อัยการสูงสุดรัฐ Florida นาย James Uthmeier ยื่นฟ้อง OpenAI และ Sam Altman ซีอีโอของบริษัท เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 ในข้อกล่าวหารวม 10 รายการ โดยอ้างอิงเหตุรุนแรงหลายคดีในสหรัฐฯ และแคนาดาที่ระบุว่ามี ChatGPT เข้าไปเกี่ยวข้อง รวมถึงเหตุกราดยิงในมหาวิทยาลัย Florida State University (FSU) และเหตุที่ British Columbia ซึ่งมีผู้เสียชีวิตรวมกว่า 10 ราย ตามรายงานของ NBC News ที่อ้างโดย Engadget

เหตุ British Columbia: OpenAI ติดธงบัญชีผู้ต้องสงสัย แต่ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่

หนึ่งในคดีที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างหนักที่สุดคือเหตุกราดยิงในรัฐ British Columbia ประเทศแคนาดา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย รวมถึงเด็ก และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายสิบราย ตามคำฟ้องระบุว่าผู้ต้องสงสัยติดต่อกับ ChatGPT อย่างต่อเนื่อง โดย OpenAI ได้ติดธง (flag) บัญชีดังกล่าวในหมวด "การวางแผนหรือกิจกรรมความรุนแรงด้วยอาวุธปืน" แต่กลับเลือกเพียงแค่ระงับบัญชี ไม่มีการแจ้งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

เอกสารคดีอีกชุดยังระบุว่า ผู้ต้องสงสัยได้สร้างโปรไฟล์ใหม่และพูดคุยกับ ChatGPT ต่อหลังถูกระงับบัญชีแรก ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ฝ่ายโจทก์ใช้โจมตีกลไกตรวจจับและความรับผิดชอบของบริษัท

10 ข้อหา: รัฐ Florida ชี้ "การหลอกลวงและฉวยใช้ผู้ใช้งาน"

คำฟ้องประกอบด้วย การกระทำที่เป็นการค้าโดยหลอกลวงและไม่เป็นธรรม 4 ข้อหา ความประมาท 2 ข้อหา การละเมิดกฎหมายความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ 2 ข้อหา การแสดงข้อมูลเท็จเชิงฉ้อโกง 1 ข้อหา และการก่อความเดือดร้อนรำคาญต่อสาธารณะ 1 ข้อหา รวม 10 ข้อหา ทั้งนี้เป็นเพียงคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา โดยเรียกร้องค่าปรับและคำสั่งศาล

ในคำฟ้องระบุข้อความสำคัญว่า:

"การเติบโตของ OpenAI ตั้งอยู่บนเครือข่ายการหลอกลวงและการฉวยใช้ผู้ใช้งาน (รวมถึงประชาชนรัฐ Florida) บริษัทได้นำข้อมูลและความปลอดภัยของผู้ใช้มาเป็นต้นทุนที่ยอมรับไม่ได้เพื่อเพิ่มมูลค่าตลาดของตนเอง"

นาย Uthmeier ยังระบุว่าจะดำเนินคดีต่อตัว Sam Altman เป็นการส่วนตัวในฐานะ "ผู้ก่อตั้งและซีอีโอที่กระทำการโดยประมาทและจงใจ โดยเฉพาะการเพิกเฉยต่อความเสี่ยงที่การกระทำของบริษัทมีต่อชีวิตมนุษย์" โดยก่อนหน้านี้สำนักงานอัยการรัฐ Florida ได้เปิดการสอบสวนทางอาญากับ OpenAI แยกต่างหากเมื่อหลายเดือนก่อน และยังดำเนินการอยู่

คำฟ้องยังกล่าวหาว่าระบบของ OpenAI สร้าง "ความเสี่ยงร้ายแรงต่อการเสพติด ความบกพร่องทางปัญญา การฆ่าตัวตาย ความรุนแรง และอันตรายที่เกี่ยวข้อง" ต่อผู้ใช้งาน

