รายงานจาก WIRED ซึ่งอ้างอิงเอกสารภายในกว่า 1,000 หน้าที่ได้มาจาก DHS, FBI และ Fusion Center ทั่วสหรัฐฯ เปิดเผยว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในสหรัฐฯ อาจกำลังจัดประเภทกิจกรรมต่อต้าน AI และ Data Center ว่าเป็น "การก่อการร้ายทางเทคโนโลยี" (anti-tech violent extremism) — รวมถึงพฤติกรรมที่ดูเหมือนธรรมดาอย่างการถ่ายภาพสถานที่ก่อสร้าง Android Authority รายงานเรื่องนี้เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2026
เอกสารลับ 1,000 หน้า: ถ่ายรูปก็อาจเข้าข่าย "กิจกรรมน่าสงสัย"
หัวใจของรายงานนี้มาจากการสืบสวนของ WIRED ซึ่งได้รับเอกสารที่ไม่เคยเผยแพร่ต่อสาธารณะจำนวนมากกว่า 1,000 หน้า โดยเอกสารจาก Northern Virginia Regional Intelligence Center ระบุตัวชี้วัด "กิจกรรมน่าสงสัย" ไว้อย่างกว้างๆ ดังนี้
- การแสดงออกหรือบอกเป็นนัยถึงการคุกคาม
- การสังเกตการณ์หรือเฝ้าดู
- การถ่ายภาพ
- การทดสอบหรือสำรวจระบบรักษาความปลอดภัย
ที่น่าจับตาคือคำว่า "anti-tech violent extremism" เป็นคำศัพท์ที่แทบไม่เคยปรากฏในเอกสารสาธารณะของ DHS หรือ FBI มาก่อน ซึ่งบ่งชี้ว่านี่คือการจัดหมวดหมู่ใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
Spencer Reynolds จาก NAACP Legal Defense Fund แสดงความกังวลว่านิยามที่คลุมเครือเช่นนี้อาจดึงผู้ประท้วงโดยสงบเข้าสู่กระบวนการเฝ้าระวังโดยไม่ตั้งใจ
กระแสต้าน Data Center พุ่งสูง — ปฏิเสธแล้วกว่า 70 โครงการในปี 2026
บริบทที่ทำให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหันมาให้ความสนใจเรื่องนี้คือการขยายตัวอย่างรวดเร็วของขบวนการต่อต้าน Data Center ทั่วโลก ตามรายงาน ตัวเลขที่น่าสนใจมีดังนี้
| ตัวชี้วัด | ข้อมูล |
|---|---|
| โครงการ Data Center ที่ถูกปฏิเสธหรือจำกัด (ม.ค.–เม.ย. 2026) | มากกว่า 70 โครงการ (เกินกว่าตลอดปี 2025) |
| ผลสำรวจ Gallup | ผู้ใหญ่กว่า 2 ใน 3 คัดค้านการก่อสร้าง Data Center |
| ประเทศที่มีการเคลื่อนไหวคล้ายกัน | มาเลเซีย, สเปน (อารากอน), ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, ชิลี, เนเธอร์แลนด์ |
เพียงสี่เดือนแรกของปี 2026 มีโครงการถูกปฏิเสธหรือถูกจำกัดมากกว่าทั้งปี 2025 รวมกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแรงกดดันจากสาธารณชนต่ออุตสาหกรรม AI กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขอบเขตของการเฝ้าระวัง: ยังไม่ใช่การจับกุม แต่เป็นการ "จับตา"
สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือรายงานนี้พูดถึง "watchlist" หรือบัญชีเฝ้าระวัง ไม่ใช่การจับกุมโดยตรง หัวข้อข่าวของ Android Authority ใช้คำว่า "might land you on a watchlist" ซึ่งเป็นการบอกถึงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน
ประเด็นที่นักวิจารณ์หยิบยกขึ้นมาคือ เส้นแบ่งระหว่าง "การประท้วงโดยสงบ" กับ "กิจกรรมสุดขีด" ในเอกสารเหล่านี้ยังไม่ชัดเจน การถ่ายภาพ Data Center เพื่อรายงานข่าว การสำรวจพื้นที่เพื่อยื่นคัดค้านโครงการ หรือแม้แต่การโพสต์ภาพในโซเชียลมีเดีย ล้วนอาจตีความได้ว่าเข้าข่ายตัวชี้วัดที่ระบุไว้ในเอกสาร
ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก DHS หรือ FBI เกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว และรายงานนี้อยู่ในขั้นตอนที่ต้องรอการตรวจสอบเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ
ความหมายสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไทย
แม้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสหรัฐฯ แต่ประเด็นนี้มีนัยสำคัญต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย มาเลเซียซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกกล่าวถึงในรายงาน กำลังเผชิญกับการต่อต้าน Data Center จากชุมชนท้องถิ่นเช่นกัน
สำหรับไทย การลงทุนด้าน Data Center ในประเทศกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากผู้ให้บริการระดับโลกและในประเทศ ขณะที่การถกเถียงเรื่องผลกระทบด้านพลังงาน น้ำ และสิ่งแวดล้อมจาก Data Center เริ่มปรากฏในพื้นที่สาธารณะมากขึ้น
รายงานจากสหรัฐฯ ชิ้นนี้จึงเป็นสัญญาณที่ควรติดตาม โดยเฉพาะในแง่ของว่าการแสดงออกทางการเมืองเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน AI จะถูกมองอย่างไรในอนาคต ทั้งในระดับสากลและในประเทศ
