หลายคนเริ่มรู้สึกว่าวิดีโอที่ YouTube แนะนำในปี 2026 นั้น "ไม่ตรงใจ" เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอซ้ำๆ ที่เคยดูไปแล้ว หรือเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องกับความสนใจแม้แต่น้อย Andy Walker นักข่าวจาก Android Authority ได้เผยแพร่ 5 วิธีที่เขาใช้จริงมาหลายปีเพื่อปรับฟีดให้กลับมาแม่นยำ พร้อมบริบทสำคัญว่าทำไมอัลกอริทึมของ YouTube ถึงเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในช่วงต้นปีนี้
ผลสำรวจชี้: ผู้ใช้กว่า 36% ไม่พอใจคำแนะนำของ YouTube
จากการสำรวจผู้อ่านที่แนบมากับบทความของ Walker โดยมีผู้ร่วมโหวต 96 คน ผลออกมาดังนี้
| ระดับความพึงพอใจ | สัดส่วน |
|---|---|
| Excellent (ตรงใจเสมอ) | 4% |
| Good (ค่อนข้างตรง) | 17% |
| Fair (บางครั้งตรง บางครั้งไม่ตรง) | 44% |
| Poor (ไม่ค่อยตรง) | 21% |
| Terrible (ไม่ตรงเลย) | 15% |
กลุ่มที่ให้คะแนนเชิงลบ (Poor + Terrible) รวมกันอยู่ที่ราว 36% ขณะที่กลุ่มที่พึงพอใจ (Excellent + Good) มีเพียง 21% เท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าความไม่พอใจต่อระบบแนะนำวิดีโอของ YouTube เป็นเรื่องที่ผู้ใช้จำนวนมากกำลังเผชิญอยู่จริง
5 วิธีปรับพฤติกรรมการดูให้ฟีดแม่นยำขึ้น
Walker ระบุว่าบัญชีหลักของเขายังทำงานได้ดีอยู่ และสาเหตุมาจากการปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ
1. รักษาบัญชีหลักให้ "บริสุทธิ์" เนื่องจากอัลกอริทึมอาศัยประวัติการดู การค้นหา และช่องที่ติดตามเป็นสัญญาณหลัก ช่องที่ยังไม่แน่ใจว่าชอบหรือไม่ควรทดลองดูผ่าน Incognito Mode หรือบัญชีสำรองก่อน แล้วค่อยตัดสินใจติดตาม
2. ใช้แถบค้นหาเป็น "สัญญาณความสนใจ" หัวข้อที่สนใจจริงๆ ควรค้นหาอย่างจริงจัง Walker ยกตัวอย่างว่าเขาสนใจการทำสวนบนระเบียง จึงค้นหาคำอย่าง "gardening tips" หรือ "balcony gardening strategies" เป็นประจำ แต่หัวข้อที่แค่อยากรู้เผินๆ ไม่ควรค้นหาผ่านบัญชีหลัก เพราะจะส่งสัญญาณผิดให้อัลกอริทึม
3. แยกการดูที่ "ไม่อยากให้กระทบฟีด" ออกไป วิดีโอที่เพื่อนส่งมา มิวสิกวิดีโอที่ดูแค่ครั้งเดียว หรือเนื้อหาที่ไม่ใช่ความสนใจหลัก ควรดูผ่าน Incognito Mode บัญชีสำรอง หรือแอปพลิเคชันของบุคคลที่สาม เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลเหล่านั้นปนเปื้อนฟีดหลัก
4. ทบทวนช่องที่ติดตามเป็นประจำ ทุกสองสามเดือน ควรตรวจสอบรายชื่อช่องที่ติดตามและยกเลิกติดตามช่องที่ไม่ได้ดูแล้ว ส่วนช่องที่ยังอยากติดตามแต่ไม่ได้ดูนานๆ ให้ลองเปิดดูสัก 1-2 วิดีโอเพื่อ "เรียกคืน" ช่องนั้นกลับมาในฟีด
5. กด "ถูกใจ" มากกว่ากด "ไม่สนใจ" Walker มองว่าการกดถูกใจวิดีโอที่ชอบส่งผลต่ออัลกอริทึมได้มากกว่าการกด "ไม่สนใจ" บนวิดีโอที่ไม่ชอบ อย่างไรก็ตาม เขาระบุชัดว่านี่เป็น "ความเห็นจากประสบการณ์ส่วนตัว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ผ่านการพิสูจน์" สำหรับช่องที่มีเนื้อหาสร้างโดย AI จำนวนมาก เขาแนะนำให้ใช้ฟังก์ชัน Report แทน
