปัดลงจากกึ่งกลางด้านบนของหน้าจอ และจะมาแทนที่ Siri Suggestions รุ่นเดิมอย่างสมบูรณ์ ผู้ใช้สามารถเปิดแอป สร้างข้อความ ตั้งการแจ้งเตือน รันชอร์ตคัต และเรียกใช้ AI Web Search ที่ Apple พัฒนาเอง ซึ่ง Gurman ระบุว่า Apple วางตำแหน่งให้แข่งกับ Perplexity โดยตรง ผลลัพธ์จะแสดงเป็นการ์ดโปร่งแสงบน Dynamic Island และเมื่อปัดเพิ่มอีกครั้งจะเข้าสู่แอป Siri แบบเต็มรูปแบบ ส่วน Notification Center จะถูกย้ายไปเรียกด้วยการปัดลงจากมุมซ้ายบน ขณะที่ Control Center ยังคงอยู่มุมขวาบนเช่นเดิม

Siri ใหม่จะรองรับการตอบคำถามที่มีหลายส่วนต่อเนื่องกัน เก็บบริบทการสนทนา สรุปเอกสารที่อัปโหลด สร้างภาพ และดึงข้อมูลส่วนตัวข้ามแอปหลักอย่าง Mail, Messages, Photos, Notes, Contacts, Calendar และ Reminders ที่น่าจับตาคือ Gurman รายงานว่าโมเดล AI ของ Apple เองยังไม่ถึงระดับที่ต้องการ จึงเลือกใช้โมเดลที่ปรับแต่งจาก Gemini ของ Google เป็นแกนหลักของฟีเจอร์ AI ใหม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม Gurman ระบุว่า Personalized Siri ในบิลด์ภายในยังถูกแปะป้าย "Beta" และมีความเป็นไปได้สูงที่จะยังคงสถานะ Beta ตอนปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วไป

"Extensions" เปิดทาง AI ภายนอกเป็นค่าเริ่มต้น และเฟรมเวิร์ก Core AI ใหม่

iOS 27 จะมาพร้อมฟีเจอร์ "Extensions" ที่อนุญาตให้ผู้ใช้เลือกบริการ AI ภายนอกมาขับเคลื่อน Siri ได้ โดยจะมีหมวดเฉพาะใน App Store สำหรับให้ตั้ง ChatGPT, Gemini หรือ Claude เป็นค่าเริ่มต้นของ Writing Tools และ Image Playground การตอบกลับจาก AI ภายนอกจะใช้โทนเสียงต่างจาก Siri เพื่อให้ผู้ใช้แยกแยะได้

ฝั่งนักพัฒนาก็มีของใหม่ที่ตามรายงานคือกำลังมีการหารือเรื่องการเชื่อมต่อ Agent ในระดับลึกขึ้น พร้อมกับข่าวลือเรื่องเฟรมเวิร์กใหม่ชื่อ "Core AI" ที่จะมาแทน Core ML เดิม

ลูกเล่นใหม่ในแอป Photos: Extend, Reframe, Enhance

แอปกล้องและ Photos ก็อยู่ในรายการของการรีเฟรชครั้งใหญ่ Visual Intelligence จะแยกออกจากปุ่ม Camera Control และย้ายไปอยู่ใน "Siri Mode" เฉพาะภายในแอปกล้อง อินเทอร์เฟซจะปรับแต่งผ่าน Widget Tray ได้เต็มที่ ผู้ใช้สามารถจัดเรียงปุ่มแฟลช, การชดเชยแสง, ไทเมอร์ และระยะชัดได้ตามต้องการ Visual Intelligence ยังเพิ่มความสามารถสแกนฉลากโภชนาการเพื่อส่งเข้าแอป Health และอ่านข้อมูลจากนามบัตรเข้า Contacts

ในส่วนแอป Photos นอกจาก "Clean Up" เดิมแล้วยังจะมีเครื่องมือแก้ภาพด้วย AI เพิ่มอีก 3 ตัว ได้แก่

  • Extend สร้างเนื้อหานอกกรอบภาพเพื่อขยายเฟรม
  • Reframe ปรับมุมมองของภาพแบบ Spatial
  • Enhance ปรับสีและความสว่างอัตโนมัติ

Writing Tools จะได้ตัวตรวจไวยากรณ์ที่เลือกรับหรือปฏิเสธคำแนะนำเป็นรายข้อ ส่วน Auto-correct ของคีย์บอร์ดจะเสนอคำทดแทนสไตล์ Grammarly ขณะที่ Image Playground จะยกเครื่องดีไซน์ให้เรียบง่ายขึ้นพร้อมโมเดลใหม่ที่สร้างภาพสมจริงกว่าเดิม Genmoji ก็จะเปลี่ยนไปใช้โมเดลที่กินแบตเตอรี่น้อยลงและคุณภาพดีขึ้น พร้อมฟีเจอร์ "Suggested Genmoji" ที่แนะนำจากภาพและข้อความของผู้ใช้ และยังมีฟีเจอร์สร้าง Wallpaper ด้วย AI ใน Wallpaper Picker ด้วย

