Google ปรับเปลี่ยนขีดจำกัดการใช้งาน Gemini AI Pro และ AI Ultra อย่างเงียบๆ ส่งผลให้ผู้ใช้ที่จ่ายเงินสมัครสมาชิกรายเดือนต่างออกมาร้องเรียนอย่างหนัก บางรายรายงานว่าเพียงแค่ 5 รอบสนทนากับ AI ก็กินโควตาไปแล้วถึง 50% ขณะที่ข้อมูลจาก Android Authority ระบุว่ามีผู้ใช้บางส่วนตัดสินใจยกเลิกการสมัครสมาชิกไปแล้ว

ระบบ "5 ชั่วโมง Window" และ Compute-Used คืออะไร

หัวใจของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือการเปลี่ยนจากระบบนับจำนวนข้อความต่อวันแบบเดิม มาเป็นโมเดล "compute-used" ที่คำนวณการใช้งานตามความซับซ้อนของคำสั่ง (prompt) แทน กล่าวคือ ยิ่งถามคำถามที่ซับซ้อนหรือยาว ยิ่งกินโควตามากขึ้นเป็นทวีคูณ

ควบคู่กันนั้น Google ยังนำระบบ "5-hour window" มาใช้ ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่ Anthropic ใช้กับ Claude โดยโควตาจะรีเซ็ตทุก 5 ชั่วโมง แต่หากใช้งานถึงขีดจำกัดรายสัปดาห์ก่อน ผู้ใช้จะถูกล็อกออกจากการใช้งานจนกว่าจะถึงรอบถัดไป

ผลที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติสอดคล้องกับที่ผู้ใช้รายหนึ่งรายงานผ่าน Subreddit ของ Gemini ว่า:

"แค่ 5 รอบสนทนา โควตาหายไปแล้ว 50%"

ปรากฏการณ์นี้เกิดจากธรรมชาติของการสนทนาแบบต่อเนื่อง (long thread) ที่ระบบต้องประมวลผลบริบทสะสมทั้งหมดในทุกรอบ ทำให้การบริโภค token เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณตามความยาวของการสนทนา

จ่ายเงินซื้อ Pro แต่ได้ Flash — ปัญหาที่ผู้ใช้ไม่ได้คาดคิด

นอกเหนือจากเรื่องโควตา ยังมีรายงานพฤติกรรมที่น่ากังวลอีกประการหนึ่ง คือในช่วงที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น ระบบจะสลับจาก Gemini Pro model ไปใช้ Gemini Flash โดยอัตโนมัติ แม้ผู้ใช้จะเลือก Pro model ไว้ก็ตาม

Flash เป็นโมเดลที่เบากว่าและมีความสามารถน้อยกว่า Pro ซึ่งหมายความว่าผู้ที่จ่ายเงินสำหรับประสิทธิภาพระดับสูงอาจไม่ได้รับสิ่งที่จ่ายไปในทุกช่วงเวลา

ยิ่งไปกว่านั้น มีรายงานว่าการเปิดใช้งานฟีเจอร์ Personalization จะทำให้โควตาหมดเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ที่กังวลเรื่องการใช้งานโควตาจึงควรพิจารณาปิดฟีเจอร์นี้ไว้ก่อน

Google แจ้งผู้ใช้ไม่ครบ — "ถูกลดสิทธิ์โดยไม่รู้ตัว"

สิ่งที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกแย่ยิ่งกว่าตัวการเปลี่ยนแปลงเอง คือการที่ Google ไม่ได้แจ้งเตือนผู้ใช้ทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน

Android Authority รายงานว่าแม้แต่ภายในทีมงานของตนเอง นักเขียน Akshay Gangwar ไม่ได้รับอีเมลแจ้งการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในขณะที่ Managing Editor Adamya Sharma ได้รับอีเมลแจ้งรายละเอียดโควตาและระบบเครดิตใหม่ครบถ้วน เมื่อแม้แต่ในทีมเดียวกันยังได้รับข้อมูลไม่เท่ากัน ก็ไม่น่าแปลกใจที่ผู้ใช้ทั่วไปจำนวนมากรู้สึกว่า "ถูกลดสิทธิ์โดยไม่รู้ตัว"

ที่น่าสังเกตคือการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการประกาศ ลดราคา AI Ultra ในงาน Google I/O 2026 ทำให้ดูเหมือนว่าการปรับลดขีดจำกัดถูกซ่อนไว้ใต้ข่าวดีเรื่องราคา

โครงสร้างแผนสมาชิกใหม่หลัง Google I/O 2026

Google ประกาศปรับโครงสร้างแผนสมาชิกครั้งใหญ่ในงาน I/O 2026 ดังนี้:

แผนราคาต่อเดือนราคาโดยประมาณ (THB)จุดเด่น
AI Ultra (ระดับกลางใหม่)$100ประมาณ 3,600 บาทโควตาสูงกว่า Pro 5 เท่า, สำหรับนักพัฒนา, พื้นที่เก็บข้อมูล 20TB
AI Ultra (ระดับสูงสุด)$200ประมาณ 7,200 บาทโควตาสูงกว่า Pro 20 เท่า

แผน AI Ultra ระดับสูงสุดถูกลดราคาจากเดิม $250 (ประมาณ 9,000 บาท) มาอยู่ที่ $200 (ประมาณ 7,200 บาท) แต่พื้นที่เก็บข้อมูลถูกลดจาก 30TB เหลือ 20TB ไปพร้อมกัน

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานหนักเกินโควตา Pro และ Ultra ยังสามารถซื้อ เครดิตเสริมแบบ pay-as-you-go ได้ด้วย

แนวทางใช้งานเพื่อไม่ให้โควตาหมดเร็ว

สำหรับผู้ที่ยังคงใช้งาน Gemini AI Pro หรือ AI Ultra อยู่ มีแนวทางปฏิบัติที่ช่วยยืดอายุโควตาได้:

  • เริ่มแชทใหม่บ่อยๆ แทนการต่อสนทนาในเธรดเดิมยาวๆ เพราะระบบต้องประมวลผลบริบทสะสมทั้งหมดทุกครั้ง
  • แบ่งงานเป็นชิ้นเล็กๆ แทนการส่ง prompt ยาวในครั้งเดียว
  • พิจารณาปิด Personalization หากไม่จำเป็น เนื่องจากมีรายงานว่าทำให้โควตาหมดเร็วขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการวางข้อความยาวซ้ำๆ ในการสนทนาเดียวกัน

สำหรับผู้ใช้ในไทย ที่กำลังพิจารณาสมัคร Gemini AI Pro ($19.99/เดือน หรือประมาณ 720 บาท) หรือ AI Ultra ควรประเมินรูปแบบการใช้งานของตนเองก่อนว่าเหมาะกับระบบ compute-used หรือไม่ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ AI สำหรับงานเขียนหรือเขียนโค้ดที่ต้องการบริบทยาว อาจพบว่าโควตาหมดเร็วกว่าที่คาดไว้มาก ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก Google เกี่ยวกับรายละเอียดโควตาที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจสมัครหรือต่ออายุสมาชิก

แหล่งที่มา