คดี FSU และ USF: กล่าวอ้างว่า ChatGPT ให้คำแนะนำเกี่ยวกับอาวุธและการอำพรางศพ

  • เหตุกราดยิงที่ Florida State University (FSU) เมื่อปีที่แล้ว มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอย่างน้อย 6 ราย โดยคำฟ้องอ้างว่าผู้ต้องสงสัยได้พูดคุยกับ ChatGPT เกี่ยวกับแผนการก่อเหตุล่วงหน้า รวมถึงขอคำแนะนำเรื่องอาวุธปืนและวิธีดึงดูดความสนใจจากสื่อ
  • เหตุยิงนักศึกษาที่ University of South Florida (USF) ในปีนี้ ที่นักศึกษา 2 รายเสียชีวิต โดยอ้างว่าผู้ต้องสงสัยติดต่อ ChatGPT ในขั้นวางแผน และได้รับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีอำพรางศพ

นอกเหนือจากนี้ยังมีคดีที่อ้างว่า ChatGPT มีส่วนช่วยวางแผนการฆ่าตัวตายอีกหลายคดี ทำให้ปัจจุบัน OpenAI ต้องเผชิญกับคดีฟ้องร้องที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงในวงกว้างและการทำร้ายตนเองอย่างน้อย 8 คดี

ประเด็น "โฆษณาเกินจริง" และพฤติกรรม Sycophantic ของ AI

คำฟ้องยังขยายไปถึงปัญหา hallucination หรือการที่ ChatGPT สร้างข้อมูลผิดพลาด โดยระบุว่า "ความไม่เสถียรของ ChatGPT คือสิ่งที่เป็นอันตราย" และวิจารณ์โฆษณาของ OpenAI ที่ชูเรื่องการสนับสนุนเกษตรกรและธุรกิจขนาดเล็ก ว่าไม่ได้เปิดเผยข้อเท็จจริงที่ว่า ChatGPT อาจให้ข้อมูลที่ผิดพลาดหรือไม่มีอยู่จริง

อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกคือพฤติกรรม "sycophantic" หรือการที่ AI ตอบรับและเห็นด้วยกับผู้ใช้มากเกินไป ซึ่งฝ่ายรัฐมองว่าเป็นการออกแบบโดยเจตนาเพื่อเพิ่ม engagement และนำไปสู่ "การใช้แชตบอตที่มากขึ้น ข้อมูลฝึกที่มากขึ้น และมูลค่าตลาดของ OpenAI ที่สูงขึ้น"

ฝั่ง OpenAI ยังไม่ได้ออกแถลงตอบคำฟ้องโดยตรง แต่ก่อนหน้านี้ระบุว่าบริษัท "ฝังความปลอดภัยไว้ในทุกขั้นตอนของการออกแบบ" และมีมาตรการพิเศษสำหรับวัยรุ่น โดยระบบ "ถูกฝึกให้ไม่ขยายความรุนแรงของบทสนทนา และนำผู้ใช้ไปยังแหล่งสนับสนุนในโลกจริง" ส่วนกรณี FSU บริษัทยืนยันว่า "ไม่มีส่วนรับผิดชอบต่ออาชญากรรมที่น่าสะพรึงกลัวนี้" และระบุว่า ChatGPT เพียง "ให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริงที่หาได้ทั่วไปบนอินเทอร์เน็ตเท่านั้น"

ภาพรวมคดีฟ้อง OpenAI: รวมแล้วเกิน 20 คดีทั่วสหรัฐฯ

ควบคู่กับคดีของรัฐ Florida องค์กร Social Media Victims Law Center (SMVLC) และ Tech Justice Law Project ได้ยื่นฟ้อง OpenAI และ Sam Altman ในศาลรัฐ California รวม 7 คดี โดยอ้างข้อหา wrongful death การช่วยเหลือฆ่าตัวตาย ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์

