Apple กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่สำหรับ iPhone ที่สามารถตรวจจับได้ว่าอุปกรณ์กำลังถูกวิ่งราว และล็อกหน้าจออัตโนมัติในทันที ตามรายงานของ Android Authority ที่อ้างอิงจาก 9to5Mac ซึ่งค้นพบข้อมูลดังกล่าวจากการวิเคราะห์โค้ดภายใน โดยฟีเจอร์นี้มีแนวคิดคล้ายคลึงกับ Theft Detection Lock ที่มีอยู่แล้วบน Android และคาดว่าจะประกาศอย่างเป็นทางการในงาน WWDC 2026 ในฐานะส่วนหนึ่งของ iOS 27

ช่องโหว่ที่ Stolen Device Protection และ Find My ยังปิดไม่ได้

ที่ผ่านมา Apple มีเครื่องมือป้องกันการสูญหายและการโจรกรรมอยู่แล้ว ทั้ง Stolen Device Protection และ Find My แต่ตามที่ Android Authority ชี้ให้เห็น ฟีเจอร์เหล่านี้ออกแบบมาเพื่อ "หลังจากที่อุปกรณ์หายไปแล้ว" เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องข้อมูล การติดตามตำแหน่ง หรือการล็อกจากระยะไกล

สิ่งที่ยังขาดอยู่คือการรับมือกับสถานการณ์ที่พบบ่อยในหลายประเทศ รวมถึงไทย นั่นคือการที่คนร้ายวิ่งราวหรือขับมอเตอร์ไซค์ฉวย iPhone ออกจากมือในขณะที่หน้าจอยังปลดล็อกอยู่ ซึ่งในกรณีนี้ คนร้ายจะสามารถเข้าถึงข้อมูลและแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ทันทีก่อนที่เจ้าของจะทำอะไรได้

ฟีเจอร์ที่กำลังพัฒนาอยู่นี้มุ่งเป้าไปที่ช่องโหว่ดังกล่าวโดยตรง โดยจะตรวจจับเหตุการณ์ที่อุปกรณ์ถูกฉวยไปและล็อกหน้าจออัตโนมัติในทันที

หลักการทำงาน — เซนเซอร์และ AI ตรวจจับการเคลื่อนไหวผิดปกติ

แนวคิดหลักของฟีเจอร์นี้ใกล้เคียงกับ Theft Detection Lock ของ Android ที่ Google เปิดตัวไปก่อนหน้า โดย Android Authority ระบุว่าทั้งสองระบบใช้หลักการ "ตรวจจับการเคลื่อนไหวกะทันหันที่ผิดปกติ" แล้วล็อกอุปกรณ์อัตโนมัติ

ฝั่ง Android ใช้ AI ร่วมกับ Motion Sensor เพื่อระบุรูปแบบการเคลื่อนที่ที่บ่งชี้ว่าอุปกรณ์ถูกวิ่งราว เช่น การเร่งความเร็วกะทันหันขณะวิ่ง ขับมอเตอร์ไซค์ หรือขับรถหนี

สำหรับ Apple นั้น Android Authority รายงานว่ามีการเพิ่มองค์ประกอบเฉพาะของ Apple เข้าไปด้วย ได้แก่:

  • Apple Watch Integration — ใช้ข้อมูลระยะห่างระหว่าง iPhone กับ Apple Watch ที่จับคู่ไว้เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับ
  • "สถานที่คุ้นเคย" (Familiar Location) — ใช้กฎเดียวกับ Stolen Device Protection ในการประเมินว่า iPhone อยู่ในสถานที่ที่เจ้าของมักใช้งานหรือไม่
  • การบล็อกการตั้งค่าเพิ่มเติม — หากตรวจพบการวิ่งราวในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ระบบอาจบล็อกการเข้าถึงการตั้งค่าสำคัญที่ Stolen Device Protection ควบคุมอยู่ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายปิดการป้องกัน

iOS 27 และ WWDC26 — กำหนดการที่หลายสำนักชี้ตรงกัน

แม้ Apple ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่สื่อหลายแห่งต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกัน โดย Cult of Mac ระบุว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ Apple จะประกาศฟีเจอร์นี้ในงาน WWDC 2026 ในฐานะส่วนหนึ่งของ iOS 27 ขณะที่ Digital Trends ก็คาดการณ์ในแนวทางเดียวกัน

