Blizzard ส่ง Diablo 4 ภาคขยาย "Lord of Hatred" เข้าสู่ตลาดเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2026 บน PC, PlayStation 4/5 และ Xbox One/Series X|S พร้อมบทสรุปของไตรภาค Mephisto ที่นักวิจารณ์จาก Windows Central ให้คะแนนเต็ม 5 ดาว โดยระบุว่านี่คือ "ผลงานชิ้นเอก" ที่ยกระดับทั้งเนื้อเรื่อง ระบบ Endgame และคลาสใหม่ให้ถึงจุดสูงสุดของซีรีส์
ปิดฉากไตรภาค Mephisto — เนื้อเรื่องที่รอคอยมานาน
"Lord of Hatred" ทำหน้าที่เป็นบทสรุปของไตรภาคที่ขับเคลื่อนด้วยตัวละคร Mephisto และ Lilith ลูกสาวผู้กบฏของเขา ซึ่งเป็นเส้นเรื่องหลักที่ดำเนินมาตั้งแต่ภาคหลักและ Vessel of Hatred
ตามรายงานของ Windows Central ผู้รีวิวซึ่งสะสมเวลาเล่น Diablo 4 มาหลายร้อยชั่วโมง ระบุว่า Lord of Hatred ทำให้ Diablo 4 ก้าวขึ้นสู่ระดับ "ผลงานที่ดีที่สุดชิ้นหนึ่งของ Blizzard" โดยภาคขยายนี้แสดงให้เห็นทิศทางที่มั่นคงและชัดเจนกว่าที่ผ่านมา ทั้งในแง่ของการออกแบบ Endgame และความลึกของระบบ Build Crafting
ซีนเมติกระดับ Hollywood และฉากหลังที่งดงาม
จุดเด่นที่นักวิจารณ์เน้นย้ำมากที่สุดคือคุณภาพของ Pre-rendered Cinematic ซึ่งถูกบรรยายว่า "Hollywood-busting" หรือ "เหนือกว่าภาพยนตร์ฮอลลีวูด" โดยการนำเสนอ Mephisto ในฐานะภัยคุกคามที่ทรงพลังและน่าสะพรึงกลัวนั้นทำได้อย่างยอดเยี่ยม ประกอบกับดนตรีและเอฟเฟกต์เสียงที่ยกระดับทุกฉากให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ฉากหลังของภาคนี้ตั้งอยู่บนหมู่เกาะ Skovos ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนักรบ Amazon เปลี่ยนบรรยากาศจากหนองน้ำมืดหม่นของ Hawezar มาสู่เมืองสีขาวสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน หมู่บ้านชายทะเลที่ชวนนึกถึงชายฝั่งกรีก และพื้นที่ลาวาของ Philios ซึ่งสร้างความหลากหลายทางภาพที่น่าประทับใจ ผู้รีวิวยังชี้ให้เห็นการอ้างอิงทางศิลปะ เช่น ภาพจิตรกรรมฝาผนังของ Sistine Chapel และแนวคิดจากลัทธิลึกลับของ Éliphas Zahedi ที่แทรกอยู่ในงานออกแบบ
Paladin, Warlock และระบบ Endgame ที่ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด
ภาคขยายนี้เพิ่มคลาสใหม่ 2 คลาส ได้แก่ Paladin และ Warlock ซึ่งทั้งคู่ได้รับคำชมว่า "สนุกมากและมีความหลากหลายของ Build สูง" ทำให้จำนวนคลาสที่เล่นได้ทั้งหมดขยายจาก 6 เป็น 8 คลาส
โดยเฉพาะ Warlock มีระบบ Resource 2 ชั้นที่น่าสนใจ ได้แก่ Wrath สำหรับดีลดาเมจโดยตรง และ Dominance สำหรับการเรียกและควบคุมปีศาจ ซึ่งต้องการการบริหารจัดการทั้งพลังโจมตีและตำแหน่งของ Pet อย่างสมดุล
ในด้าน Endgame มีระบบใหม่หลายอย่างที่น่าจับตา:
- War Plans — ระบบวางแผนเส้นทาง Endgame ด้วยตัวเอง ประกอบด้วย 5 กิจกรรมที่ปรับแต่งได้ด้วย Modifier ซึ่งส่งผลต่อศัตรู รางวัล และกลไกการเล่น
- Echoing Hatred — ความท้าทายแบบ Escalation ที่เปิดใช้งานด้วยไอเทมพิเศษ ศัตรูและรางวัลจะ Scale ตามความยาก เหมาะสำหรับผู้เล่นที่ต้องการทดสอบ Build ระยะยาว
- Horadric Cube — กลับมาจาก Diablo II พร้อมความสามารถในการเพิ่ม ลบ และ Reroll Affix บนอุปกรณ์
- สกิลทรีปรับใหม่ — ยกเลิก Passive Skill แบบเดิม และเพิ่มระดับความยาก Torment ถึง 12 ขั้น
จุดที่ยังต้องปรับปรุง
แม้จะได้รับคะแนนเต็ม แต่ผู้รีวิวก็ระบุข้อบกพร่องอย่างตรงไปตรงมา:
| ประเด็น | รายละเอียด |
|---|---|
| บอสอ่อนเกินไป | ยกเว้น Uber ระดับสูงสุด บอสส่วนใหญ่อ่อนแอผิดปกติ ทำให้ขาดความตื่นเต้นและลดคุณค่าของการออกแบบ |
| ผู้เล่นที่ไม่ชอบระบบ Season | ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่ต้องการเล่นแบบถาวรโดยไม่ผ่าน Season |
| รางวัลตกแต่งระดับสูง | ของตกแต่งชั้นดีส่วนใหญ่ยังผูกกับ Microtransaction ราคาสูง มากกว่าจะได้จากการเล่นจริง |
ข้อมูลการวางจำหน่ายและ Edition ที่มี
Lord of Hatred วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2026 บน PC (Windows), PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One และ Xbox Series X|S โดยประกาศครั้งแรกในงาน The Game Awards 2025 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2025
สำหรับผู้ที่ยังไม่มีเกมหลัก Blizzard จัดเตรียม Age of Hatred Collection ซึ่งรวม Diablo IV ภาคหลัก, Vessel of Hatred และ Lord of Hatred Standard Edition ไว้ในชุดเดียว
สำหรับผู้เล่นในไทย ข้อมูลราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ แนะนำให้ติดตามราคาผ่าน Battle.net โดยตรง ซึ่งมักแสดงราคาเป็น USD และสามารถชำระผ่านบัตรเครดิตหรือ Wallet ที่รองรับได้
แหล่งที่มา
- Windows Central — "A masterpiece": Diablo 4 Lord of Hatred review (story to endgame) ★★★★★
- Wikipedia — Diablo IV: Lord of Hatred
- GameSpot — Diablo 4: Lord Of Hatred Pre-Load And Launch Times Revealed