Wallet ได้ฟีเจอร์ "Create a Pass" สำหรับแปลงตั๋วและบัตรสมาชิกแบบกระดาษเป็นดิจิทัล ส่วน Apple Cash เพิ่มฟีเจอร์หารบิลด้วยการถ่ายภาพใบเสร็จและเลือกจัดสรรรายการให้แต่ละคน แล้วส่งเรียกเก็บผ่าน Wallet หรือ Messages ได้ ส่วน Shortcuts จะมีอินเทอร์เฟซที่สร้าง Automation จากคำสั่งภาษาธรรมชาติได้

ดีล Gemini มูลค่าพันล้านดอลลาร์ และแผนทยอยปล่อย 2 เฟส

โครงร่างของโมเดลที่อยู่เบื้องหลัง Siri ใหม่ปรากฏชัดขึ้นจากตัวเลขทางการเงิน Apple และ Google ประกาศข้อตกลงระยะหลายปีเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2026 โดย Apple จะจ่ายราว 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 36,000 ล้านบาท) เพื่อใช้เทคโนโลยี Gemini และโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์

รายการรายละเอียด
ประกาศดีล12 มกราคม 2026
ค่าใช้จ่ายต่อปีราว US$1 พันล้าน (ประมาณ 36,000 ล้านบาท)
ขนาดโมเดลปรับแต่งประมาณ 1.2 ล้านล้านพารามิเตอร์
เทียบของเดิมใหญ่กว่ารุ่นเดิมที่ราว 3 พันล้านพารามิเตอร์ราว 400 เท่า

ขนาดประมาณ 1.2 ล้านล้านพารามิเตอร์ใหญ่กว่าโมเดลฝั่ง Apple เดิมราว 400 เท่า สะท้อนว่า Apple เปลี่ยนแนวทางจากการเน้นประมวลผลบนอุปกรณ์มาเป็นการพึ่งคลาวด์เป็นหลัก แผนการเปิดให้ใช้งานจะแบ่งเป็น 2 เฟส โดยเฟสแรกมาพร้อม iOS 26.4 ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ 2026 ส่วน Full Conversational AI ตัวเต็มจะตามมาใน iOS 27 ราวเดือนกันยายน 2026

ฮาร์ดแวร์ซบเซา Vision Pro 2 เลื่อนยาวไปปี 2028

WWDC 2026 จะเป็นปีที่บางในแง่ของฮาร์ดแวร์ใหม่ Vision Pro 2 ถูกรายงานว่าเลื่อนออกไปจนถึง "ราวปี 2028" โดย Apple ได้อัปเดต Vision Pro รุ่นกลางทางที่ใช้ชิป M5 พร้อม Dual Knit Band ไปแล้วเมื่อเดือนตุลาคม 2025 และจะใช้รุ่นนี้เป็นตัวหลักไปอีกระยะ

ฝั่งระบบปฏิบัติการก็มีการขีดเส้นเครื่องที่รองรับชัดเจน

  • macOS 27 ตัด Intel Mac ออก รองรับเฉพาะ Apple Silicon ตั้งแต่ M1 ขึ้นไปเท่านั้น
  • Tab Auto-Grouping ใน Safari เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ขยายไปยัง iOS 27 และ iPadOS 27 ด้วย
  • Vision Pro รุ่นปัจจุบัน ที่ใช้ M5 + Dual Knit Band จะเป็นรุ่นหลักจนถึงราวปี 2028

macOS 27 จะเป็นจุดสิ้นสุดอย่างเป็นทางการของการรองรับ Intel Mac ซึ่งถือเป็นหมุดหมายที่ปิดฉากการอพยพมาสู่ Apple Silicon ครบถ้วน

สำหรับผู้ใช้ในไทยที่ยังถือ MacBook หรือ iMac รุ่น Intel อยู่ ข่าวนี้ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าควรเริ่มวางแผนเปลี่ยนเครื่องในรอบ 1-2 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะกลุ่มสายงานครีเอเตอร์และนักพัฒนาที่ต้องพึ่งอัปเดต OS รุ่นใหม่ ส่วนผู้ที่สนใจ Vision Pro การรอ Vision Pro 2 จะเป็นการรอที่ยาวนานเกือบ 2 ปี ทำให้รุ่นปัจจุบันที่ Studio7 และ iStudio ในไทยจำหน่ายอยู่ยังคงเป็นตัวเลือกหลักของผู้ที่อยากเข้าสู่ Spatial Computing

อะไรที่ผู้ใช้ในไทยควรจับตา

ข้อมูลการรองรับภาษาไทยและกำหนดเปิดให้ใช้งาน Siri โฉมใหม่ในประเทศไทยยังไม่ได้รับการประกาศ ซึ่งโดยปกติ Apple มักทยอยเปิดฟีเจอร์ AI ตามภาษาเป็นเฟส ผู้ใช้ในไทยอาจต้องรอหลังเปิดตัวในภาษาอังกฤษไประยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ระบบทั่วไปอย่าง UI "Search or Ask", Photos Extend/Reframe/Enhance และ Shortcuts แบบภาษาธรรมชาติน่าจะใช้ได้ทันทีเมื่อ iOS 27 พร้อมให้ดาวน์โหลดในเดือนกันยายน 2026 สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือการแถลงบนเวที Keynote ในคืนวันที่ 8 มิถุนายนเวลาประมาณเที่ยงคืนตามเวลาประเทศไทย ว่าการลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปีกับ Google จะออกมาเป็นประสบการณ์จริงได้ในระดับใด

แหล่งที่มา