ภาพของ Chrome ในอนาคตที่ผลการค้นหาแบบลิงก์สีน้ำเงินถูกแทนที่ด้วยหน้าต่างสนทนาแบบ AI กำลังใกล้ความจริงมากขึ้น หลัง Windows Report เปิดเผยแฟล็กทดลองชิ้นใหม่ใน Chrome Canary ที่บังคับให้ผลการค้นหาทุกครั้งวิ่งตรงเข้าสู่ AI Mode ทันที โดย Engadget ได้นำรายงานดังกล่าวมาขยายความเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม Google ออกมายืนยันว่า "ยังไม่มีแผนปล่อยใช้งานจริงในขณะนี้"

แฟล็กลับ "Fulfill Searchbox Queries in AI Mode" รองรับ 4 แพลตฟอร์ม

แฟล็กที่ถูกค้นพบนี้ปรากฏในหน้า chrome://flags ของ Chrome Canary ซึ่งเป็นเวอร์ชันสำหรับนักพัฒนา โดยใช้ชื่อว่า "Fulfill Searchbox Queries in AI Mode" ตามรายงาน แฟล็กดังกล่าวมีคำอธิบายระบุว่ารองรับการทำงานบน 4 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ Mac, Windows, Linux และ ChromeOS

ในการใช้งาน Chrome ปกติทุกวันนี้ เมื่อผู้ใช้ค้นหาคำใด ๆ ระบบจะแสดงแท็บ "All" ที่รวม AI Overview (สรุปด้วย AI) ไว้ด้านบน และลิสต์ลิงก์สีน้ำเงินเดิมไว้ด้านล่าง หากต้องการใช้ AI Mode ผู้ใช้ต้องสลับแท็บด้วยตัวเอง แต่เมื่อเปิดแฟล็กใหม่นี้ พฤติกรรมจะเปลี่ยนทันที กล่าวคือ ระบบจะข้ามแท็บ "All" และส่งคำค้นเข้าสู่ AI Mode โดยตรง พร้อมตอบกลับในรูปแบบบทสนทนาแบบ chatbot

ที่น่าจับตาคือ Windows Report ประเมินว่าแฟล็กนี้มีความสมบูรณ์เกินกว่าระดับ prototype ทั่วไป และดูเหมือนพร้อมส่งออกใช้งานจริงได้ทันที

ผลกระทบต่อผู้ใช้ — เปรียบเทียบแหล่งข้อมูลยากขึ้น

หากการเปลี่ยนแปลงนี้ขยายมาถึง Chrome เวอร์ชันเสถียร พฤติกรรมการค้นหาของผู้ใช้ทั่วโลกจะเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ประเด็นสำคัญคือ ผู้ใช้จะสูญเสียโอกาสในการเปรียบเทียบหลายแหล่งข้อมูลตั้งแต่หน้าจอแรก เพราะคำตอบที่ได้รับจะเป็นข้อสรุปที่ AI คัดเลือกและย่อมาให้แล้ว ไม่ใช่ลิงก์สีน้ำเงินที่เปิดทางให้ตัดสินใจคลิกเข้าไปอ่านเองตามต้องการ

สำหรับเว็บไซต์ผู้ผลิตเนื้อหา รวมถึงสำนักข่าวและบล็อกเกอร์ในไทย ผลกระทบที่ตามมาคือ โอกาสที่ผู้ใช้จะคลิกเข้าเว็บภายนอกลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งอาจส่งผลต่อตัวเลข traffic และโมเดลรายได้จากโฆษณาในระยะยาว

เชื่อมโยง I/O 2026 และกระแสผู้ใช้หนีไป DuckDuckGo

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ Google เพิ่งเปิดตัว Intelligent Search Box ในงาน I/O 2026 ที่ผ่านมา ฟีเจอร์ดังกล่าวสามารถรับคำค้นได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งวิดีโอ ภาพ ไฟล์ และแม้แต่แท็บใน Chrome เอง สะท้อนทิศทางที่ Google เร่งผลักดันประสบการณ์การค้นหาให้เป็น AI-first อย่างเต็มตัว