เมื่อฟีดพังหนัก: ลบประวัติการดูทิ้งทั้งหมด
หากทั้ง 5 วิธีข้างต้นยังไม่เพียงพอ Walker แนะนำให้ลบประวัติการดูทั้งหมดออกเพื่อเริ่มต้นใหม่ และหากต้องการรีเซ็ตอย่างจริงจัง ให้ยกเลิกติดตามช่องทีละช่องด้วย แม้จะใช้เวลา แต่ถือเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดสำหรับบัญชีที่ "เสียหาย" หนัก
อัลกอริทึม YouTube เปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 10 ปี
ความรู้สึกที่ว่าฟีดเปลี่ยนไปนั้นไม่ได้เกิดจากจินตนาการ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2026 Google ได้ปรับเปลี่ยนระบบแนะนำวิดีโอของ YouTube ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2012 โดยนำ Gemini เข้ามาเป็นแกนกลางของสถาปัตยกรรมการแนะนำวิดีโอโดยตรง ซึ่งหมายความว่าวิธีที่ระบบประเมินและจัดอันดับเนื้อหาถูกสร้างใหม่ตั้งแต่ต้น
ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 YouTube ยืนยันว่าระบบใหม่ให้น้ำหนักกับ "สัญญาณความพึงพอใจ" มากกว่าเวลาในการรับชมแบบดิบ โดยสัญญาณเหล่านี้ได้แก่ การกดถูกใจ การแชร์ การบันทึก การคลิกดูวิดีโอถัดไปในช่องเดียวกัน การตอบแบบสอบถามความพึงพอใจ และพฤติกรรมหลังการรับชม
ที่น่าจับตาคือ ในเดือนพฤศจิกายน 2025 Google ได้ทดสอบฟีเจอร์ "Your Custom Feed" ที่เปิดให้ผู้ใช้บางกลุ่มปรับแต่งฟีดหน้าแรกด้วยการพิมพ์คำสั่ง (prompt) ซึ่งหากเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการในวงกว้าง จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ให้ผู้ใช้ควบคุมฟีดได้โดยตรงมากขึ้น
ปัญหา AI Slop และการกวาดล้างเนื้อหาขยะ
ส่วนหนึ่งที่ทำให้ฟีดรู้สึกแย่ลงมาจากการแพร่ระบาดของเนื้อหาที่สร้างโดย AI จำนวนมาก YouTube ได้ลบช่อง AI Slop หลัก 16 ช่อง ซึ่งมียอดรับชมรวม 4,700 ล้านครั้ง ผู้ติดตามรวม 35 ล้านคน และรายได้โฆษณาโดยประมาณราว 9.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 353 ล้านบาท)
| ตัวชี้วัด | ค่า |
|---|---|
| สัดส่วน AI Slop ใน Shorts สำหรับบัญชีใหม่ | 21% |
| ผู้ติดตามรวมของ 16 ช่องที่ถูกลบ | 35 ล้านคน |
| รายได้โฆษณาโดยประมาณ (ต่อปี) | ~$9.8 ล้าน (ประมาณ 353 ล้านบาท) |
YouTube ยังปรับนโยบายโดยเปลี่ยนคำนิยามเนื้อหาต้องห้ามจาก "repetitious" (ซ้ำซาก) เป็น "inauthentic" (ไม่แท้จริง) ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาที่ผลิตจำนวนมากโดยไม่มีความคิดสร้างสรรค์จากมนุษย์ ทั้งนี้ AI ไม่ได้ถูกห้ามใช้โดยสิ้นเชิง แต่เนื้อหาที่ผลิตแบบอัตโนมัติในปริมาณมากโดยไม่มีคุณค่าเพิ่มเติมจะถูกจัดการ
สำหรับผู้ใช้ YouTube ในไทย ทั้ง 5 วิธีที่ Walker แนะนำนั้นใช้ได้กับทุกบัญชีทั่วโลกโดยไม่มีข้อจำกัดด้านภูมิภาค การเริ่มต้นจากวิธีที่ง่ายที่สุดอย่างการกดถูกใจวิดีโอที่ชอบให้บ่อยขึ้น หรือย้ายการดูวิดีโอที่ไม่เกี่ยวกับความสนใจหลักไปยัง Incognito Mode อาจเห็นผลได้ภายในไม่กี่สัปดาห์
