Apple ประกาศแผนเปิด "Apple Developer Center" แห่งแรกของภูมิภาคยุโรปที่กรุง Berlin ประเทศเยอรมนี ภายในปี 2026 โดยจะตั้งอยู่ในย่าน Mitte ซึ่งเป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศ startup ในเมืองหลวงเยอรมัน นับเป็นศูนย์พัฒนาแห่งที่ 5 ของโลก ต่อจาก Cupertino, Bengaluru, Shanghai และ Singapore

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นในวันที่ 3 มิถุนายน 2026 ก่อนหน้างาน WWDC 2026 ที่จะเริ่มในวันที่ 8 มิถุนายนเพียงไม่กี่วัน สะท้อนกลยุทธ์ของ Apple ที่ต้องการขยายฐานสนับสนุนนักพัฒนาในยุโรป ซึ่งมีผู้ใช้ App Store เฉลี่ยมากกว่า 150 ล้านรายต่อสัปดาห์ในปี 2025

ศูนย์พัฒนาถาวรแห่งแรกในยุโรป ตั้งอยู่ใจกลางย่าน startup ของ Berlin

Apple Developer Center แห่งใหม่ที่ Berlin จะเป็นศูนย์พัฒนาแบบถาวรแห่งแรกในยุโรป โดยมีรูปแบบการให้บริการสอดคล้องกับศูนย์อีก 4 แห่งที่เปิดดำเนินการอยู่แล้ว ได้แก่ session แบบพบหน้า, workshop, การนัดหมายแบบ 1-on-1 พร้อมพื้นที่ปรึกษาและ lab เฉพาะทางที่มีผู้เชี่ยวชาญจาก Apple ประจำการ

สิ่งที่น่าจับตาคือศูนย์แห่งนี้จะรองรับหลายภาษา ไม่ได้จำกัดเฉพาะภาษาเยอรมัน เพื่อให้นักพัฒนาจากประเทศต่าง ๆ ทั่วยุโรปสามารถใช้บริการได้ ตามรายงานของ Apple ระบุว่าทำเลย่าน Mitte ถูกเลือกเพราะเป็นศูนย์กลางของ "ระบบนิเวศธุรกิจและ startup ที่กำลังเติบโต"

ศูนย์พัฒนาภูมิภาค
Cupertinoอเมริกาเหนือ (สำนักงานใหญ่)
Bengaluruอินเดีย
Shanghaiจีน
Singaporeเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Berlin (ใหม่)ยุโรป

ครอบคลุม visionOS ตอกย้ำการลงทุนใน Spatial Computing

ศูนย์ที่ Berlin จะจัดกิจกรรมครอบคลุมการพัฒนาบน iOS, iPadOS, macOS, tvOS, visionOS และ watchOS อย่างสม่ำเสมอ โดยเปิดรับทีมพัฒนาทุกขนาดและทุกช่วงของการพัฒนา app ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงระดับองค์กร เพื่อยกระดับด้าน design, คุณภาพ และ performance

การที่ visionOS ถูกบรรจุเป็นแพลตฟอร์มเป้าหมายตั้งแต่ต้น สะท้อนว่า Apple ตั้งใจให้ Berlin เป็นจุดสำคัญในการผลักดัน spatial computing ในยุโรป ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีฐานนักพัฒนา enterprise และอุตสาหกรรมหนัก เช่น automotive และ industrial design จำนวนมาก

Susan Prescott รองประธานฝ่าย Worldwide Developer Relations ของ Apple กล่าวว่า ยุโรปเป็นถิ่นของชุมชนนักพัฒนาที่โดดเด่นซึ่งสร้างแอปที่เชื่อมโยงผู้คน ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และขับเคลื่อนนวัตกรรม พร้อมระบุว่าเมื่อนักพัฒนามีเครื่องมือและทรัพยากรที่เหมาะสม สิ่งที่ยอดเยี่ยมก็จะตามมา

เปิดเผยขนาดเศรษฐกิจ App Store ยุโรป — ผู้ใช้ทะลุ 150 ล้านราย/สัปดาห์

ในการประกาศครั้งนี้ Apple ยังเปิดเผยตัวเลขสำคัญของระบบนิเวศ App Store ในยุโรป ได้แก่

