YouTube ประกาศฟีเจอร์ใหม่ "Buy with Google Pay" ที่เปลี่ยนหน้าจอทีวีให้กลายเป็นช่องทางซื้อสินค้าโดยตรง ผู้ชมสามารถกดซื้อสินค้าจากโฆษณาได้ทันทีด้วยรีโมตคอนโทรล โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ตโฟนหรือสแกน QR Code อีกต่อไป ถือเป็นก้าวสำคัญของ YouTube ในการผนวก e-Commerce เข้ากับประสบการณ์ชมทีวีแบบ Connected TV (CTV)

"Buy with Google Pay" คืออะไร และทำงานอย่างไร

ตามรายงานของ Android Authority ฟีเจอร์ "Buy with Google Pay" ช่วยให้ผู้ใช้ที่รับชม YouTube บนทีวีแบบ Connected TV สามารถซื้อสินค้าจากโฆษณาที่ปรากฏบนหน้าจอได้โดยตรง ผ่านการกดรีโมตเพียง "2 คลิก" (two click — เป็นคำที่ YouTube ใช้ในเชิงการตลาด) โดยระบบจะดำเนินการชำระเงินผ่าน Google Pay ที่ผูกไว้กับบัญชี Google ของผู้ใช้

ก่อนหน้านี้ YouTube มีโฆษณาแบบ Shoppable บนทีวีอยู่แล้ว แต่ขั้นตอนการซื้อยังต้องอาศัยการสแกน QR Code เพื่อโอนไปยังสมาร์ตโฟน ฟีเจอร์ใหม่นี้ตัดขั้นตอนดังกล่าวออก ทำให้วงจรตั้งแต่ "ดูโฆษณา" ไปจนถึง "ชำระเงิน" เกิดขึ้นบนหน้าจอทีวีเครื่องเดียวได้เลย

ทั้งนี้ ในเดือนมกราคม 2026 YouTube ได้เปิดให้ใช้งาน Shoppable CTV อย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งแสดงฟีดสินค้าแบบ Interactive ข้างหน้าจอระหว่างรับชม ฟีเจอร์ "Buy with Google Pay" จึงเป็นการต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานที่วางไว้แล้ว

ตัวเลขที่บอกว่าทำไม YouTube ถึงเดิมพันกับทีวี

การเปิดตัวฟีเจอร์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากข้อมูลเชิงธุรกิจที่ชัดเจน

ตัวชี้วัดตัวเลข
สัดส่วนเวลาชม YouTube บนหน้าจอทีวีในสหรัฐฯ60% ของเวลาชมทั้งหมด
รายได้โฆษณา YouTube ไตรมาส 1/20269,880 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 355,680 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 10.7% จากปีก่อน
คาดการณ์รายได้โฆษณา CTV ของ YouTube ในสหรัฐฯ ปี 2027มากกว่า 14,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 504,000 ล้านบาท) — ข้อมูลจาก eMarketer

ไตรมาสที่ 4 ปี 2025 Connected TV แซงหน้าโมบายล์ขึ้นเป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ชม YouTube มากที่สุดในสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก และ Nielsen ยังจัดให้ YouTube เป็นบริการสตรีมมิงที่มียอดชมสูงสุดในสหรัฐฯ อีกด้วย

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า YouTube กำลังแข่งขันโดยตรงกับโทรทัศน์แบบดั้งเดิม (Linear TV) เพื่อดึงงบโฆษณาจากแบรนด์ขนาดใหญ่ และการมีระบบชำระเงินในตัวจะช่วยพิสูจน์ ROI ให้กับผู้ลงโฆษณาได้ชัดเจนกว่าเดิม

Brandcast 2026: ไม่ใช่แค่ Google Pay แต่มี AI และ Retail Data ด้วย

"Buy with Google Pay" เป็นส่วนหนึ่งของชุดประกาศในงาน Brandcast 2026 ซึ่ง YouTube เปิดตัวเครื่องมือโฆษณาหลายรายการพร้อมกัน ได้แก่

  • AI Sponsorship Matching — จับคู่แบรนด์กับครีเอเตอร์ที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ
  • Affiliate Tools สำหรับครีเอเตอร์ — ขยายระบบ Affiliate ให้ครอบคลุมมากขึ้น
  • เครื่องมือสร้างวิดีโอโฆษณาด้วย AI — ใช้โมเดล Gemini, Veo และ Nano Banana ของ Google
  • Commerce Media Suite — Costco และ Dollar General เข้าร่วมโปรแกรม ทำให้ผู้ลงโฆษณาสามารถใช้ First-Party Data ของร้านค้าปลีกเพื่อ Targeting ผ่าน Display & Video 360 ได้

ภาพรวมคือ YouTube กำลังสร้างระบบนิเวศที่ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างโฆษณา การจับคู่กลุ่มเป้าหมาย ไปจนถึงการปิดการขายบนหน้าจอทีวีในขั้นตอนเดียว

ข้อกังวล: ความสะดวกที่อาจนำไปสู่การซื้อโดยไม่ตั้งใจ

แม้ฟีเจอร์นี้จะช่วยลดแรงเสียดทานในการซื้อสินค้า แต่ก็มีข้อกังวลที่ควรพิจารณา

ประการแรกคือความเสี่ยงของการ ซื้อโดยไม่ได้ตั้งใจ (Impulse Buying) เมื่อขั้นตอนการซื้อลดลงเหลือเพียง 2 คลิก โอกาสที่ผู้ชมจะตัดสินใจซื้อโดยไม่ได้ไตร่ตรองก็สูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในครัวเรือนที่มีเด็กหรือใช้ทีวีร่วมกันหลายคน

ประการที่สองคือ ประสบการณ์ชมที่เปลี่ยนไป เมื่อโฆษณาบนทีวีมีฟังก์ชันซื้อสินค้าในตัว เส้นแบ่งระหว่างคอนเทนต์และการค้าขายจะเลือนลางลงเรื่อยๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อความรู้สึกของผู้ชมในระยะยาว

สำหรับผู้ที่ใช้ Google Pay อยู่แล้ว แนะนำให้ตรวจสอบการตั้งค่า PIN หรือการยืนยันตัวตนก่อนชำระเงินในแอป Google Pay เพื่อป้องกันการซื้อโดยไม่ตั้งใจ

สถานการณ์ในไทย: ยังไม่มีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ข้อมูลการวางจำหน่ายในไทยยังไม่ได้รับการประกาศ YouTube และ Google ยังไม่ได้เปิดเผยกำหนดเวลาหรือรายชื่อประเทศที่จะได้รับฟีเจอร์นี้ในระยะแรก

อย่างไรก็ตาม Google Pay มีให้บริการในไทยแล้ว และ Connected TV มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ Android TV และ Smart TV ยี่ห้อต่างๆ ที่ติดตั้งแอป YouTube ไว้ในตัว หากฟีเจอร์นี้ขยายมาถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ใช้ในไทยที่ผูก Google Pay ไว้กับบัตรเครดิต/เดบิตหรือ TrueMoney Wallet อาจได้รับประสบการณ์นี้ด้วยเช่นกัน

สิ่งที่ผู้ใช้ในไทยทำได้ตอนนี้คือตรวจสอบว่าบัญชี Google ที่ล็อกอินบนทีวีและข้อมูลใน Google Pay เป็นปัจจุบัน รวมถึงพิจารณาเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนก่อนชำระเงินเพื่อความปลอดภัย

แหล่งที่มา