ด้านอุปกรณ์ที่รองรับ มีรายงานว่า iPhone 18 Pro และ iPhone Fold อาจได้รับฟีเจอร์นี้ก่อน ส่วนรุ่นก่อนหน้าอาจได้รับผ่านการอัปเดต iOS ในภายหลัง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดมาจากการวิเคราะห์โค้ดภายในโดย 9to5Mac ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก Apple และยังไม่มีกำหนดวันเปิดตัวที่ชัดเจน

Android ก้าวไปก่อน — Google อัปเดตระบบป้องกันการโจรกรรมครั้งใหญ่ในปี 2026

ขณะที่ Apple ยังอยู่ในขั้นพัฒนา Google ได้ประกาศอัปเดตระบบป้องกันการโจรกรรมครั้งสำคัญในเดือนมกราคม 2026 สำหรับ Android 16 ขึ้นไป ประกอบด้วย:

ฟีเจอร์รายละเอียดอุปกรณ์ที่รองรับ
Failed Authentication Lockเพิ่มสวิตช์เปิด/ปิดสำหรับการล็อกอัตโนมัติเมื่อยืนยันตัวตนผิดพลาดซ้ำAndroid 16 ขึ้นไป
Identity Checkขยายการป้องกันไปยังทุกฟีเจอร์และแอปที่ใช้ Android Biometric PromptAndroid 16 ขึ้นไป
Remote Lockเพิ่มคำถามความปลอดภัยสำหรับการล็อกจากระยะไกลผ่าน android.com/lockAndroid 10 ขึ้นไป

ที่น่าสังเกตคือ ในบราซิล — ประเทศที่มีอัตราการวิ่งราวโทรศัพท์สูง — Google ได้ตั้งค่าให้ Theft Detection Lock และ Remote Lock เปิดใช้งานโดยอัตโนมัติสำหรับอุปกรณ์ Android ที่เปิดใช้งานใหม่ทุกเครื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ผู้ผลิตระบบปฏิบัติการเริ่มปรับค่าเริ่มต้นตามความเสี่ยงของแต่ละภูมิภาค

สิ่งที่ผู้ใช้ iPhone ในไทยควรทำในตอนนี้

สำหรับผู้ใช้ iPhone ในไทย ซึ่งปัญหาการวิ่งราวโทรศัพท์เป็นเรื่องที่พบได้ในพื้นที่เมืองใหญ่ ฟีเจอร์นี้ถือเป็นพัฒนาการที่น่าติดตามอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังอยู่ในขั้นพัฒนาและยังไม่มีกำหนดเปิดตัวที่แน่นอน สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือ:

  1. เปิดใช้งาน Stolen Device Protection — ไปที่ การตั้งค่า > Face ID & Passcode > Stolen Device Protection
  2. เปิดใช้งาน Find My — เพื่อติดตามและล็อกอุปกรณ์จากระยะไกลหากจำเป็น
  3. ติดตามข่าว WWDC 2026 — ที่คาดว่าจะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับฟีเจอร์นี้

ข้อมูลการวางจำหน่ายหรือการอัปเดตในไทยยังไม่ได้รับการประกาศ แต่หาก iOS 27 เปิดตัวตามกำหนด ผู้ใช้ iPhone ที่รองรับในไทยก็น่าจะได้รับฟีเจอร์นี้ผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์เช่นเดียวกับทั่วโลก

แหล่งที่มา