  • ผู้ใช้งานเฉลี่ยต่อสัปดาห์บน storefront ในยุโรปปี 2025 มากกว่า 150 ล้านราย
  • นักพัฒนาขนาดเล็กและรายบุคคลที่เข้าร่วม App Store Small Business Program ได้รับการลดค่าธรรมเนียมเหลือ 15%
  • Apple Developer Academies ดำเนินการอยู่ 19 แห่งทั่วโลก
  • Swift Student Challenge ยังคงจัดต่อเนื่อง
  • Apple Foundation Programs เปิดดำเนินการในอิตาลีและฝรั่งเศส

Apple ย้ำว่ามี API มากกว่า 250,000 รายการเปิดให้นักพัฒนาใช้งาน ครอบคลุมตั้งแต่ HealthKit, Metal, Core ML, MapKit ไปจนถึง SwiftUI ซึ่งการเปิดศูนย์ Berlin เป็นการต่อยอดการลงทุนเหล่านี้

จังหวะก่อน WWDC 2026 และความคิดเห็นจากสื่อ

การประกาศที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนงาน WWDC 2026 ถูกมองว่าเป็นการออกแบบ exposure เชิงกลยุทธ์ต่อชุมชนนักพัฒนายุโรป ตามรายงานของ 9to5Mac ที่ได้เห็นภาพและภาพ render ของศูนย์ ระบุว่าภาพรวมเป็น "stylish space" หรือพื้นที่ที่มีสไตล์ แต่ในส่วนของห้องเรียนกลับให้ความรู้สึก "inexplicably basic" หรือเรียบง่ายอย่างน่าแปลกใจ

โครงสร้างของ lab หลายภาษาและการให้คำปรึกษาแบบ 1-on-1 ยังคงสอดคล้องกับศูนย์ที่ Bengaluru และ Cupertino แสดงให้เห็นว่า Apple พยายามรักษามาตรฐานการบริการในระดับ global พร้อมเพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละทำเล

Core Technology Commission ใหม่และแรงกดดันด้านกฎระเบียบ

สภาพแวดล้อมของนักพัฒนาในยุโรปกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการบังคับใช้ Core Technology Commission (CTC) เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2026 ซึ่งเข้ามาแทนที่ Core Technology Fee เดิมที่เก็บ €0.50 (ประมาณ 19.50 บาท) ต่อการติดตั้ง โดยปรับเป็นโมเดลธุรกิจเดียวที่ครอบคลุมทั้ง App Store, การกระจายผ่าน Web และ marketplace ทางเลือก

รายการเนื้อหา
ระบบใหม่Core Technology Commission 5%
ค่าธรรมเนียมการได้มาครั้งแรก2% สำหรับผู้ใช้ใหม่ในช่วง 6 เดือน
ช่องทางที่บังคับใช้App Store, Web, marketplace ทางเลือก

อย่างไรก็ตาม The Register รายงานเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ว่านักพัฒนายังคงวิจารณ์ความไม่โปร่งใสในการปฏิบัติตาม DMA ขณะที่ FSFE ชี้ว่ามีคำขอ interoperability อย่างเป็นทางการรวม 56 รายการที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข สะท้อนแรงเสียดทานที่ยังดำเนินอยู่ระหว่าง Apple กับหน่วยกำกับดูแล

สำหรับนักพัฒนาในไทยที่กำลังขยายตลาดไปยุโรป การเปิดศูนย์ที่ Berlin เป็นสัญญาณว่าการเข้าถึงทรัพยากรของ Apple ในภูมิภาคนั้นจะง่ายขึ้น โดยเฉพาะทีมที่กำลังพัฒนาแอปบน visionOS หรือ SwiftUI ขนาดเล็กที่ต้องการคำปรึกษาแบบมืออาชีพโดยตรง ขณะที่นักพัฒนาในประเทศยังคงสามารถใช้บริการศูนย์ที่ Singapore ซึ่งใกล้กว่าและรองรับนักพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แหล่งที่มา