Cricut Joy 2 คือเครื่องตัดและวาดอัจฉริยะขนาดเล็กที่วางบนโต๊ะได้ ราคาเริ่มต้นเพียง $99 (ประมาณ 3,600 บาท) ตามรายงานของ The Verge ที่ทดสอบใช้งานจริงนานกว่า 3 สัปดาห์ พบว่าตั้งแต่เปิดกล่องจนถึงการตัดชิ้นงานแรกใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำสติกเกอร์ ที่คั่นหนังสือ และการ์ดส่วนตัวโดยไม่ต้องมีพื้นฐานด้านงานคราฟต์มาก่อน

Cricut Joy 2 คืออะไร และราคาเท่าไร

Cricut Joy 2 เป็นเครื่องตัดอัจฉริยะรุ่นเล็กที่สุดในไลน์อัปของ Cricut วางจำหน่ายในราคา $99 (ประมาณ 3,600 บาท) มีให้เลือกหลายสี ได้แก่ Blue, Coral และสี Jade Green ที่วางจำหน่ายเฉพาะที่ร้าน Michaels นอกจากนี้ยังมีชุด Ultimate Plus Bundle ราคา $229 (ประมาณ 8,200 บาท) ซึ่งรวมแผ่น Smart Vinyl, แผ่นอิรอนออน, ใบมีด Fine Point และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ

เครื่องนี้เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Cricut Design Space ที่รองรับทั้ง PC, iOS และ Android โดยผู้ใช้สามารถออกแบบหรือเลือกเทมเพลตสำเร็จรูปแล้วส่งคำสั่งตัดไปยังเครื่องได้ทันที ความกว้างในการตัดต่อครั้งอยู่ที่ประมาณ 4–4.5 นิ้ว ซึ่งเหมาะกับงานขนาดเล็กถึงกลาง

จุดเด่น: ตั้งค่าง่าย และฟีเจอร์ Print then Cut

สิ่งที่ผู้ทดสอบจาก The Verge ชื่นชมมากที่สุดคือความรวดเร็วในการเริ่มต้นใช้งาน ตั้งแต่เสียบปลั๊กจนถึงตัดชิ้นงานแรกสำเร็จใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที และความรู้สึกที่ได้เห็นเครื่องตัดชิ้นงานออกมาตามแบบที่ออกแบบไว้นั้น "ทำให้อยากปรบมือ"

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ Print then Cut ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้พิมพ์ดีไซน์สีเต็มจากเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตหรือเลเซอร์ที่มีอยู่แล้ว จากนั้นนำกระดาษที่พิมพ์แล้วมาวางในเครื่อง Joy 2 ซึ่งจะตัดตามเส้นที่กำหนดไว้ใน Design Space ได้อย่างแม่นยำ ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์มากสำหรับการทำสติกเกอร์หรือแผ่นอิรอนออนสำหรับเสื้อยืด

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบงาน DIY และงานคราฟต์ในไทย ฟีเจอร์นี้ถือว่าตอบโจทย์ดีมาก เพราะไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติมหากมีเครื่องพิมพ์อยู่แล้ว

จุดด้อย: แอป Design Space ยังสับสนสำหรับมือใหม่

ปัญหาหลักที่ผู้ทดสอบระบุชัดเจนคือ ขั้นตอนการเริ่มต้นใช้งาน (Onboarding) ของแอป Design Space ที่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับผู้ใช้ใหม่เท่าที่ควร แม้ Cricut จะโฆษณาว่าเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น แต่ในทางปฏิบัติ คู่มือและบทเรียนถูกซ่อนอยู่ที่ด้านล่างของหน้า Landing Page และมีคำอธิบายเป็นตัวอักษรมากกว่าภาพประกอบ ทำให้ผู้ทดสอบเสียวัสดุไปในช่วงแรกเพราะลองผิดลองถูกเอง

อย่างไรก็ตาม Cricut ได้ตอบสนองต่อปัญหานี้ด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Guided Flows ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจว่าต้องทำอะไรในแต่ละขั้นตอน และแสดงเฉพาะสิ่งที่จำเป็นสำหรับโปรเจกต์ที่เลือกเท่านั้น รวมถึงฟีเจอร์ Create AI สำหรับผู้ใช้ที่สมัครสมาชิกแบบชำระเงิน ซึ่งสามารถสร้างดีไซน์ตัดได้ชั้นเดียวจาก AI โดยอัตโนมัติ

ส่วน Cricut Access บริการสมาชิกที่มีทดลองใช้ฟรี 30 วัน (หลังจากนั้น $9.99/เดือน หรือประมาณ 360 บาท/เดือน) ช่วยให้เข้าถึงเทมเพลตกว่า 100,000 รายการ รูปภาพกว่า 1.5 ล้านภาพ และฟอนต์กว่า 1,000 แบบ ผู้ทดสอบระบุว่าหลังจากเริ่มใช้ Cricut Access ประสบการณ์การใช้งานดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เปรียบเทียบรุ่น: Joy 2 vs Explore 5 และ Maker 4

รุ่นราคา (USD)ราคาโดยประมาณ (THB)ความกว้างตัด
Cricut Joy 2$99–$229ประมาณ 3,600–8,200 บาท~4–4.5 นิ้ว
Cricut Explore 5$199–$349ประมาณ 7,200–12,600 บาท12 นิ้ว
Cricut Maker 4$349ประมาณ 12,600 บาท12 นิ้ว

Cricut Explore 5 เปิดตัวพร้อมกันเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 มีขนาดเล็กลง 30% จากรุ่นก่อน แต่ยังคงความกว้างตัด 12 นิ้ว รองรับวัสดุกว่า 100 ชนิด และใช้ได้กับเครื่องมือ 6 ประเภท หากใช้ Smart Materials สามารถตัดต่อเนื่องได้ยาวถึง 12 ฟุต (3.6 เมตร) และมีระบบจดจำวัสดุอัตโนมัติที่จะสลับการตั้งค่ามิเรอร์เมื่อใช้แผ่น HTV

Cricut Maker 4 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตัดวัสดุหนา เช่น ผ้าและหนัง รวมถึงรองรับการแกะสลัก (Engrave), Deboss และ Perforation

สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นและต้องการทำสติกเกอร์หรือการ์ดส่วนตัว Joy 2 ในราคา $99 (ประมาณ 3,600 บาท) ถือว่าคุ้มค่า แต่หากต้องการทำงานขนาดใหญ่หรือหลายสีบ่อย ๆ ควรพิจารณา Explore 5 แทน

สรุปสำหรับผู้สนใจในไทย

Cricut Joy 2 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มคนรักงาน DIY และงานคราฟต์ในไทย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการทำสติกเกอร์ส่วนตัว ของตกแต่ง หรือของขวัญ ในราคาที่เข้าถึงได้ ข้อมูลการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยยังไม่ได้รับการประกาศ แต่สามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางนำเข้าหรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopee และ Lazada ได้ โดยราคาอาจสูงกว่าราคาอ้างอิงเนื่องจากค่าขนส่งและภาษีนำเข้า ผู้ที่สนใจควรเปรียบเทียบราคาและตรวจสอบการรับประกันก่อนตัดสินใจซื้อ

แหล่งที่มา