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ส่วนหนึ่งกลับเลือกเดินสวนทาง ตามรายงานของ TechCrunch ระบุว่ายอดติดตั้งแอป DuckDuckGo ในสหรัฐฯ ช่วงวันที่ 20–25 พฤษภาคม 2026 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย +18.1% ต่อสัปดาห์ และพุ่งสูงสุด +30.5% ในวันที่ 25 พฤษภาคม ส่วนบน iOS โดดเด่นเป็นพิเศษ โดยเพิ่มเฉลี่ย +33% ต่อสัปดาห์ และทำจุดสูงสุดที่ +69.9%

ตัวชี้วัดตัวเลข
ยอดติดตั้งในสหรัฐฯ (เฉลี่ยรายสัปดาห์)+18.1%
ยอดติดตั้งในสหรัฐฯ (พีค 25 พ.ค.)+30.5%
iOS เฉลี่ยรายสัปดาห์+33%
iOS พีค+69.9%
หน้าค้นหาแบบ no-AI (28 พ.ค.)สูงกว่าปกติประมาณ +84%

นอกจากนี้ DuckDuckGo ยังเปิดให้ใช้บริการ Duck.ai แบบไม่ต้องลงทะเบียน ซึ่งให้เข้าถึงโมเดล Claude 4.5 Haiku ของ Anthropic, Llama 4 Scout ของ Meta, Mistral Small 3 24B และ GPT-5 mini ของ OpenAI ได้ฟรี สะท้อนว่า DuckDuckGo ไม่ได้ปฏิเสธ AI ทั้งหมด แต่ต้องการให้ผู้ใช้เลือกได้เอง

นักพัฒนาระบุ "เป็นเพียงการทดลอง" — ยังไม่มีแผนปล่อยจริง

Google ไม่ได้ประกาศการทดสอบครั้งนี้อย่างเป็นทางการ แต่ Windows Report ระบุว่าพบบันทึกของผู้เขียนโค้ดแนบมากับแฟล็กดังกล่าว โดยมีข้อความว่า:

"This is just for exploration. There are no current plans to push this live." (เป็นเพียงการทดลองเพื่อสำรวจความเป็นไปได้ ขณะนี้ยังไม่มีแผนเปิดใช้งานจริง)

ข้อความนี้สื่อให้เห็นว่าฟีเจอร์ดังกล่าวยังอยู่ในขั้น "ทดลองภายใน" แม้ในเชิงเทคนิคจะทำงานได้แล้วก็ตาม

แฟล็กคู่ขนาน "Everywhere Omnibox" — ช่องค้นหาลอยบนเดสก์ท็อป

นอกเหนือจากแฟล็ก AI Mode ดังกล่าว Chrome Canary ยังมีอีกหนึ่งการทดลองที่ใช้โค้ดเนมว่า "Project Loom" หรือชื่อทางการคือ "Everywhere Omnibox" ซึ่งเป็นช่องค้นหาแบบลอย แยกออกจากหน้าต่าง Chrome และแสดงเป็น UI กลางหน้าจอ

ผู้ใช้สามารถเรียกใช้งานได้ผ่านปุ่มลัด:

  • Windows / Linux: Ctrl+Shift+Space
  • macOS: Cmd+Shift+Space

หน้าต่างนี้จะหายไปทันทีเมื่อคลิกพื้นที่อื่น (dismiss on click-away) และสามารถอัปโหลดไฟล์ ภาพ สร้างภาพจากข้อความ รวมถึงเข้าถึงโมเดล Gemini หลายตัวได้ในที่เดียว ผู้สนใจทดสอบต้องเปิดแฟล็ก "omnibox-loom" ใน Chrome Canary ก่อน

นัยต่อผู้ใช้ในไทย

แม้ปัจจุบัน Chrome Canary จะเป็นเวอร์ชันสำหรับนักพัฒนาที่ผู้ใช้ทั่วไปในไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้งานจริง แต่ทิศทางการรวม AI Mode เข้ากับการค้นหาแบบเริ่มต้นนี้สำคัญต่อทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตเนื้อหาไทย หากในอนาคต Chrome เวอร์ชันเสถียรเริ่มส่งคำค้นเข้า AI Mode โดยตรง เว็บไซต์ในประเทศไทยอาจเผชิญกับ traffic จาก organic search ที่ลดลง ขณะที่ผู้บริโภคควรเริ่มมองหา browser หรือเครื่องมือค้นหาทางเลือกที่ยังให้ลิงก์แบบดั้งเดิมไว้ใช้งานคู่ขนาน เพื่อตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่งได้ตามต้องการ

แหล่งที่มา