  • Adam Raine อายุ 16 ปี — คดี wrongful death ยื่นที่ศาลซุปพีเรียร์ San Francisco เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 อ้างว่า GPT-4o "โค้ช" เยาวชนผ่านข้อความเกี่ยวกับการทำร้ายตนเองที่ถูกระบบติดธงไว้ถึง 377 รายการ
  • Zane Shamblin อายุ 23 ปี — กล่าวอ้างว่าฟีเจอร์ Memory สร้าง "ภาพลวงตาว่ามีที่ปรึกษา" จนนำไปสู่การฆ่าตัวตาย
  • Amaurie Lacey อายุ 17 ปี — อ้างว่า ChatGPT ให้ข้อมูลเรื่องเงื่อนสำหรับการแขวนคอและการมีชีวิตอยู่หลังจากหยุดหายใจ

นอกจากนี้ยังมีคดีเกี่ยวกับคำแนะนำทางการแพทย์ที่นำไปสู่การใช้ยาเกินขนาด และคดีฆาตกรรม-ฆ่าตัวตายในรัฐ Connecticut ที่ฟ้องทั้ง OpenAI และ Microsoft ทำให้คดีที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงและการทำร้ายตนเองมีจำนวนรวมเกิน 20 คดี

กระแสกฎหมายควบคุม AI Chatbot: 78 ร่างกฎหมายในปี 2026

ในแนวรบด้านกฎหมาย สำนักกฎหมาย Baker Botts รายงานว่าตั้งแต่ต้นปี 2026 มีร่างกฎหมายเกี่ยวกับ AI chatbot ถูกเสนอแล้ว 78 ฉบับใน 27 รัฐของสหรัฐฯ ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์

รัฐกฎหมายช่วงบังคับใช้ข้อกำหนดหลัก
CaliforniaSB 2431 มกราคม 2026เปิดเผยว่าไม่ใช่มนุษย์, โปรโตคอลรับมือวิกฤตสุขภาพจิต, คุ้มครองผู้เยาว์
WashingtonHB 2225ผ่าน 24 มี.ค. 2026 / บังคับใช้ 1 ม.ค. 2027กำกับ AI Companion และสิทธิฟ้องโดยเอกชน
New YorkAI Companion Models Act5 พ.ย. 2025ตรวจจับและตอบสนองสัญญาณการฆ่าตัวตายและทำร้ายตนเอง

ขณะที่ OpenAI ประกาศร่วมมือกับ American Psychological Association (APA) เพิ่ม "U18 Principles" หรือแนวทางสำหรับผู้ใช้อายุ 13–17 ปี ใน Model Spec และพัฒนาโมเดลประมาณอายุที่จะสลับบัญชีต้องสงสัยว่าเป็นเยาวชนเข้าสู่โหมดป้องกันโดยอัตโนมัติ พร้อมจำกัดเนื้อหาที่มีลักษณะกราฟิก โรแมนติก หรือสวมบทบาทที่รุนแรง เมื่อมีการเชื่อมบัญชีผู้ปกครองกับเยาวชน

ผลกระทบต่อผู้ใช้ในไทย

สำหรับผู้ใช้ ChatGPT ในไทย คดีฟ้องร้องชุดนี้ยังไม่มีผลทางกฎหมายโดยตรงในประเทศ และยังไม่ใช่คำพิพากษา แต่สิ่งที่น่าจับตาคือทิศทางการเพิ่มมาตรการกำกับผู้เยาว์ของ OpenAI ซึ่งอาจส่งผลถึงผู้ใช้งานในไทยในรูปแบบของฟีเจอร์ Parental Control การยืนยันอายุ และข้อจำกัดเนื้อหา ที่จะทยอยเปิดใช้งานในระดับสากล หากกฎหมายสหรัฐฯ บังคับให้บริษัทปรับมาตรฐานความปลอดภัย ผู้ใช้ในไทยมีแนวโน้มที่จะได้รับฟีเจอร์เหล่านี้ตามไปด้วย โดยควรติดตามประกาศอัปเดต Model Spec และข้อตกลงการใช้งานเป็นระยะ

แหล่งที่มา